ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รู้ก่อนเริ่มใช้ปี 60

posted: 1 year ago
3,829 views
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รู้ก่อนเริ่มใช้ปี 60

comments

ในช่วงที่ผ่านมานี้รัฐบาลได้มีการปฎิรูปกฎหมายภาษีจำนวนมาก ไม่ว่าเป็นภาษีมรดก ภาษีสรรพสามิต ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ล่าสุดรัฐบาลได้มีการผลักดันโครงการระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e – Payment Master Plan) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดระยะเวลา วิธีการและขั้นตอนการจัดทำเอกสารและการชำระภาษี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการทำให้ประเทศมีประสิทธิภาพ

Housing image

สำหรับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแล้วนั้น ทางกระทรวงการคลังเตรียมที่จะนำร่างกฎหมายดังกล่าวเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อให้มีผลบังคับใช้ทันปี 2560



แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลบังคับใช้อัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างน่าจะเลื่อนจากปี 2560 เป็นปี 2561 เพราะต้องใช้เวลาในการประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั่วประเทศให้แล้วเสร็จก่อน โดยเมื่ออัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่มีผลบังคับใช้แล้ว ก็จะยกเลิกกฎหมายพ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน รวมถึงพ.ร.บ.ภาษีบำรุงท้องที่

Aerial View of Vancouver Downtown

สำหรับกฎหมายที่ดินภาษีและสิ่งปลูกสร้างฉบับนี้จะออกมาเพื่อทดแทนภาษีบำรุงท้องที่และภาษีโรงเรือนและที่ดินที่จะทำการยกเลิกหลังจากกฎหมายภาษีที่ดินมีผลบังคับใช้ โดยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ แก้ไขปัญหาการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ และสนับสนุนให้นำที่ดินรกร้างว่างเปล่ามาใช้ประโยชน์ รวมทั้งเพิ่มการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่นผ่านองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จากปัจจุบันจัดเก็บได้ 3 หมื่นล้านบาท เพิ่มเป็น 6 หมื่นล้านบาท รายได้ส่วนใหญ่ที่เพิ่มขึ้นจะมาจากประเภทพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม



ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่จะเริ่มใช้ปี 2560 จะแบ่งเป็น 4 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทเกษตรกรรม มีเพดานจัดเก็บสูงสุดไว้ที่ 0.2% แต่อัตราการจัดเก็บจริงจะยกเว้นให้กับมูลค่าที่ดินไม่เกิน 50 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษี ส่วนที่ดินที่มีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 100 ล้านบาท เสียอัตรา 0.05% และที่ดินมูลค่าเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไปคิดอัตราภาษี 0.1%

Fall of real estate sales. Abstract conceptual image

สำหรับประเภทบ้านพักอาศัยหลักหรือบ้านหลังแรก มีเพดานจัดเก็บสูงสุด 0.5% แต่จัดเก็บจริงเหมือนกับประเภทเกษตรกรรมคือ ยกเว้นมูลค่าที่ดินไม่เกิน 50 ล้านบาทไม่ต้องเสียภาษี ในบ้านหลังหลัก ส่วนบ้านหลังที่สอง จะจัดเก็บตามอัตราแบบขั้นบันได โดยจัดเก็บตั้งแต่บาทแรกแต่ไม่เกิน 5 ล้านบาทคิดอัตราภาษี 0.03%, มูลค่าที่ดินตั้งแต่ 5-10 ล้านบาท คิดอัตรา 0.05%, มูลค่าที่ดินตั้งแต่ 10-20 ล้านบาท คิดอัตรา 0.1%, มูลค่าที่ดินตั้งแต่ 20-30 ล้านบาท คิดอัตรา 0.15%, มูลค่าที่ดินตั้งแต่ 30-50 ล้านบาท คิดอัตรา 0.2%, มูลค่าที่ดินตั้งแต่ 50-100 ล้านบาท คิดอัตรา 0.25% และมูลค่าที่ดินตั้งแต่ ตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป คิดอัตรา 0.3%

อัตราที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปี60-01

ส่วนประเภทพาณิชกรรมและอื่นๆ มีอัตราเพดานสูงสุด 2% โดยมูลค่าทรัพย์สินไม่เกิน 20 ล้านบาท เก็บในอัตรา 0.3% ส่วนมูลค่าทรัพย์สินตั้งแต่ 20-50 ล้านบาท คิดอัตรา 0.5%, มูลค่าทรัพย์สิน 50-100 ล้านบาท คิดอัตรา 0.7%, มูลค่าทรัพย์สิน 100-1,000 ล้านบาท คิดอัตรา 0.9%, มูลค่าทรัพย์สิน 1,000-3,000 ล้านบาท คิดอัตรา 1.2% และตั้งแต่ 3,000 ล้านบาทขึ้นไป คิดในอัตรา 1.5%

และประเภทที่ดินรกร้างว่างเปล่า จะมีอัตราเพดานสูงสุด 5% แต่จะจัดเก็บจริงตามที่ดินไม่ทำประโยชน์ หรือทิ้งไว้ว่างเปล่า กำหนดเก็บในปีที่ 1-3 อัตรา 1% ปีที่ 4-6 อัตรา 2% และปีที่ 7 ขึ้นไปคิดอัตรา 3% ทั้งนี้ ครม.ได้มีการยกเว้นภาษีสำหรับที่ดินเพื่อใช้สาธารณประโยชน์รวมถึงทรัพย์สินส่วนกลางของอาคารชุดและที่ดินในหมู่บ้านจัดสรร


จากสถิติที่อยู่อาศัยในประเทศไทยมีจำนวน 23 ล้านครัวเรือน ประชากร  67 ล้านคน เฉลี่ย 3.1 คน/ครัวเรือน ในภาพรวม หากนำภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาบังคับใช้แทนภาษีโรงเรือนน่าจะเป็นผลดีสำหรับประชาชนผู้เสียภาษี เพราะค่าใช้จ่ายภาษีน่าจะถูกลงกว่าเดิม


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon