ทำความรู้จักกับ ‘เงินได้’ ทั้ง 8 ประเภท และการหักค่าใช้จ่ายสำหรับเสียภาษี

posted: 2 years ago
8,420 views
ทำความรู้จักกับ ‘เงินได้’ ทั้ง 8 ประเภท และการหักค่าใช้จ่ายสำหรับเสียภาษี

comments

ถ้าพูดถึงเรื่องของ ‘ภาษี’ เป็นที่รู้กันว่า เป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครก็ต้องเจอและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เมื่อเรามี ‘เงินได้หรือรายได้’ เราก็ต้องเสียภาษี ซึ่งรายได้ที่เราต้องนำไปเสียภาษีนั้นจะเป็น ‘เงินได้สุทธิ’ เท่านั้น โดย….

เงินได้(8ประเภท)_02

ในประเทศไทยเราได้แบ่งการเสียภาษีเงินได้ออกเป็นทั้งหมด 8 ประเภทด้วยกัน เราต้องเอาเงินได้ทั้ง 8 ประเภทมารวมกันแล้วนำไปรวมเป็น ‘เงินได้พึงประเมิน’  และเหตุผลที่ต้องแบ่งประเภทเงินได้ออกเป็น 8 ประเภทก็เพราะว่าเงินได้แต่ละประเภทหัก ‘ค่าใช้จ่าย’ ได้ไม่เท่ากัน ถ้าเรามีเงินได้มากประเภท โอกาสที่เราจะสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ก็จะสูงตามไปด้วย

 

 

เราสามารถเข้าไปดูในประมวลรัษฎากรแบ่งประเภทของเงินได้ออกเป็น 8 ประเภท ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฏากรตามนี้เลย http://www.rd.go.th/publish/fileadmin/user_upload/porkor/wht/income_8.pdf ซึ่งดูตามมาตรา 40 ตามลิงก์ จะสรุปได้คร่าวๆ ตามนี้


เงินได้ประเภทที่ 1 (มาตรา 40(1)) เป็นเงินได้ที่ได้รับ หลักๆ ก็คือเงินเดือนและโบนัสต่างๆ


เงินได้ประเภทที่ 2 (มาตรา 40(2)) เป็นเงินได้ที่ได้รับจากการจ้างงานเป็นจ๊อบๆ ไป เช่นพวกรับจ้างทำงานต่างๆ โดยเฉพาะงาน Freelance หรือพวกค่าคอมค่านายหน้าต่างๆ ก็จะเข้ามาตรานี้เช่นกัน

เงินได้ประเภทที่ 1 รวมกับเงินได้ประเภทที่ 2 ปัจจุบันจะหักค่าใช้จ่ายได้ 40% รวมไม่เกิน 60,000 แต่ถ้าในปีภาษี 2560 จะสามารถหักได้รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท


เงินได้ประเภทที่ 3 (มาตรา 40(3)) ถ้าอ่านตามประมวลเลยก็คือ เงินได้ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์หรือสิทธิอย่างอื่น หลักๆ ของรายได้ข้อนี้ พวกเหล่านักเขียน นักแต่งเพลงต่างๆ

เงินได้ประเภทที่ 3 สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 40% รวมไม่เกิน 60,000 บาท แต่ถ้าในปีภาษี 2560 จะสามารถหักได้ไม่เกิน 100,000 บาท


เงินได้ประเภทที่ 4 (มาตรา 40(4)) เงินได้ข้อนี้ก็คือรายได้จาก Passive Income ต่างๆ หลักๆ ก็จะเป็นพวก ดอกเบี้ยจากการเงิน เงินปันผลจากหุ้น เงินส่วนแบ่งกำไรต่างๆ เป็นต้น

เงินได้ประเภทที่ 4 ไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายใดๆ ได้เลย เนื่องจากทางสรรพากรมองว่าแหล่งที่มาของรายได้ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายใดๆ

เงินได้(8ประเภท)_03

เงินได้ประเภทที่ 5 (มาตรา 40(5)) เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สินต่างๆ ทั้งอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์

เงินได้ประเภทที่ 5 สามารถหักค่าใช้จ่ายได้แบบตามจริงคือ สามารถเก็บบิลค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เราจ่ายออกไปเพื่อแหล่งเงินได้ และสามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้เช่นกัน
– ค่าเช่าจากอสังหาริมทรัพย์หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 30%
– ค่าเช่าจากที่ดินการเกษตรหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 20%
– ค่าเช่าจากที่ดินที่ไม่ใช่การเกษตรหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 15%
– ค่าเช่ารถยนต์หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 30%
– ค่าเช่าอื่นๆ หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 10%


เงินได้ประเภทที่ 6 (มาตรา 40(6)) เงินได้จากวิชาชีพอิสระต่างๆ นักกฎหมาย การประกอบโรคศิลปะ (แพทย์) วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม หรือวิชาชีพอื่นที่กฎหมายกำหนด

เงินได้ประเภทที่ 6 ถ้าเป็นการประกอบโรคศิลปะหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 60%
และถ้าเป็นวิชาชีพอื่นๆได้ 30%


เงินได้ประเภทที่ 7 (มาตรา 40(7)) เงินได้จากการรับเหมาแต่จำต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ไปเอง กลุ่มคนที่เข้ารายได้ข้อนี้มากที่สุดก็คือ งานรับเหมาก่อสร้าง

เงินได้ประเภทที่ 7 สามารถหักตามจริงและแบบเหมา 70% ได้


เงินได้ประเภทที่ 8 (มาตรา 40(8)) คือ เงินได้จากการทำธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง การขายอสังหาริมทรัพย์ หรือเงินได้อื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ใน 7 ประเภท

เงินได้ประเภทที่ 8 สามารถหักตามจริงและแบบเหมาได้ตามกำหนดตามดูได้ตามลิงก์นี้เลย http://www.rd.go.th/publish/6052.0.html

เงินได้(8ประเภท)_04


ทีนี้พอเรารู้แล้วว่าเงินได้เราแบ่งประเภทกันอย่างไรบ้าง หลายๆ คนอาจจะยังงงกันอยู่ว่าสรุปแล้วคำนวณยังไงกันแน่ งั้นเราลองมาดูตัวอย่างเพื่อความเข้าใจมากขึ้นกัน

ตัวอย่าง นาย ก. มีรายได้ดังต่อไปนี้
40(1) รายได้จากเงินเดือน 1,000,000 บาท
40(2) รายได้จากนายหน้าขายที่ดิน 1,000,000 บาท
40(4) รายได้จากเงินปันผล 1,000,000 บาท
40(5) รายได้จากการปล่อยเช่าบ้านพัก 1,000,000 บาท
40(6) รายได้จากการเซ็นต์แบบในสถานะวิศวกร 1,000,000 บาท
40(7) รายได้จากงานรับเหมาก่อสร้าง 1,000,000 บาท

นั้นหมายความว่ารายได้รวมของนาย ก. เท่ากับ 6,000,000 บาทซึ่งรายได้ต้องนำไปหักค่าใช้จ่ายก่อน เริ่มจากรายได้40(1)+(2) หักได้ 60,000 บาท, รายได้40(5) หักแบบเหมาได้ 30% เท่ากับ 300,000 บาท, รายได้ 40(6) หักแบบเหมาได้ 30% เท่ากับ 300,000 บาท และรายได้ 40(7) หักแบบเหมาได้ 70% เท่ากับ 700,000 บาท

สรุปรายได้สุทธิก่อนหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าลดหย่อนของนาย ก. จะเท่ากับ 6,000,000 – 60,000 – 300,000 – 300,000 – 700,000 จะเท่ากับ 4,640,000 บาท

 

 

ซึ่งถ้าเปรียบเทียบว่าถ้า นาย ก. มีรายได้จาก 40(1) เพียงอย่างเดียว นาย ก. รายได้สุทธิก่อนหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าลดหย่อนเท่ากับ 5,940,000 (6,000,000 – 60,000) บาท ซึ่งจะเสียภาษีเยอะกว่าถ้าเรามีเงินได้หลากหลายประเภทนั้นเอง

ทำให้ในปัจจุบันก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันระหว่างคนออกกฎหมายและผู้ใช้กฎหมายอยู่พอสมควรว่า เงินได้ที่เราได้รับเป็นเงินได้ประเภทอะไร เพราะการที่เราเปลี่ยนประเภทเงินได้นั้นหมายถึงการเสียภาษีที่น้อยลง ถ้าจะเอาให้ชัวร์แนะนำให้ลองไปนำเอกสารและแหล่งรายได้ที่เราได้รับแล้วลองไปนำไปคุยกันกรมสรรพากรใกล้บ้านที่เราสะดวกก็จะแน่นอนที่สุด

แต่จากประสบการณ์สรรพากรแต่ละทีก็ให้คำแนะนำที่แตกต่างกันบ้างก็มีในกรณีที่เป็นกรณีที่แหล่งรายได้ค่อนข้างซับซ้อน เช่น เงินได้ 40(2) เราจะหักค่าใช้จ่ายได้เพียง 60,000 บาทที่รวมกับ 40(1) เท่านั้น แต่ถ้าเราสามารถย้ายประเภทเงินได้จาก 40(2) ไปเป็น 40(8) แล้วสามารถหักค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น เราก็จะเสียภาษีน้อยลง ซึ่งสรรพากรบางที่ก็อนุญาตให้เราเรายื่นเป็น 40(8) ได้ แต่บางที่ก็ไม่อนุญาตให้เราทำเหมือนกัน

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon