รถไม่มีประกัน…ในวันที่เกิดอุบัติเหตุ

posted: 1 year ago
2,642 views
รถไม่มีประกัน…ในวันที่เกิดอุบัติเหตุ

comments

การทำประกันภัยรถยนต์ถือเป็นสิ่งพื้นฐานที่ผู้เป็นเจ้าของรถทุกคนควรจะทำเป็นอันดับแรกเมื่อตัดสินใจซื้อรถ ไม่ว่ารถของคุณจะเป็นรถยนต์บ้านๆ ราคาไม่สูง รถหรูนำเข้า หรือรถมือสองก็ตาม เพราะอุบัติเหตุนั้นไม่เคยเลือกหน้า ดังนั้น การกันไว้ดีกว่าแก้จึงเป็น ‘คติประจำใจ’ ที่เราอยากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนยึดมั่นเอาไว้ค่ะ



แต่เมื่อรถยนต์มีอายุมากขึ้น แถมเจ้าของรถยังไม่เคยขับเฉี่ยวชน หรือนำรถไปเกิดอุบัติเหตุที่ไหน การต้องนำเงินไปจ่ายให้บริษัทประกันภัยทุกเดือนจึงกลายเป็นเรื่องสิ้นเปลือง ประกอบกับหลายคนอาจต้องการขายรถที่ใช้อยู่ เพื่อนำเงินไปซื้อรถใหม่ จึงตั้งใจจะยกให้เจ้าของคนใหม่รับหน้าที่ทำประกันรถยนต์แทน แต่อย่าลืมว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้น มาดูกันว่า หากรถของคุณเกิดอุบัติเหตุในวันที่ไม่มีประกันติดตัว จะเป็นอย่างไร…

กรณีเจ้าของรถยนต์ที่ไม่มีประกันเป็นฝ่ายถูก

รถไม่มีประกัน

กรณีนี้ หากตัวรถคู่กรณีมีประกันภัยรถยนต์ ไม่ว่าจะชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 รวมไปถึงชั้น 2 พลัส และ 3 พลัส รถของคุณจะได้รับความคุ้มครองค่ะ โดยทางบริษัทประกันของคู่กรณีจะออกใบเคลมให้ และคุณสามารถนำรถไปเข้าอู่ของทางบริษัทประกันภัยได้เลย

แต่หากคู่กรณีของคุณไม่ได้ทำประกันภัยรถยนต์เช่นกัน งานนี้บอกตามตรงว่าค่อนข้างเหนื่อย หากเจ้าของรถคู่กรณีเป็นคนรับผิดชอบ ยุติธรรม และสามารถตกลงเรื่องการจ่ายค่าเสียหายและค่าซ่อมแซมรถกันได้ ก็ถือว่าสบายหน่อย แต่ถ้าหากตกลงกันไม่ได้ คู่กรณีไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย คงต้องพากันเข้าสถานีตำรวจ และแจ้งความให้เป็นเรื่องเป็นราวว่าใครถูกใครผิดกันแน่ และฟ้องแพ่งเพื่อดำเนินคดีกันต่อไป โอ้โห…เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาเลย

กรณีประมาทร่วม

ต่างคนต่างซ่อมรถของตัวเองแบบแฟร์ๆ ตามความเสียหายที่เกิดขึ้น ถึงแม้จะไม่ลำบาก เพราะไม่ต้องมาเถียงกันให้เหนื่อย แต่ในกรณีที่ความเสียหายสูงมาก คงต้องเตรียมตัวเตรียมใจเสียเงินเยอะแบบไม่มีตัวช่วย (ซึ่งในบางครั้งคู่กรณีอาจเรียกค่าสินไหมทดแทนด้วย)

กรณีเจ้าของรถยนต์ที่ไม่มีประกันเป็นฝ่ายผิด

รถไม่มีประกัน

ปัญหามาเคาะถึงประตูรถเลยค่ะ เพราะไม่ว่าคู่กรณีจะมีประกันหรือไม่มีประกัน คุณก็ต้องเป็นผู้จ่ายค่าเสียหาย โดยคู่กรณีจะเรียกบริษัทประกันมาทำการประเมินค่าความเสียหาย แล้วจะแจ้งให้คุณทราบในภายหลัง ถ้าคิดว่าราคาสูงเกินจริง ก็สามารถขอต่อรองค่าเสียหายได้ด้วยการพูดคุยกับบริษัทประกันของคู่กรณี แต่ต้องบอกตรงๆ ว่าทำได้ยากมาก โดยเฉพาะหากคู่กรณีนำรถเข้าซ่อมศูนย์ (หรือที่เรียกกันว่า ‘ประกันซ่อมห้าง‘) ค่าเสียหายจะค่อนข้างสูงทีเดียว และถ้าคุณไม่จ่าย ก็จะถูกบริษัทประกันภัยฟ้องร้องแน่นอน



แต่ถ้าหากรถของคู่กรณีก็ไม่มีประกันเหมือนกัน คุณต้องจ่ายค่าเสียหายตามที่คู่กรณีเรียกร้องไม่ต่างกัน เพียงแต่การต่อรองราคาจะทำได้ง่ายกว่า เพราะสามารถพูดคุยกับคู่กรณีโดยตรงได้ แต่ให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาเป็นผู้เสียหาย และเรียกร้องเงินที่สูงกว่าความเป็นจริง

เห็นมั้ยคะ ว่าการทำประกันภัยรถยนต์มีประโยชน์มากในทุกกรณี อย่างน้อยๆ คุณควรทำประกันภัยชั้น 3 หรือ 3 พลัส เมื่อเกิดอุบัติเหตุและคุณเป็นฝ่ายผิด บริษัทประกันจะจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นให้ ถึงจะมีบางครั้งที่รับผิดชอบไม่ครบจำนวนเงิน แต่ก็ยังดีกว่าต้องแบกรับทุกอย่างอยุ่คนเดียวแน่นอนค่ะ


avatar
by Jutalak Cherdharun
เป็นนักเขียนผู้รักหมา แต่ไม่เคยเขียนบทความเรื่องหมา ถนัดบทความสัพเพเหระ ยันบทความข่าว งานอดิเรกคือแชร์คลิปน้องหมาลงเฟซบุ๊ก ไปคาเฟ่หมา งานประกวดหมา วาดรูปหมา และกอดหมา

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon