รถมือสอง ควรทำประกันหรือไม่ และทำแบบไหนถึงจะดี

posted: 2 years ago
1,193 views
รถมือสอง ควรทำประกันหรือไม่ และทำแบบไหนถึงจะดี

comments

ถ้าพูด “รถยนต์” สำหรับคนไทยแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นสิ่งจำเป็นอยู่เหมือนกัน ทั้งเรื่องของขนส่งมวลชนที่ยังเข้าไม่ถึงในภาพรวม ไม่ต้องพูดถึงพื้นที่ต่างจังหวัดที่ไม่มีทั้ง BTS และ MRT ทำให้รถยนต์กลายเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกอันดับต้นๆ ที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึง

อย่างที่เราทราบกันอยู่แล้วว่าถ้าเราซื้อรถมือหนึ่งแล้วเราถอยมาออกจากศูนย์ แล้วลองวิ่งเข้าเต้นท์รถมือสองแล้วลองไปขายดูจะพบว่าราคาของเราหายไปแล้วอย่างน้อย 20% !! แล้วถ้าใช้ไปสัก 3 ปีมูลค่ารถเราจะเหลือประมาณ 50-60% เท่านั้นเอง เพราะช่วง 3 ปีแรกราคารถจะเสื่อมเร็วที่สุด ทำให้เมื่อมองในมุมของการเงินแล้วการซื้อรถยนต์มือสองเป็นทางเลือกที่ดีมากๆ เพราะทำไมเราต้องเอาเงินไปทิ้ง 40-50% ในระยะเวลาแค่ 3 ปีด้วยละ ทำไมเราไม่ให้คนอื่นรับผิดชอบในส่วน 3 ปีที่รถราคาลงเร็วๆ ตรงนั้นล่ะ? แค่คิดแบบนี้รถมือสองก็เลยดูมีเสน่ห์ขึ้นมาทันที



ทีนี้คำถามที่คนขับรถมือสอง อาจจะกำลังสับสนอยู่ก็คือว่า ถ้าใช้รถมือสองควรทำประกันรถยนต์หรือไม่? ซึ่งถ้าเราว่าด้วยตามหลักของเรื่องการวางแผนการเงินแล้ว “การบริหารเสี่ยง” เรียกได้ว่าเป็นหัวใจหลักของแผนการเงินเลยก็ว่าได้ เพราะว่าการวางแผนการเงินก็คือ “การที่เราต้องมีเงินใช้ตลอดทุกช่วงอายุ ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้นกับชีวิตก็ตาม” ดังนั้นเรื่องของการทำประกันเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลย

ซึ่งพอเราพูดถึง “รถมือสอง” กันพอเราไปเปรียบเทียบกับมือหนึ่งจึงไม่แปลกใจเท่าไหร่ว่าทำไมคนที่ซื้อรถมือสองถึงทำประกันน้อยกว่าคนที่ซื้อรถมือหนึ่ง อาจจะเป็นเหตุผลด้านความรู้สึกว่ารถยังใหม่ควรมีประกันมากกว่ารถเก่า แต่ในความเป็นจริงของการทำประกันรถยนต์นั้นไม่เกี่ยวกับความเก่าหรือใหม่ของรถยนต์เลย แต่เป็นเรื่องของการบริหาร “ความเสี่ยง” ซะมากกว่า เรียกได้ว่ามีไว้เพื่อความอุ่นใจนั่นแหละ

รถมือสอง
Credit : http://www.scmp.com/lifestyle/technology/e-commerce/article/1741022/search-giant-baidu-enters-chinas-us59-billion-second

หลักการวางแผนการเงินที่ถูกต้องคือต้องใช้การ “มองแง่ร้าย” ให้เป็นประโยชน์ที่สุด ให้ลองมองว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุขณะใช้รถใช้ถนนขึ้นมาเราจะนำเงินส่วนไหนมาจ่ายค่าเสียหายทั้งรถเราและคู่กรณี ไม่ใช่ว่าบอกตัวเองว่าไม่เป็นไรหรอก…ไม่ชนหรอก แบบนี้เรียกว่าใช้การมองโลกในแง่ดีผิดเวลาไปหน่อย

พอเราได้คำตอบแล้วว่าแม้แต่รถมือสองก็ควรทำประกันเช่นกัน เราก็จะมาเจอคำถามต่อมาก็คือแล้วเราควรทำประกันแบบไหนดีล่ะ? เพราะในตลาดก็มีแผนประกันมากมายทั้งแต่ชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 เดี๋ยวนี้ก็มีแบบ 2+ 3+ เข้าไปอีก (+ ก็คือการเพิ่มความคุ้มครองของคู่กรณีเข้าไป)

แน่นอนว่าถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดินไปก่อน การทำประกันชั้น 1 นั้นดีที่สุดเพราะคุ้มครองทั้งเราและคู่กรณีสบายใจกันไป แถมครอบคลุมไปถึงการชนแบบไม่มีคู่กรณีอีก เช่นเราถอยไปชนเสาไฟฟ้า เบียดฟุตบาทก็เบิกได้เช่นกัน แต่ถ้าในกรณีที่เรางบน้อยส่วนตัวจึงแนะนำว่าสำหรับรถมือสองการทำประกันชั้น 3 ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

รถมือสอง
Credit : http://www.autocityfredericton.ca/top-10-secrets-cheaper-auto-insurance/

เพราะพอเมื่อเปรียบเทียบกับประกันชั้น 2 นั้นแตกต่างกันที่เรื่องการปกป้องรถ ถูกโจรกรรม ไฟไหม้ รวมไปถึงภัยธรรมชาติ ดังนั้นประกันชั้น 3 จึงเหมาะกับ “รถมือสอง” ที่รถราคาไม่ได้สูงมาก (50-60% ของราคาเต็ม) โอกาสโดนขโมยก็ลดลง แล้วยิ่งถ้าเราไม่ใช้แก๊ส (รถติดแก๊สโอกาสไฟไหม้จะสูงกว่าเราปกติ) ประกันชั้น 3 ก็เลยดูเหมาะสมดี แต่ถ้าจะให้แนะนำจริงๆแนะนำว่าให้ทำ ประกันแบบ 3+ จะดีกว่าเพราะเพิ่มความคุ้มครองคู่กรณีขึ้นมาด้วยในกรณีที่เราไปชน เพื่อลดโอกาสเกิดความเสียหายแล้วจะมากระทบกับตัวเราให้ได้มากที่สุด



อย่างไรก็ดีการซื้อ “รถมือสอง” ก็มีความเสี่ยงเยอะกว่า “รถมือหนึ่ง” อยู่พอสมควรเช่นว่าคนที่จะซื้อรถมือสองควรมีที่จะดูรถเป็น หรือว่าอย่างน้อยที่สุดมีคนที่รู้จักและไว้ใจได้ในการเลือกซื้อรถ เพราะรถมือสองที่ดีต้องเป็นรถที่เจ้าของขายเพราะความจำเป็น ไม่ใช่ขายเพราะต้องขายแบบกรณีไปชนหนักมาหรือว่ารถมีปัญหา

ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์มือหนึ่งก็ดี รถยนต์มือสองก็ดี เป็นสินทรัพย์ที่มีแต่เสื่อมค่า ดังนั้นก่อนการซื้อรถยนต์ทุกครั้ง ควรคิดให้ก่อนว่าเราจำเป็นต้องใช้รถยนต์จริงๆ หรือเปล่า นอกจากนี้การใช้รถยนต์ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงอยู่เยอะพอสมควร ไม่ว่าจะค่าน้ำมัน ค่าประกันรถยนต์ ค่าบำรุงรักษาต่างๆ ฯลฯ แล้วจะให้ที่ดีสุดคือการที่เรามีรถยนต์สามารถช่วยเพิ่มระดับรายได้ให้กับเราได้ แบบนี้ถึงเป็นการซื้อรถยนต์ที่คุ้มค่าที่สุด

ขอบคุณภาพปกจาก www.autoblog.com


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon