ชนตั้งแต่วันแรก ‘รถยนต์ไร้คนขับ’ ประสบอุบัติเหตุเล็กน้อยที่สหรัฐอเมริกา ความผิดของใครกันแน่!

posted: 1 year ago
ชนตั้งแต่วันแรก ‘รถยนต์ไร้คนขับ’ ประสบอุบัติเหตุเล็กน้อยที่สหรัฐอเมริกา ความผิดของใครกันแน่!

comments

นับได้ว่าเป็นเรื่องสนั่นโซเชียล และดังข้ามทวีปเลยก็ว่าได้ เมื่อเกิดข่าวรถยนต์ไร้คนขับได้ประสบอุบัติเหตุที่สหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา บ้างก็บอกว่าผิดที่ระบบ บ้างก็บอกว่าเป็นเรื่องของ Human Error

แบนี้สรุปว่าใครผิดกันแน่นะ ?


รถยนต์ไร้คนขับ มิติใหม่ของการขับขี่

เรื่องรถยนต์ไร้คนขับ หรือ รถยนต์อัตโนมัติ นี้ เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ผู้คนได้คิดค้นขึ้น โดยมีความเชื่อว่า การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนนั้น เกิดขึ้นจากความประมาทของมนุษย์

ดังนั้น หากเราเปลี่ยนให้มนุษย์มานั่งเฉยๆ และมีโปรแกรมขับรถคอยดำเนินการอย่างแม่นยำ ก็น่าจะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ และช่วยให้มนุษย์สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

โดยโปรเจ็กต์นี้เริ่มขึ้นในหลายๆ ผู้พัฒนา ทำให้เกิดเป็นที่มาการประดิษฐ์ และพัฒนารถไร้คนขับขึ้นมาเพื่อคอยให้บริการในอนาคต ซึ่งก็มีเจ้าดังๆ ต่อไปนี้

 



 

  • กูเกิ้ล (Google) เสิร์ชเอนจิ้นระดับโลก ที่ไม่ว่าใครก็ต้องรู้จัก
  • ไป๋ตู้ (Baidu) เสิร์ชเอนจิ้นยักษ์ใหญ่แห่งแดนมังกร
  • Volvo Car ที่สวีเดนเอง ก็เริ่มต้นทดลองวิ่งบนถนนจริงบ้างแล้ว
  • BMW ที่ออกตัวจะสร้าง M235i รถยนต์ไร้คนขับที่ Drift ได้ด้วยตัวเอง
  • เทสลา (Tesla) ที่ออกมาประกาศว่า รถแบรนด์เทสลาที่วางจำหน่ายในปีหน้าจะทำให้ผู้ขับขี่สามารถ “นั่งเฉยๆ” หรือ self-drive

โดยรวมๆ แล้ว ตัวรถยนต์ไร้คนขับเหล่านี้ ถูกมองว่าเป็นผลดีต่อวงการรถไร้คนขับที่มีบทบาทบนท้องถนน  แต่หลายฝ่ายยังมองว่า รถที่ไร้คนขับนั้น ยังต้องมีการศึกษาอีกมากมายตามมาในอนาคต ก่อนจะออกวางขายรถยนต์ขับเคลื่อนตัวเองได้จริงๆ เพราะมีปัจจัยหลายอย่างในชีวิตจริง ที่อาจทำให้ผลการทดลองเหล่านี้คลาดเคลื่อนได้ อย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้



การเกิดอุบัติเหตุของท้องถนน ผิดที่ใคร ?

แน่นอนว่าเส้นทางที่สวยหรูของรถยนต์อัตโนมัตินี้ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบหลายที่หลายๆ คนเข้าใจ เนื่องจากการพัฒนาที่ต้องใช้ระยะเวลา บวกกับการที่ต้องสื่อสารกับผู้ใช้บริการ หรือบุคคลทั่วไปให้วางใจในการใช้เครื่องจักรแบบ 100% นั้น ยังคงทำได้ยาก และมีอุปสรรคอยู่

ถึงแม้ว่าทางทีมงานฝ่ายพัฒนาจะออกมาระบุว่า รถยนต์ไร้คนขับมีความปลอดภัยมากกว่ารถที่มนุษย์ขับหลายเท่าตัว ซึ่งดูได้จากสถิติผู้เสียชีวิตบนถนนในสหรัฐฯ 3.7 หมื่นคน/ปี กลับกัน หากนำนำรถอัตโนมัติเหล่านี้เข้ามาใช้งาน สถิติต่างๆ อาจจะลดลงเหลือเพียง 1.7 หมื่นคน/ปี เท่านั้น

ทว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ว่าขึ้น ก็มักจะกลายเป็นข่าวที่กลับไปตอกย้ำความเชื่อเดิมๆ เสมอ เช่นเดียวกับข่าวล่าสุด ที่บีบีซีและอีกหลายๆ สื่อหยิบมารายงาน เมื่อบริการรถบัสไร้คนขับสายแรกของสหรัฐฯ ซึ่งถูกตั้งความเร็ว เกิดเหตุ ‘ชนกัน’ ขึ้นในวันที่แรกที่ให้บริการรับส่งคนในเมืองลาสเวกัส รัฐเนเวด้า



และถึงแม้จะสืบเสาะลงไป จะพบว่าเหตุดังกล่าวจะเกิดจากรถบรรทุกที่มีมนุษย์เป็นผู้ขับนั่นแหล่ะเป็นตัวการ ขับมาเบียดเลนจนทำให้เกิดการชนกันเบาๆ ทำให้เกิดการเบรคจนคนในรถเสียหลักไปบ้าง

แต่สถิติเก่าๆ เกี่ยวกับความผิดพลาดของรถยนต์ไร้คนขับ ก็มักจะถูกหยิบมารีรันเวลาเกิดเหตุเช่นนี้เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็น เหตุรถของ Uber พลิกคว่ำระหว่างทดลองวิ่งในรัฐอริโซน่า หรือรถไฟฟ้า Tesla Model S ที่ใช้ระบบอัตโนมัติบางส่วน เกิดรวนจนทำให้มีผู้เสียชีวิต

แต่แม้จะมีการทดลอง ทดสอบ หรือมีข้อมูลสถิติต่างๆ มากมายมายืนยัน การสู้กับความเชื่อและความกลัวของคน อย่างไรเสีย ก็คงต้องใช้เวลาอยู่ไม่น้อย



รถยนต์ไร้คนขับนั้น เป็นเทคโนโลยีที่กำลังใกล้จะเป็นจริงได้ไม่ยาก แต่จะสามารถครองใจ และทำความเข้าใจกับผู้ใช้บริการต่างๆให้มั่นใจได้หรือไม่นั้น เวลาอาจจะต้องเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วล่ะ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon