ทำไมคนกรุงเทพฯ ถึงยังไม่ไว้ใจ ‘รถยนต์ไร้คนขับ’ ?

posted: 3 months ago
ทำไมคนกรุงเทพฯ ถึงยังไม่ไว้ใจ ‘รถยนต์ไร้คนขับ’ ?

comments

รถยนต์ไร้คนขับ ไม่ได้เป็นเพียงจินตนาการในโลกภาพยนตร์อีกต่อไป เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้มนุษย์สามารถประดิษฐ์รถขับเคลื่อนอัตโนมัติและกึ่งอัตโนมัติ (Semi-Autopilot) ได้แล้ว โดยรถยนต์อัจฉริยะเหล่านี้จะติดตั้งระบบเซ็นเซอร์รอบคันเพื่อตรวจจับระยะห่างของรถและวัตถุใกล้เคียง พร้อมทั้งติดตั้งกล้องเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย วัตถุประสงค์ของรถยนต์ไร้คนขับก็คือ เพื่อลดอุบัติเหตุเพราะรถยนต์เหล่านี้จะขับขี่อย่างมาตรฐาน ไม่มีการฝ่าไฟแดง ขับปาด หรือขับผิดเลนแน่นอน

รถยนต์ไร้คนขับ


รถยนต์ไร้คนขับ


สำหรับรถยนต์ไร้คนขับที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดแบรนด์หนึ่งก็คือ Tesla ซึ่งเป็นรถยนต์สัญชาติอเมริกันที่นำนวัตกรรมล้ำสมัยมาปรับใช้ ทั้งนี้ไม่ใช่แค่ Tesla ที่พุ่งเป้าในการผลิตรถยนต์แห่งอนาคต เพราะบริษัทรถยนต์ชื่อดังอื่นๆ ก็กำลังพัฒนานวัตกรรมนี้เช่นเดียวกัน

ในต่างประเทศมีการนำรถยนต์ไร้คนขับมา ทดลองใช้ โดยคนขับก็ยังต้องควบคุมพวงมาลัยและระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยด้วย แต่ที่เป็นข่าวใหญ่ขึ้นมาคือเมื่อไม่นานมานี้รถยนต์ขับเคลื่อนกึ่งอัตโนมัติของ Tesla  พุ่งชนรถบรรทุก 18 ล้อ ส่งผลให้คนขับเสียชีวิต ซึ่งคนขับก็เป็นถึงวิศวกรของ Apple แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากสาเหตุใด แต่ก็ทำให้มีการตั้งคำถามว่า มนุษย์เราควรไว้วางใจ AI ให้ขับขี่พาหนะแทนจริงหรือ ?


ทำไมคนกรุงไม่ไว้ใจรถยนต์ไร้คนขับ ?

รถยนต์ไร้คนขับ
Credit : https://travelhappy.info

แม้ในต่างประเทศจะมีการนำรถยนต์ไร้คนขับมาใช้จริงในชีวิตประจำวัน แต่สำหรับชาวกรุงแล้วเนี่ยดูเหมือนจะเป็นไอเดียที่หลายๆ คนยังหวาดระแวง และไม่มั่นใจในความปลอดภัย ลองตามมาดูเหตุผลกันสิว่าทำไมคนกรุงฯ ถึงยังไม่อยากแปลงโฉมรถยนต์ของตัวเองเป็น รถยนต์ไร้คนขับ ?

1. คนไทยไม่เคร่งครัดเรื่องกฎจราจร

ปัญหาอันดับหนึ่งเลยที่ต้องกังวลคือเรื่องการใช้มารยาทในการใช้ถนนของคนไทย อย่างที่รู้ๆ กันบ้านเราไม่ค่อยเคร่งครัดเรื่องกฎจราจรสักเท่าไหร่ เลยทำให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง หากนำรถยนต์ไร้คนขับมาใช้ในกรุงเทพฯ จริงๆ เห็นทีจะเสี่ยงมากกว่าเดิม อัจฉริยะก็อัจฉริยะเถอะ แต่อาจโดนมอเตอร์ไซต์ปาดซ้ายปาดขวา รวมไปถึงรถคันอื่นๆเฉี่ยวเอาได้ง่ายๆ แต่หากจะไม่ให้เกิดปัญหานี้ก็คงต้องมีเลนถนนสำหรับรถยนต์อัจฉริยะโดยเฉพาะ หรือไม่ก็ต้องรอให้รถทั้งหมดบนท้องถนนเป็นรถยนต์อัจฉริยะนั่นเอง แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้นควรปรับเปลี่ยนเรื่องวินัยจราจรกันก่อนเนอะ

2. ระบบผังเมือง ถนนหนทางไม่ค่อยเอื้อสักเท่าไหร่

ด้วยความที่กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรของเราไม่ได้มีการวางผังเมืองที่เป็นระบบระเบียบมาตั้งแต่ต้น ส่งผลให้ถนนหนทางมันจะงงหน่อยๆ นี่ยังไม่นับปัญหารถติด น้ำท่วมขังรอการระบาย ฯลฯ ถ้านำรถยนต์ไร้คนขับมาใช้ก็ต้องมีการติดตั้งระบบนำทาง GPS รถยนต์ แล้วหากจะเข้าซอยเล็กๆ ที่ไม่ปรากฏบนแผนที่ก็คงจะงงกันหน่อยๆ ทั้งรถทั้งคน ส่วนยิ่งถ้าเจอปัญหาน้ำท่วมเนี่ย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้ารถยนต์อัจฉริยะจะทำอย่างไร ซึ่งในส่วนนี้ทางผู้เชี่ยวชาญก็คงมีวิธีแก้ปัญหาล่ะเนอะ เพียงแต่ถนนหนทางบ้านเรานี่แหละที่เป็นปัญหาล่ะ


3. กรุงเทพฯ รถติด ติดอันดับโลก

รถยนต์ไร้คนขับ


กรุงเทพฯ ก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการจราจรติดขัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เพราะกรุงเทพฯ เคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่รถติดมากที่สุดอันดับที่ 1 ของโลกประจำปี 2016 แถมยังไม่เคยหลุดอันดับ Top 3 ทาง BBC Thai ได้รายงานว่า คนไทยในแต่ละเมืองทั่วประเทศเสียเวลาเฉลี่ยราว 61 ชั่วโมงต่อปีไปกับรถติดบนถนน ! แถมยังดูเหมือนจะไม่มีวิธีการแก้ปัญหาอย่างถาวรด้วย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในวันที่เราต้องเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไร้คนขับกันทั้งหมดเนี่ย จะยังมีปัญหารถติดขั้นวิกฤตอยู่อีกหรือไม่


อย่างไรก็ตาม รถยนต์แห่งอนาคตหรือรถยนต์ไร้คนขับอาจมาถึงในเวลาที่รวดเร็วกว่าที่เราคิด เนื่องจากเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งบริษัทผลิตยานยนต์ต่างๆ ก็เร่งผลิตรถยนต์ล้ำสมัยแข่งขันกัน แต่ก็คงจะไม่ใช่ในระยะเวลาอันใกล้นี้ เพราะหากจะนำรถยนต์อัจฉริยะดังกล่าวมาใช้จริง ก็คงจะเกิดปัญหาไม่น้อยเมื่อต้องใช้ถนนร่วมกับรถยนต์ปกติ คงต้องเปลี่ยนยกแผงและรถก็ต้องมีราคาที่เอื้อมถึง จึงจะสามารถให้ทุกคนบนท้องถนนใช้รถยนต์ดังกล่าวเพื่อลดอุบัติเหตุได้ สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้ก็คือการติดตามข่าวสารและเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยนี่แหละ ส่วนบทความหน้าจะมาอัพเดตเรื่องอะไรอีกนั้น ติดตามได้ที่ rabbit daily เลยจ้า 


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon