รถไฟไหม้ ทำอย่างไร

posted: 4 years ago
2,830 views
รถไฟไหม้ ทำอย่างไร

comments

รถไฟไหม้

อุบัติเหตุบนท้องถนนในสมัยนี้มีให้เห็นได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเกิดจากตัวผู้ขับขี่เอง หรือเกิดจากปัจจัยภายนอกก็ตามโดยที่ปัญหา รถไฟไหม้ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่คนรักรถทั้งหลายควรทราบ เพราะในสมัยนี้รถยนต์ส่วนมากหันมาใช้บริการพลังงานทางเลือกอย่าง LPG หรือ NGV กันมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามแม้ว่าผู้เชี่ยวชาญจะออกมากล่าวว่าพลังงานทั้งสองรูปแบบมีความปลอดภัยสูง แต่มันก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของระบบการติดตั้ง ซึ่งถ้าระบบที่ติดตั้งนั้นมีคุณภาพ ปัญหาก็ไม่เกิดแน่นอน แต่ถ้าปัญหาเกิดขึ้นตั้งแต่ระบบการติดตั้งรับรองได้ว่าชีวิตของท่านจะต้องแขวนอยู่บนเส้นด้าย มีเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงที่จะทำให้เกิด ไฟไหม้รถได้ แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งท่านเกิดมีไฟไหม้ภายในรถขึ้นท่านควรจะทำอย่างไร ? เรามีวิธีการปฏิบัติตัวแบบง่าย ๆ แต่มีประโยชน์มานำเสนอซึ่งประกอบไปด้วย

1. ตั้งสติก่อนเตลิด

การเกิดไฟไหม้รถแทบทุกครั้งมักจะมีสัญญาณเตือนก่อนเสมอ ดังนั้นเมื่อท่านได้กลิ่นไหม้หรือกลิ่นอะไรก็ตามที่ท่านคิดว่าไม่น่าจะใช่สิ่งผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากกลิ่นนั้นมาจากเครื่องยนต์ให้ท่านรีบดับเครื่องยนต์ในทันที พร้อมทั้งเกียร์ว่าง หรือตั้งไว้ในตำแหน่ง N เปิดไฟฉุกเฉินก่อนที่จะรีบออกมาจากรถ

 

2. ดับเครื่องยนต์

ดั่งที่ได้กล่าวในข้อแรกท่านควรที่จะหยุดรถในทันทีและรีบออกมาจากรถ แต่อย่างไรก็ตามท่านก็ควรที่จะนำกุญแจติดมืออกมาด้วย รวมไปจนถึงอาจจะหยิบถังดับเพลิงถ้ามีอยู่ในรถออกมาพร้อม ๆ กัน และเตรียมพร้อมกับรับมือกับเหตุการณ์ รถไฟไหม้ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

3. ดับไฟ

เมื่อเห็นไฟลุกขึ้นมาท่านไม่ควรที่จะวิ่งหนีเพื่อที่จะให้ไฟนั้นลุกลามไปทั้งคัน แต่ท่านควรที่จะสู้กับไฟที่เกิดขึ้นโดยการฉีดพ่นสารเคมีที่อยู่ในถังดับเพลิงไปยังต้นเหตุของไฟไหม้ที่มันกำลังลุกโชน อาจจะเป็นไปได้ทั้งกระโปรงหน้ารถ หรือหลังรถถ้าหากมีถังแก็สอยู่ ณ บริเวณนั้นให้ท่านพ่นไฟให้ดับหรือให้ทั่วบริเวณ และสังเกตดูว่าสงบลงหรือไม่ หรือว่าไฟมันกลับลุกโชนมากกว่าเดิม

4. แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง

เมื่อท่านเห็นแล้วดับด้วยตัวท่านเองไม่น่าจะได้ผลเท่าไหร่นัก ให้ท่านรีบโทรหาตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในทันให้เข้าทำการช่วยเหลือ เพราะถ้าหากท่านผจญเพลิงแต่พวกผู้เดียวนอกจากจะทำให้เสี่ยงอันตรายแล้วท่านอาจจะต้องเสียรถไปอีกด้วย ดังนั้นโทรหาเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเป็นวิธีที่ดีอย่างแน่นอน

5. ติดต่อประกัน

เมื่อเหตุการณ์ไฟไหม้รถได้สงบลงท่านต้องติดต่อตัวแทนประกันภัยในทันที เพื่อที่จะได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีต้นเหตุมาจากอะไร และส่งผลเสียต่อรถของท่านอย่างไรบ้างทางบริษัทประกันก็จะได้ดำเนินการเพื่อที่จะเคลมประกันให้ท่านได้อย่างทันท่วงที

อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นเพราะแม้ว่ารถจะเสียเท่าไหร่ หรือต้องเข้าอู่สักกี่ครั้งถ้าเกิดไฟรถขึ้นไม่เพียงที่จะต้องเสียทรัพย์สินเท่านั้น ในบางครั้งอาจจะพลาดที่จะต้องเสียคนที่เรารักร่วมด้วย ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงต้องหมั่นตรวจสอบสภาพรถแทบทุกครั้งอย่างเช่น

  • ควรที่จะตรวจเช็คระยะตามที่ได้กำหนดไว้
  • ระหว่างที่ได้ทำการเติมพลังงานไม่ว่าจะเป็นอะไรตามควรที่จะเปิดหน้าต่างไว้ เพื่อระบายไอระเหยของสารต่าง ๆ เหล่านั้น
  • ควรที่จะตรวจสอบหรือหารอยรั่วของถังแก็สหรือระบบแก็สที่ได้ติดตั้งมาในรถว่ามีรอยรั่วให้เห็นหรือไม่ โดยท่านจะต้องเปิดระบบแก็สก่อนถึงจะทำได้ เพื่อความปลอดภัยก็อาจจะให้ทางบริษัทที่ติดตั้งช่วยตรวจสอบให้ รวมไปจนถึงควรที่จะเข้าตรวจสอบระบบแก็สตามที่บริษัทรับติดตั้งได้กำหนดไว้

การป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการตรวจเช็คสภาพของรถให้สม่ำเสมอ เพราะส่วนมากแล้วปัญหาส่วนใหญ่มักจะมาจากปัญหาที่ตัวท่านเองอาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญ หรือใส่ใจเท่าไหร่นัก ดังนั้นคนรักรถทั้งหลายจึงควรที่จะทำความรู้จักกับรถของตัวเองและหมั่นดูแลรักษาเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา รถไฟไหม้ระหว่างการขับขี่ได้

ขณะเดียวกันถ้าหากได้เกิดอุบัติเหตุลักษณะนี้ขึ้นผู้ขับขี่ควรที่จะมีสติไว้เป็นอย่างแรก ดั่งที่ได้กล่าวไว้ในข้อแรกว่า ตั้งสติก่อนที่จะเตลิดเพราะไม่เช่นนั้นท่านจะไม่สามารถรับมือกับปัญหาดังกล่าวได้เลย เพราะถ้าท่านได้มัวแต่ตกใจกับปัญหาที่อยู่ตรงหน้ารับรองได้เลยว่าด้วยความรวดเร็วของเหตุการณ์นั้น จะทำให้ท่านต้องสูญเสียชีวิตอย่างแน่นอน รวมไปจนถึงแม้ว่าวิธีการดับไฟจะเป็นวิธีการที่ดี แต่ท่านก็ไม่ควรที่จะเสี่ยงชีวิตด้วยตัวเอง แต่ควรที่จะติดต่อเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาดูแล


avatar
by admin

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon