รถ ใช้น้อย ดูแลอย่างไรดี

posted: 4 years ago
รถ ใช้น้อย ดูแลอย่างไรดี

comments

รถ

การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยรถราและสภาพการจราจรที่น่าอึดอัด บ่อยครั้งก็ทำให้เราอยากจะสละที่นั่งหลังพวงมาลัยไปใช้พาหนะสาธารณะที่ว่องไวกว่า จนสุดท้ายกลายเป็นว่า รถ คู่ใจถูกจอดตายไว้ที่บ้าน หรือสำหรับบางคน รถยนต์อาจเป็นเหมือนของสะสมที่ไม่อยากจะนำออกมาวิ่งฝ่าดงเขม่าควันให้ต้องหมองหม่นมากมาย ก็เลยจอดพวกมันไว้ใต้ร่ม หนีจากเงาแดด เงาฝน เสียดีกว่า แต่ รถ ก็เหมือนคน หากไม่ได้ใช้งานนานๆ เข้าก็คงมีอาการน็อตหลวมกันบ้าง ถ้าอย่างนั้นมาดูกันดีกว่า ว่าเราจะดูแลเพื่อนสี่ล้อเหล่านี้อย่างไร ให้คงสภาพดีอยู่เสมอ…

Viriyah Insurance

ดูแลรถ

แม้จะจอดทิ้งไว้นานแค่ไหน แต่อย่าลืมดูแลและตรวจสอบ รถ ของคุณในส่วนหลักๆ ดังนี้

– น้ำมันเครื่อง หรือไส้กรอง โดยปกติแล้วเราจะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองทุกๆ การวิ่งระยะ 5,000 – 10,000 กิโลเมตร แต่สำหรับรถที่ไม่ค่อยได้วิ่งนั้น คงนำเรื่องของระยะทางมาวัดได้ไม่มากนัก ดังนั้นจึงควรอ้างอิงต้ามระยะเวลาแทน อาจเป็นทุกๆ 6 เดือนหรือตามแต่ที่คู่มือรถระบุไว้ เพราะอย่าลืมว่าน้ำมันเครื่องก็มีวันหมดอายุ และนี่อาจจะเป็นตัวการที่ทำให้ รถ ของคุณเสื่อมสภาพได้ด้วยเช่นกัน

– ยางทั้งสี่ แม้ว่า รถ ของคุณจะไม่ได้วิ่งจนดอกยางสึกเหมือนกับรถยนต์ที่วิ่งมากว่า 40,000 กิโลเมตร แต่หากยางของคุณมีอายุเกินกว่า 2 ปี เนื้อของมันก็จะเริ่มขาดความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะที่น้อยลง ดังนั้นควรมองหายางเส้นใหม่ทุกๆ 2 ปีจะดีกว่า

– ยางที่ปัดน้ำฝน ขึ้นชื่อว่ายาง คงไม่ต่างอะไรจากยางรถยนต์มากนัก เมื่อปล่อยไว้นานวันเข้า ยางเหล่านี้ก็จะยิ่งแข็งตัว ประสิทธิภาพในการรีดน้ำก็จะด้อยลง ทำให้ทัศวิสัยเมื่อต้องขับขี่ยามฝนตกด้อยลงตามไปด้วย ดังนั้นสำหรับรถที่จอดแช่ไว้นานๆ ก่อนออกไปตะลุยช่วงหน้าฝน ก็ควรเช็คสภาพยางเหล่านี้ให้ดีเสียก่อน

Dhiphaya Insurance

รถยนต์

– แบตเตอรี่ เพราะแบตเตอรี่จะมีการคายประจุอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นวิธีที่จะช่วยยืดอายุของแบตเตอรี่ได้ง่ายและประหยัดที่สุดคือ หมั่นสตาร์ท รถ เป็นระยะ สักสัปดาห์ละครั้ง โดยแต่ละครั้งอาจวอร์มเครื่องอยู่ที่ประมาณ 10 นาที ซึ่งวิธีการนี้นอกจากจะเป็นผลดีต่อแบตเตอรี่แล้ว ยังทำให้เครื่องยนต์ได้มีการใช้งานในบางครั้งคราวด้วย

– สายไฟ แม้สายไฟจะไม่ใช่อุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพได้ง่ายๆ แต่การจอดรถไว้นานๆ ก็อาจกลายเป็นที่สิงสถิตของสิ่งมีชีวิตที่คุณไม่อาจคาดคิดได้ เช่น หนู ที่อาจเข้าไปกัดสายไฟ ดังนั้นจึงควรเปิดฝากระโปรง รวมไปถึงแผงไฟบริเวณใต้คอนโซลเพื่อตรวจสอบบ้างเป็นครั้งคราว

สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงรายละเอียดเบื้องต้นที่เจ้าของ รถ ต้องหมั่นตรวจเช็คเป็นประจำ แต่ทั้งนี้ก็อย่าลืมเช็คสภาพส่วนประกอบอื่นๆ ของตัว รถ ด้วย เพื่อที่ รถ คันคู่ใจจะได้อยู่กับคุณไปได้อีกนานๆ


avatar
by admin

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon