เป็นไอดอลมันเหนื่อย…รวมทุกประเด็นกับวิถีไอดอล วัฒนธรรมใหม่ในไทย

posted: 9 months ago
เป็นไอดอลมันเหนื่อย…รวมทุกประเด็นกับวิถีไอดอล วัฒนธรรมใหม่ในไทย

comments

กลายเป็นประเด็นร้อนข้ามคืนไปเสียแล้ว จากกรณีของ นัท นิสามณี จากเพจดังอย่าง สะบัดแปรง ที่ได้ออกวิดีโอสอนแต่งหน้าในลุคของ เฌอปราง วง BNK48 ฟังดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่กลายเป็นเรื่องขึ้นมา เมื่อ นัท นิสาฯ ได้ใส่ชุดที่มีลักษณะคล้ายชุดของวง BNK48 ถ่ายรูปคู่กับอาหารเสริม สินค้าของตัวเธอเอง จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันขึ้นมาว่า ผิดลิขสิทธิ์หรือไม่?

แน่นอนว่า นี่ไม่ใช่แค่ประเด็นดราม่าครั้งแรกของวงไอดอลอย่าง BNK48 ว่าแล้วเราจะพาทุกคนไปเกาะติดย้อนหลัง กับประเด็นที่แสนจะน่าเหนื่อยใจ และทำให้เรารู้ไดว่า จริงๆ แล้ว เป็นไอดอลนี่ก็เหนื่อยใช่เล่นเหมือนกัน!



งดงาน ลดชั้น คือการลงโทษที่ไอดอลต้องเจอ

นับว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องลึกลับในช่วงสมัยที่คนไทยจะรู้จักเพลง คุกกี้เสี่ยงทายก็ว่าได้ เมื่อก่อนหน้านั้น ได้มีการลดขั้นจากเซมบัตสึ (ผู้โปรโมทเพลงซิงเกิ้ลแรก) ลงเป็นเคงคิวเซย์ (ไม่ได้ใส่ชุดโปรโมทหลัก และถอยไปเต้นที่แถวหลังๆ) ของ ยูนิต ชราไลน์ อีกหนึ่งกลุ่มทีได้รับความนิยมอย่างมากของวง ที่ประกอบไปด้วย อร BNK48, แก้ว BNK48, น้ำหนึ่ง BNK48 และ แจน BNK48 ที่จู่ๆ ก็ประกาศกลางอากาศเสียอย่างงั้น

ทำให้ยูนิตนี้ ต้องถอยไปเต้นที่แถวหลังเป็นระยะเวลา 1 งาน ซึ่งการลงโทษนี้ก็ยังคงเป็นปริศนา เพราะในประกาศทางทีมงานไม่ได้แจ้งไว้ แต่ก็มีข่าวลืออยู่หลายเรื่อง เช่น เหตุเกิดจากการที่จับได้ว่าทั้งกลุ่มโดดงานไปเที่ยวหัวหิน เป็นต้น

ส่วนอีกหนึ่งเรื่องที่เป็นปริศนาไม่แพ้กัน คือการออกงานคอนเสิร์ตครั้งแรก อย่าง คอนเสิร์ต Fandom Party in Bangkok ซึ่งเป็นการรวมเอาทั้งวง BNK48, เป็ก ผลิตโชค และ iKONIC สามขั้วมหาอำนาจทั้งสามสัญชาติมารวมกันกันเล่นคอนเสิร์ต แต่กลายเป็นว่าแฟนคลับบางส่วนต้องใจสลาย เมื่อไปถึง ซัทจัง BNK48 และ น้ำหอม BNK48 สมาชิกที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มการโปรโมทซิงเกิ้ลแรก กลับไม่ได้ไปออกคอนเสิร์ต แต่มีเมมเบอร์คนอื่นไปแทน

ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสมาชิกนี้ แม้จะไม่ใช้บทลงโทษ แต่ก็ไม่ได้มีประกาศแจ้งเตือนก่อน ทำให้เกิดกระแสติติงทีมงาน ที่เปลี่ยนเมมเบอร์ไปแสดงโดยไม่บอกล่วงหน้า



ลงดาบชัดเจน ห้ามเซล์ฟฟี่กับคนนอก

หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นชินกันเท่าไหร่ สำหรับ BNK48 นั้น เป็นวงรุ่นน้อง ที่ได้ลิขสิทธิ์มาถูกต้องจากญี่ปุ่น และนี่เองที่ทำให้ทางวงจำเป็นต้องนำกฎระเบียบทุกอย่างมาใช้ ซึ่งนับได้ว่าเป็นคัลเจอร์ช็อกอย่างนึงเลยก็ว่าได้ โดยหนึ่งในกฎที่แปลกที่สุด ก็คือการห้ามเซล์ฟฟี่ หรือห้ามถ่ายรูปกับคนอื่นนอกจากครอบครัวนั่นเอง

เนื่องจากในกิจกรรมบางกิจกรรมของทาง 48G นั้น จะให้แฟนคลับได้ถ่ายรูปกับตัวสมาชิกได้ แต่ส่วนมากจะต้องมีการซื้อสินค้าต่างๆ รวมไปถึงการสุ่มถ่ายรูปคู่ด้วย นั้นทำให้เกิดกฎห้ามเซล์ฟฟี่ หรือการขอไปถ่ายรูปคู่กับตัวสมาชิกในวง



นอกจากนั้น กฎนี้ออกมาเนื่องจากทางทีมงานเคยให้สัมภาษณ์ไว้นานแล้วว่านอกเหนือจากการควบคุมภาพลักษณ์ของตัวไอดอล เพิ่มความเป็นส่วนตัวนอกจากเวลาทำงาน (เพราะคนนอกไม่สามารถเดินเข้าไปขอถ่ายภาพได้ ทำให้ตัวไอดอลมีพื้นที่ส่วนตัวนอกเวลางานมากขึ้น) กฏหลักๆ จากทางญี่ปุ่นเองก็ไม่อนุญาต หากจะถ่ายรูปได้ ต้องเป็นการถ่ายรูปแบบรวมๆ ในลักษณะการทำงานเท่านั้น ส่วนการถ่ายรูปกับคนรู้จัก หรือเพื่อนฝูง ถ่ายได้แต่ไม่ควรลงโซเชี่ยล ในขณะที่การถ่ายรูปกับครอบครัวจะถือเป็นเรื่องอนุโลมทั้งหมด

ส่วนเมมเบอร์ที่มีการตักเตือนไปคนแรก เห็นจะเป็น “แคนแคน BNK48” สาวอินดี้ประจำวง ที่รุ่นพี่มีการโพสต์รูปถ่ายคู่กับเจ้าตัว แถมแทคหาถึงใน IG จนมีแฟนคลับไปขอร้องให้ลบ แต่สุดท้ายแคนแคนก็โดนลงโทษ ด้วยการงดออกงาน 1 งาน กลางอากาศ

แน่นอนว่าผลการตัดสินสร้างความไม่พอใจให้แฟนคลับหลายๆ คน เนื่องจากหลายฝ่ายมองว่า ไม่ใช่ความผิดของตัวเมมเบอร์โดยตรง (เพราะเมมเบอร์ไม่ใช่คนโพสต์รูป และเป็นเรื่องปรกติที่ถ่ายรูปแสดงความยินดีกับรุ่นพี่ที่รับปริญญา) แต่ทั้งนี้ทางต้นสังกัดก็ได้ตัดสินใจไม่ให้แคนแคนขึ้นงานแสดงไปทั้งสิ้นหนึ่งงาน เหมือนเป็นการตักเตือนนั่นเอง



ห้ามมีแฟน กฎนี้จริงจังแค่ไหน?

นับได้ว่าเป็นอีกกรณีที่สื่อหลายๆ เจ้าเลือกนำเสนอเลยก็ว่าได้ ล่าสุดกับบทลงโทษพักงานเป็นเวลา 1 เดือน ของ “เมษา BNK48” ถึงแม้ว่าในประกาศจะแจ้งว่าลงโทษด้วยพฤติกรรมไม่เหมาะสม แต่หลายๆ คนก็เข้าใจว่าเกิดจากกรณีที่เจ้าตัวมีรูปหลุด ลง IG Story เป็นภาพเพื่อนชายรายนึง

และนี่ไม่ใช่เพียงดราม่าแรกของ เมษา เท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้ตั้งแต่ที่วงเริ่มต้นเดบิ้วท์ ก็มีข่าวออกมาว่าเจ้าตัวมีแฟน แต่ก็ได้มีการขอโทษขอโพย และขอโอกาสแก้ตัวใหม่ไปแล้ว แต่เรื่องกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งเมื่อมีเพจแห่งหนึ่งได้ออกมาขู่กร้าว และใช้คำพูดจาไม่ดี และตัวเมษาเองก็ได้ทำการตอบโต้จนกลายเป็นวลีเด็ดๆ อย่าง “คนจริง ไม่พูดมาก เจ็บคอ” ทำให้กระแสส่วนนึงไม่พอใจกับการตอบโต้โซเชียลของเมษา ที่ดูหัวร้อนเกินไปหน่อย

และนั่น ทำให้ผู้จัดการวง หรือที่รู้จักกันดีในนาม “จ๊อบซัง” ออกมาแจ้งว่า กำลังปรึกษาทนาย เนื่องจากมีการใช้คำพูดรุนแรง และไม่ดีกับตัวสมาชิกของวง

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนจะเริ่มสงสัยแล้วว่า ทางวงห้ามมีแฟนจริงๆ หรือ? อันที่จริงจากต้นสังกัดอย่าง วงพี่ 48G เอง ก็ไม่ได้มีกฎเรื่องนี้อย่างตายตัว ทางวงไม่ได้ห้าม แต่ตัวสมาชิกต้องรับกระแสต่างๆ ให้ได้

และทางวงก็ได้แนะนำว่า หากไม่มีจะดีกว่า เนื่องจากการเป็นไอดอลนั้น ต้องตั้งเป้าหมายไว้กับผลงาน การแข่งขันในวง การแสดง การฝึกซ้อมที่หนักหน่วง รวมไปถึงการออกงานต่างๆ ด้วยภาระที่มากมายนี้ ก็อยากให้โฟกัสกับงานเป็นหลักมากกว่าเรื่องส่วนตัว แต่ก็ไม่ได้ห้ามเป็นพิเศษ

และบทสรุปสุดท้ายจึงออกมาเป็น การลงโทษพักงาน และกิจกรรมของสมาชิก เมษา BNK48 ไว้เป็นเวลา 1 เดือน ตามที่ประกาศได้แจ้งไว้




แต่งคอสเพลย์ สรุปได้ไม่ได้?

ปวดหัวกับหลายๆ เรื่อง แต่สุดท้ายเรื่องล่าสุดนี่แหละที่น่าปวดหัวยิ่งกว่า จากกรณีของ นัท นิสามณี จากเพจดังอย่าง สะบัดแปรง ที่ได้ออกวีดิโอสอนเทคนิค การแต่งหน้าในลุคของ เฌอปราง BNK48

ฟังดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่กลายเป็นเรื่องขึ้นมา เมื่อ นัท นิสาฯ ได้ใส่ชุดที่มีลักษณะคล้ายชุดของวง BNK48 ถ่ายรูปคู่กับอาหารเสริม สินค้าของตัวเธอเอง จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันขึ้นมาว่า ผิดลิขสิทธิ์หรือไม่  เมื่อมีเพจดังหลายๆ เพจ เช่น เพจดราม่าแอดดิด หรือเพจ ควีนแหม่ม เข้ามาแสดงความคิดเห็น

บางฝ่ายชี้แจ้งว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากตัววงเป็นลิขสิทธิ์ของทางญี่ปุ่น และการนำคอสเพลย์ที่เป็นงานอดิเรกมาถือของขายถือว่าผิด ถ้าใช้แค่ตอนสอนแต่งหน้า หรือใส่ถ่ายรูปสวยๆ ไม่น่าจะมีปัญหา แต่อีกฝ่ายก็ให้ความเห็นว่า ในไทย กฏหมายยังไม่ครอบคลุมขนาดนั้น และฟ้องไป อาจจะเอาผิดทางกฎหมายไม่ได้

แน่นอนว่า การถกเถียงนั้นเกิดเรื่องราวใหญ่โต เมื่อแฟนคลับของทั้งสองฝ่ายเริ่มดราม่าใส่กันเอง แต่ทาง BNK48 ยังเลือกที่จะเงียบต่อไป

บทสรุปว่าแต่งได้ หรือไม่ได้ก็ยังคงคลุมเครือ และหลายๆ ที่ได้แค่ให้ความคิดเห็นเท่านั้น เนื่องจากกฎหมายไทยเป็นอะไรที่ต้องตีความ รวมไปถึงปัจจัยต่างๆ ทำให้ไม่สามารถฟันธงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ดูจากที่หลายๆ คนออกความเห็นแล้ว เซฟตัวเองด้วยการไม่แต่งคอสเพลย์ขายสินค้า หรือนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ก็อาจจะเข้าท่าที่สุดแล้วก็ได้



การเป็นไอดอลมันเหนื่อย เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แถมการขนกฎจากญี่ปุ่นมาโดยตรงมาใช้กับวัฒนธรรมไทยก็ออกจะงงๆ ไม่ค่อยเข้าใจกันไปบ้าง ก็ต้องค่อยๆ ปรับตัวกันไป เพราะนับๆ แล้ว ตัววงเพิ่งเปิดตัวมาได้แค่ 1 ปี กว่าๆ เท่านั้น


แต่การที่เริ่มต้นด้วยยอดวิว ยอดขายแผ่นซีดี รวมไปถึงคนมากหน้าหลากหลายที่เริ่มรู้จักมากขึ้น ก็ทำให้น่าคิดต่อไปว่า อนาคตวงการเพลงของไทยที่ค่อยๆ ซบเซาลงนั้น จะกลับมาบูมได้อีกหรือไม่? จะมีดราม่าอะไรใหม่ๆ มาอีกหรือเปล่า เราก็ต้องติดตามกันต่อไป!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon