โรคนี้ต้องจ่ายเท่าไหร่? เมื่อต้องไปรักษาที่รัฐและเอกชน

posted: 2 years ago
2,516 views
โรคนี้ต้องจ่ายเท่าไหร่? เมื่อต้องไปรักษาที่รัฐและเอกชน

comments

ในยุคสมัยนี้ ใครหลายๆ คนอาจจะหันมาให้ความสนใจในเรื่องของสุขภาพมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน โรคภัยต่างๆ ก็ได้ทวีคูณเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลาเช่นกัน

แหม ถึงจะดูแลตัวเองดีแล้ว คนมันจะเป็นโรคก็ใช่ว่าจะยั้งกันได้ใช่มั้ยล่ะ? แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้และฝีมือคุณหมอจากทั้งหลายโรงพยาบาลทำให้โรคภัยที่เคยรักษาได้ยากในอดีต กลับมารักษาได้อย่างง่ายดายขึ้นหลายเท่าตัว แต่ผู้ป่วยก็ต้องแลกด้วยการจ่ายเงินเช่นกัน

วันนี้เราจะพาไปดูว่า ‘ราคารักษาโรคภัย’ จากทั้งโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชนนั้น สนนราคาถูก-แพงแค่ไหน? มีความแตกต่างกันยังไง?

thermometer-833085_640

เทียบกันเน้นๆ

ราคาที่คุณจะได้เห็นต่อไปนี้ เป็นการเปรียบเทียบ ‘ค่ารักษาระหว่างโรงพยาบาลรัฐและเอกชนในประเทศไทย’ ซึ่งรวบรวมข้อมูลมา 5 กลุ่มโรคที่คุณหรือคนใกล้ตัวหลายคนอาจกำลังประสบพบเจออยู่ มีอะไรบ้างมาดูกันเลย

  • ผ่าตัดต้อกระจก
    –   โรงพยาบาลรัฐ ขั้นต่ำที่ 19,468 – 44,740 บาท
    –  โรงพยาบาลเอกชน ขั้นต่ำที่ 59,263 – 656,030 บาท
  • โรคหวัด
    – โรงพยาบาลรัฐ ขั้นต่ำที่ 490 – 1,252 บาท
    – โรงพยาบาลเอกชน ขั้นต่ำที่ 1,712 – 3,940 บาท
  • โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันฉับพลัน
    – โรงพยาบาลรัฐ ขั้นต่ำที่ 89,376 – 158,680 บาท
    – โรงพยาบาลเอกชน ขั้นต่ำที่ 164,870 – 1,150,420 บาท
  • ไส้ติ่งอักเสบ
    – โรงพยาบาลรัฐ ขั้นต่ำที่ 16,841 – 42,631.20 บาท
    – โรงพยาบาลเอกชน ขั้นต่ำที่ 57,682.70 – 211,765.30 บาท
  • ผ่าตัดข้อเข่า
    – โรงพยาบาลรัฐ ขั้นต่ำที่ 115,990 – 170,244 บาท
    – โรงพยาบาลเอกชน ขั้นต่ำที่ 182,542 – 536,416 บาท

 

รัฐหรือเอกชนดี ?

จากการเปรียบเทียบค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจริงระหว่างปี 2552 และ ปี 2557 เราจะพบได้ว่า โรงพยาบาลเอกชนนั้น มีอัตราค่ารักษาที่มากกว่าโณงพยาบาลรัฐบาลมากถึง 3- 4 เท่า ในขณะที่โรงพยาบาลรัฐมีแนวโน้มลดลง 4 – 5 %

  • โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันฉับพลัน อัตราเริ่มต้นแพงกว่าโรงพยาบาลรัฐราว 1.8 เท่า
  • โรคไส้ติ่งอักเสบ โรงพยาบาลเอกชนแพงกว่าโรงพยาบาลรัฐ 3.4 เท่า
  • การผ่าข้อเข่า โรพงยาบาลเอกชนแพงกว่าราว 3 เท่า
  • ผ่าตัดต้อกระจก โรงพยาบาลเอกชนแพงกว่า 1.5 เท่า

และอย่าลืมว่า การที่ค่ารักษาเหล่านี้ มีราคาที่แพงนั้น ต้องอาศัยปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น ความเชี่ยวชาญของแพทย์ที่รักษาโรคเหล่านัน้ให้กับเรา, อาการเจ็บป่วยเรื้อรัง ทำให้ต้องเพิ่มเงินที่ใช้ในการรักษา หรือหากคุณมีอาการฉุกเฉินต้องได้รับการรักษาเร่งด่วน ก็ยิ่งทำให้ราคาค่ารักาาพุ่งทะยาน แนบชิดติดเพดานเข้าไปอีก

 

eye-766166_640

 

เห็นราคาแบบนี้ก็ไม่ต้องตกใจไป หากใครมีสิทธิพิเศษต่างๆ อย่าง ประกันสังคม ประกันของทางบริษัท หรือประกันที่คุณทำเอาไว้เมื่อยามเจ็บป่วย ก็จะช่วยลดหย่อนค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้

รู้แบบนี้แล้ว อย่าละเลยที่จะดูแลสุขภาพ และรักษาร่างกายให้แข็งแรงเข้าไว้ จะช่วยลดรายจ่ายเหล่านี้ และมีชีวิตที่ดีได้อย่างแน่นอน

 

 

เพราะ “การไม่มีโรค คือลลาภอันประเสริฐ์” ยังไงละ!

ข้อมูล : ผลการศึกษาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon