ร่วมรำลึก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

posted: 2 years ago
1,707 views
ร่วมรำลึก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

comments

feature

หากได้ติดตามข่าว ทุกคนคงจะทราบกันดีว่า ทางราชสำนักได้ประกาศ กำหนดพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระสังฆราช ตั้งแต่วันที่ 15 – 17 ธันวาคม พ.ศ. 2558 และได้ขอความร่วมมือให้สวมชุดดำเพื่อไว้อาลัย ดังนั้น วันนี้เราจะขอแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกับพระประวัติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ผู้ได้ขึ้นชื่อว่า “สมเด็จพระสังฆราช พระองค์แรกของไทย ที่มีพระชันษามากถึง 100 ปี”

Viriyah Insurance

1
ทรงเป็นพระอภิบาล (พระพี่เลี้ยง) ในการทรงผนวชของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระประวัติของ สมเด็จพระสังฆราช

พระองค์มีพระนามเดิมว่า “เจริญ คชวัตร” พระนามฉายาว่า “สุวฑฺฒโน” ประสูติ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2456 ณ บ้านวัดเหนือ ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ในรัชกาลที่ 6 พระองค์ทรงบรรพชาเป็นสามเณร ใน ปี พ.ศ. 2469 ขณะมีพระชันษาได้ 14 ปี ที่วัดเทวสังฆาราม โดยมี พระเทพมงคลรังษี เจ้าอาวาสวัดเทวสังฆาราม เป็นพระอุปัชฌาย์  ภายหลังบรรพชาแล้ว ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเทวสังฆาราม 1 พรรษา และได้มาศึกษาพระธรรมวินัยที่วัดเสน่หา จ.นครปฐม

หลังจากนั้น พระเทพมงคลรังษี พระอุปัชฌาย์ ได้พาพระองค์ไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร และนำพระองค์ขึ้นเฝ้าถวายตัวต่อ สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เพื่ออยู่ศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักวัดบวรนิเวศวิหาร พระองค์ทรงได้รับประทานนามฉายาจาก สมเด็จพระสังฆราช ว่า “สุวฑฺฒโน” ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้เจริญดี”

จนกระทั่ง พระชันษาครบอุปสมบทจึงทรงเดินทางกลับไปอุปสมบทที่วัดเทวสังฆาราม เมื่อ พ.ศ. 2476 ภายหลังจึงได้เดินทางเข้ามาจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร และได้เข้าพิธีอุปสมบทซ้ำเป็นธรรมยุตินิกาย โดยมี สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เป็นพระอุปัชฌาย์

9
ทรงมีสัตว์เลี้ยงโปรดอยู่สองตัว หนึ่งในนั้นคือเจ้าบอด ไก่แจ้ที่ตาบอดด้วย

ครั้นเมื่อถึงวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2532 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา สมเด็จพระญาณสังวร ขึ้นเป็น สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก นับเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และเป็นเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต สืบต่อจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช และทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรกที่มิได้ทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ แต่ทรงได้รับพระราชทานสถาปนาในราชทินนามพิเศษ ต่างไปจากสมเด็จพระสังฆราชพระองค์อื่นๆ ที่ล้วนได้รับพระราชทาน สถาปนาในราชทินนามสำหรับตำแหน่งคือ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ ทุกพระองค์ นอกจากนี้ ยังนับเป็นสมเด็จพระสังฆราชที่มีพระชันษามากกว่าสมเด็จพระสังฆราชทุกพระองค์ในอดีต และเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรกของไทยที่มีพระชันษา 100 ปี

และ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556 ท่านสิ้นพระชนม์ เนื่องจากติดเชื้อในกระแสพระโลหิต

6 (1)
สมัยที่ทรงบวชเรียนในช่วงแรกๆ

ความใฝ่รู้อันไม่มีที่สิ้นสุด

เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงเป็นสนใจ ใฝ่รู้ ในการศึกษาอย่างมาก ทรงสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค นอกจากนี้ยังสนใจ ศึกษาในด้านภาษาเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน ภาษาฝรั่งเศส ภาษาจีน โดยการเรียนรู้นั้น เรียนรู้พื้นฐานมาจากเหล่าครูอาจารย์ และศึกษาเองจากการอ่านหนังสือ การฝึกพูด

หลายๆครั้ง สมเด็จฯ พูดติดตลกว่าเรียนจนครูตาย เลยต้องเลิก เพราะหลายครั้งหลายทีที่พระองค์ไม่สามารถร่ำเรียนทางภาษาได้สุดทาง เนื่องจากอาจารย์ทุกท่านมีเหตุให้ถึงแก่กรรมก่อนทั้งนั้น ซึ่งทุกภาษาที่กล่าวมานั้น มีเพียงภาษาอังกฤษ ที่ท่านทรงศึกษาต่อเนื่อง ทรงสามารถ พูด อ่าน เขียนได้

5
เจ้าพระคุณสมเด็จฯ เป็นพระที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และหมั่นสึกษาหาความรู้อยู่เสมอ

นอกจากนี้ เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ยังหมั่นแสวงหาความรู้ของพระองค์ โดยการอ่านหนังสือเป็นหลัก ทรงอ่านทั้งหนังสือภาษาไทย หนังสือภาษาอังกฤษ และมิได้ทรงจำกัดการอ่านเฉพาะหนังสือทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่รวมทั้งหนังสือที่เป็นความรู้ทั่วๆ ไป  บางครั้งพระองค์ก็ทรงนำเอาความรู้สมัยใหม่ด้านต่างๆ  มาประยุกต์ในการอธิบายพระพุทธศาสนาให้คนร่วม สมัยเข้าใจความหมาย และประเด็นความคิดทางพระพุทธศาสนาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยความเชี่ยวชาญเหล่านี้เอง ทำให้พระองค์ได้รับหน้าที่ เป็น ครูสอนพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกธรรม หรือนักธรรม และแผนกบาลี  รวมถึง เป็นผู้อำนวยการศึกษาสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร มีหน้าที่ที่จัดการศึกษาของภิกษุสามเณร ทั้งแผนกธรรม และแผนกบาลี

ไม่เพียงแต่คอยอบรมสั่งสอนภิกษุสามเณรในฐานะทรงเป็นพระอุปัชฌาย์อาจารย์เท่านั้น แต่พระองค์ยังทรงอบรมสั่งสอนอุบาสกอุบาสิกา ในฐานะที่ทรงเป็นเจ้าอาวาสหรืออธิบดีแห่งพระอาราม รวมถึงเป็นพระอภิบาล (พระพี่เลี้ยง) ในการทรงผนวชของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นับแต่ก่อนการทรงผนวช จนตลอดระยะเวลาแห่งการทรงผนวชอีกด้วย

Bangkok Insurance

ปฏิทาอันเป็นแบบอย่าง

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของความอดทน ใฝ่รู้ กตัญญู ถ่อมตน รวมถึง การมักน้อย สันโดษ เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ทรงปฏิบัติพระองค์อย่างเรียบง่าย แม้ที่อยู่อาศัยก็ไม่โปรดให้ประดับตกแต่ง ทรงเตือนภิกษุสามเณรอยู่เสมอว่า “พระเณรไม่ควรอยู่อย่างหรูหรา”

พระปฏิปทาข้อนี้ที่ปรากฏอย่างชัดเจนอีกอย่างหนึ่ง คือ ไม่ทรงสะสม วัตถุสิ่งของที่มีผู้ถวายมา ก็ทรงแจกจ่ายต่อไปตามโอกาส  หลายครั้งพระองค์มักจะให้เหตุผลเสมอว่า “ไม่รู้จะเอาเก็บไว้ที่ไหน” นอกจากไม่ยอมรับสิ่งของถวายเกินความจำเป็น หรือสะสมของถวายแล้ว สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช  ยังทรงมีเมตตา เป็นประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อการกุศลต่างๆ หลายมูลนิธิ ไม่ว่าจะเป็น มูลนิธิสงเคราะห์คนเป็นโรคเรื้อน, มูลนิธิสังฆประชานุเคราะห์, มูลนิธิพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย, มูลนิธิแผ่นดินธรรม, มูลนิธิสงเคราะห์ และฟื้นฟูจิตใจผู้ติดยาเสพติด

และที่สำคัญ ทรงพระดำริให้จัดสร้าง “ตึกสกลมหาสังฆปริณายก” ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทุกพระองค์ รวม 19 พระองค์ ในถิ่นที่ขาดแคลนสถานพยาบาล กระจายไปในจังหวัดต่างๆ ทุกภาคของประเทศ

2
ทรงเตือนภิกษุสามเณรอยู่เสมอว่า “พระเณรไม่ควรอยู่อย่างหรูหรา”

เกร็ดน่ารู้

– สมเด็จพระสังฆราชท่านเกิด พ.ศ. 2456  แต่วันที่ท่านสิ้นพระชนม์ คือวันที่ 24 พ.ศ.56

– ปีที่ทรงเกิด คือ ปี ค.ศ. 1913  แต่เวลาที่ท่านละสังขารคือ เวลา 19:13 น.

– อายุของเจ้าพระคุณสมเด็จฯ คือ 100 ปี 21 วัน และวันที่ 21 คือวันที่ท่านได้เป็นพระสังฆราช

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีพระราชทานเพลิงสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วันที่ 16 ธ.ค. 2556 นี้ ทาง Rabbit Finance ขอร่วมน้อมรำลึก และไว้อาลัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย


avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon