รีวิว Snowden : เรื่องจริงผ่านจอของนายสโนว์กับการตีแผ่มุมมืดของอเมริกัน

posted: 2 years ago
รีวิว Snowden : เรื่องจริงผ่านจอของนายสโนว์กับการตีแผ่มุมมืดของอเมริกัน

comments

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ติดตามข่าวต่างประเทศในช่วงระยะหลังที่ผ่านมานี้น่าจะเคยได้ยินชื่อของ Edward Snowden ชายที่กล้าออกมาเขย่าบรรลังค์ของประเทศอเมริกาให้เปลี่ยนสภาพจากพระเอกขี่ม้าขาวให้กลายเป็นผู้ร้ายได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยเรื่องราวของเขานั้นถือเป็นแรงบันดาลใจชั้นเยี่ยมให้ผู้คนนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ถึงสองเรื่องด้วยกันนั่นก็คือ Citizenfour (แฉกระฉ่อนโลก) ออกฉายในปี 2014 และ ล่าสุดนี้กับเรื่อง Snowden ที่จะพาเรามาตามติดชีวิตของชายผู้นี้กันว่าเขาเป็นใครและมีที่มาอย่างไรกันแน่

เรื่องจริงผ่านจอของนายสโนว์


ภาพยนตร์เรื่อง Snowden จะพาเราไปติดตามเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ในช่วงที่ Edward Snowden เข้ารับราชการเป็นทหารไปจนถึงช่วงที่เขาแอบลักลอบนำเอาเรื่องราวต่างๆ ออกมาแฉผ่านสื่อ ซึ่งหนังเลือกที่จะนำเอาจุดนี้ออกมาถ่ายทอดให้คนดูได้เห็นกันว่านอกจากเรื่องของการแฉแล้วเนี่ย ชีวิตของชายผู้นี้เป็นยังไงกันแน่ในช่วงนั้นเพื่อให้คนดูได้มีโอกาสในการตัดสินเองว่าสรุปแล้วเขาเป็นผู้ก่อการร้ายหรือเป็นวีรบุรุษกันแน่

สำหรับใครที่เคยดูหนังเรื่อง Citizenfour และอยากจะนำมาเปรียบเทียบกับเรื่องนี้แล้วล่ะก็ โดยส่วนตัวนั้นผมคงบอกได้ยากครับว่าเรื่องไหนดีกว่ากัน ด้วยความแตกต่างทางด้านเนื้อหาที่ทาง Citizenfour จะเน้นหนักไปที่การแฉในแบบของสารคดีหนักๆ มากกว่าเรื่อง Snowden ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นแนวสารคดีเหมือนกัน แต่มันเน้นไปที่ชีวิตและประวัติของชายผู้นี้เสียเป็นสำคัญ เพราะฉะนั้นเรื่องการย่อยข้อมูลต่างๆ มันจึงเรียบง่ายและไม่หนักหน่วงเท่ากับภาพยนตร์เรื่องแรกที่ผมพูดถึงเท่าไหร่นัก (แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้เขียนไม่ขอฟันธงนะครับว่าเรื่องไหนดีกว่ากันเนื่องจากแนวทางของทั้งสองเรื่องค่อนข้างจะแตกต่างกันพอสมควร)



สำหรับความสนุกของหนังเรื่องนี้ผมคงพูดได้ว่ามันไม่ใช่หนังที่เปรี้ยงปร้างแบบสนุกสุดขีดจนเวิ่นเว่อ แต่เป็นหนังที่เราสามารถนั่งดูได้เรื่อยๆ เพื่อซึมซับชีวิตของชายคนหนึ่งที่พยายามจะแฉความจริงของรัฐบาลสหรัฐที่ได้แอบดำเนินการอย่างลับๆ เพื่อไม่ให้คนรู้ ซึ่งแน่นอนครับว่าด้วยความที่ Snowden มีแนวทางที่ค่อนข้างจะเกี่ยวโยงกับการเมืองอเมริกันไม่ใช่น้อย ด้วยเหตุนี้เองตัวหนังเลยมีประเด็นเสียดสีและวิจารณ์ทางการเมืองที่แฝงอยู่ค่อนข้างมากโดยเฉพาะในเรื่องของคำว่าเสรีภาพที่คนอเมริกันมีว่า แท้จริงแล้วเนี่ยมันเป็นเสรีภาพจริงๆ หรือไม่กันแน่


หนังยืดไปนิด

โดยส่วนตัวแล้วนั้นผมคิดว่าการตัดจบของหนังเรื่องนี้ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ดังจะเห็นได้จากฉากสุดท้ายของเรื่องที่แอบมีอาการยืดออกไปพอสมควร (ซึ่งสาเหตุที่ยืดออกไปนั้นค่อนข้างจะสปอยพอสมควรถ้าหากสนใจแนะนำให้ไปติดตามในโรงภาพยนตร์นะครับ) นอกจากนี้การแสดงของทั้ง Joseph Gordon Levitt ที่รับบทเป็น Snowden นั้นถึงแม้ว่าเขาจะแสดงดีในระดับหนึ่งจนสังเกตได้ชัด แต่พูดได้เลยครับว่าหากคุณเคยดูเรื่อง Citizenfour มาแล้วและได้ซึมซับกับตัวตนจริงๆ ของ Edward Snowden คุณอาจจะรู้สึกขัดใจกับการแสดงของเขาพอสมควรเลยก็ได้นะครับ

ดูเพลินๆ ก็สนุกดี


ถ้าหากคุณได้มีโอกาสไปรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วล่ะก็ผมคงบอกได้เลยล่ะครับว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่คุณสามารถดูเพลินๆ ได้เพื่อเสพชีวิตดราม่าของนายสโนว์ผู้ที่ต้องหนีเอาตัวรอดจากอาณาจักรอันชั่วร้ายของอเมริกา แถมตัวหนังยังให้โอกาสในการตัดสินกับคนดูอีกด้วยว่าสรุปแล้วตัวเขาเนี่ยเป็นคนดีจริงๆ หรือเปล่า (ถึงแม้ว่าตัวหนังจะเอียงไปทาง Snowden ก็เถอะ) ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะครับว่าจะตัดสินเขาอย่างไร

[เสริมนิดหนึ่ง] สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้มีบางฉากที่ค่อนข้างจะโป้พอสมควรเลยเพราะฉะนั้นผู้ปกครองท่านใดที่คิดจะพาบุตรหลานของท่านไปรับชมขอให้พิจารณาให้ดีด้วยนะครับ

7.5/10


avatar
by A.J.Style
A.J.Style นักเขียนหนุ่มอารมณ์ดี อายุ 23 ปี อดีตนักกีฬา MMA (ที่ชื่นชอบเรื่องราวลึกลับและซุปเปอร์ฮีโร่เป็นพิเศษ) ปัจจุบันนี้รับหน้าที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับ ภาพยนตร์,เคล็ดลับน่ารู้ และ ดวง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon