รู้จักพร้อมป้องกันไข้ซิกา โรคใหม่ล่ามาแรงที่กำลังระบาดไปทั่วโลก

posted: 2 years ago
รู้จักพร้อมป้องกันไข้ซิกา โรคใหม่ล่ามาแรงที่กำลังระบาดไปทั่วโลก

comments

โรคไข้ซิกา ฟังแล้วอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไร จะมาเริ่มคุ้นตอนที่ประโคมข่าวกันเยอะๆ ว่ามีการระบาดหนักทั้งในแถบละตินอเมริกา แอฟริกาตะวันตก เหมือนจะไม่รุนแรง แต่ก็ใช่ย่อย ยิ่งสำหรับหญิงตั้งครรภ์ยิ่งอันตราย มีผลทำให้ทารกในครรภ์หัวเล็กได้เลยนะคะ เพราะฉะนั้นอย่านิ่งนอนใจไป เผื่อวันหนึ่งประเทศเราเกิดระบาดขึ้นมาจะได้รู้ทางหนีทีไล่ค่ะ

ไปไงมาไงนะโรคนี้

ทำความรู้จักพร้อมป้องกันไข้ ซิกา โรคใหม่ล่ามาแรงที่กำลังระบาดไปทั่วโลก
Cr.http://www.tnamcot.com/wp-content/uploads/image/2015/12/01/1448939569-4a163dff20c2fc01b19ce4dfbc7f15b4.jpg

โรคไข้ซิกา ( Zika virus disease ) เกิดขึ้นโดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค พบครั้งแรกที่ประเทศอูกันด้า เมื่อปี พ.ศ.2490ในลิง โดยในขณะนั้นมีการศึกษาวงจรการเกิดโรคไข้เหลือง จึงมีการค้นพบเชื้อไวรัสซิกาขึ้นมา โรค ไข้ซิกาพบมีการติดต่อในคนตั้งแต่ พ.ศ. 2495 ในประเทศอูกันด้า สาธารณรัฐแทนซาเนีย และมีรายงานพบการระบาดของโรคไข้ซิกา ในพื้นที่ของทวีปแอฟริกา เอเชีย หมู่เกาะแปซิฟิกและอเมริกา ทั่วโลกมีแนวโน้มการระบาดของโรคจะแพร่กระจายไปยังประเทศใหม่ ๆ เนื่องจากการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็ว นอกจากนั้นยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรคยังมีกระจายอยู่ในหลายทวีปทั่วโลก

ประเภทของเชื้อ: Flavivirus

พาหะนำโรค : ยุงลาย (ปกติออกหากินในช่วงเวลาเช้า บ่ายแก่ๆ และช่วงเย็น)


เป็นแล้วอาการเป็นไง

ทำความรู้จักพร้อมป้องกันไข้ ซิกา โรคใหม่ล่ามาแรงที่กำลังระบาดไปทั่วโลก
Cr.http://wm.thaibuffer.com/o/u/2016/wanchalerm/Health_01_59/Zika_4.jpg

ระยะฟักตัว : โรคไข้ซิกา ใช้เวลาประมาณ 3 – 12 วัน อาการของโรคไข้ซิกา คล้ายกับ โรคที่เกิดจากอาร์โบไวรัส (Arbovirus) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่มีแมลงเป็นพาหะนำโรค เช่น โรคไข้สมองอักเสบ โรคไข้เหลือง และโรคไข้เลือดออก เป็นต้น โดยมีอาการไข้ มี ผื่นแดง เยื่อบุตาอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ อาการเหล่านี้ปกติแล้วจะเป็นเพียงเล็กน้อย และอาการจะเป็นอยู่ประมาณ 2 – 7 วัน

ในช่วงที่เกิดการระบาดเป็นวงกว้าง ในหมู่เกาะเฟรนช์โปลินีเซีย และประเทศบราซิล ในปี พ.ศ. 2556และ พ.ศ. 2558 เจ้าหน้าที่ได้รายงานภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการติดโรค ไข้ซิกาต่อระบบประสาทในระบบภูมิคุ้มกัน และปัจจุบันในประเทศบราซิล เจ้าหน้าที่ได้พบว่ามีการติดเชื้อโรค ไข้ซิกาเพิ่มขึ้นในประชาชนทั่วไป และในขณะเดียวกันพบว่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบราซิล มีการเพิ่มขึ้นของภาวะศีรษะเล็ก แต่กำเนิด (Microcephaly) ในเด็กแรกเกิด อย่างไรก็ตามยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของภาวะศรีษะเล็กแต่กำเนิด (Microcephaly) กับการติดโรคไข้ซิกา และต้องมีการค้นคว้าหาสาเหตุอื่นๆ ที่อาจมีผลให้เกิดภาวะดังกล่าวร่วมด้วย


ยุงสู่คน แม่สู่ลูก และเซ็กส์ก็ติดได้

ทำความรู้จักพร้อมป้องกันไข้ ซิกา โรคใหม่ล่ามาแรงที่กำลังระบาดไปทั่วโลก
Cr.http://3s9h7h3y0i6u2n9j4h5vgkf1.wpengine.netdna-cdn.com/wp-content/uploads/2016/01/insect_mosquito_pregnant-women-735_350_resize-compressed-680×380.jpg

โดยทั่วไปไวรัสซิกา ต้องการพาหะนําโรคที่จะติดเชื้อมาสู่คน ได้แก่ ยุงลาย (เป็นพาหะนําโรคเดียวกับไข้เลือดออก และไข้ปวดข้อยุงลาย) ดังนั้นทางติดต่อหลัก คือ ถูกยุงลายที่ติดเชื้อไวรัสซิกากัด อย่างไรก็ตามไวรัสชนิดนี้สามารถแยกเชื้อได้ในน้ําอสุจิ และมีรายงานผู้ป่วย 1 ราย ที่อาจเป็นไปได้ว่าติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ไวรัสซิกาสามารถติดต่อผ่านเลือดได้ แต่พบได้น้อยส่วนการถ่ายทอดจากแม่ ไปสู่ ลูกได้หรือไม ่ มีข้อมูลเพียงเล็กน้อย สําหรับการถ่ายทอดจากแม่ไปสู่ลูก ช่วงระหว่างตั้งครรภ์ หรือคลอดบุตร นั้นจะส่งผลให้ทารกในครรภ์คลอดออกมามีลักษณะหัวเล็กผิดปกติได้


อาการเป็นอย่างไร

อาการที่พบบ่อยที่สุดของการติดเชื้อไวรัสซิกา จะมีไข้ต่ำ ๆ และผื่นผิวหนัง (exanthema) มักจะมีอาการ เยื่อบุตาอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ หรือปวดข้อ และรู้สึกปวดเมื่อยตามตัวร่วมด้วยได้ โดยทั่วไปจะมีอาการใน 2 – 7 วัน หลังจากถูกยุงที่ติดเชื้อกัด

ทำความรู้จักพร้อมป้องกันไข้ ซิกา โรคใหม่ล่ามาแรงที่กำลังระบาดไปทั่วโลก
Cr.http://beenotty.com/wp-content/uploads/2016/02/zika-virus-2-rash.jpg
ทำความรู้จักพร้อมป้องกันไข้ ซิกา โรคใหม่ล่ามาแรงที่กำลังระบาดไปทั่วโลก
Cr.http://imom.vn/images/resource/831.jpg
ทำความรู้จักพร้อมป้องกันไข้ ซิกา โรคใหม่ล่ามาแรงที่กำลังระบาดไปทั่วโลก
Cr.http://www.herkid.com/wp-content/uploads/2016/02/11.jpg

มีวิธีรักษาไหม

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันเฉพาะ การรักษาจะรักษาตามอาการเพื่อบรรเทาการเจ็บป่วย ซึ่งผู้ป่วยโรคไข้ซิกา ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง จึงสามารถรักษาตัวได้โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ รักษาตามอาการ เช่น ใช้ยาลดไข้ หรือยาบรรเทาอาการปวด แนะนำให้รับประทานยาพาราเซตามอล ห้ามรับประทานยาแอสไพริน หรือยากลุ่มลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพราะมียาบางชนิดที่เป็นอันตรายสำหรับการเป็นโรคนี้ อาจทำให้เลือดออกในอวัยวะภายในได้ง่ายขึ้น หากอาการไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยควรปรึกษาและทำตามคำแนะนำของแพทย์


การป้องกัน

ทำความรู้จักพร้อมป้องกันไข้ ซิกา โรคใหม่ล่ามาแรงที่กำลังระบาดไปทั่วโลก
Cr.http://wm.thaibuffer.com/o/u/2016/wanchalerm/Health_01_59/Zika_3.jpg

สำหรับประชาชนอย่าโดนยุงกัด

ยุง และการขยายพันธุ์ของยุงเป็นสาเหตุและเป็นปัจจัยเสี่ยงของการติดต่อของโรคไข้ซิกา การป้องกัน และการควบคุมโรค ขึ้นอยู่กับการลดจำนวนของยุงตามแหล่งต่างๆ การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ รวมถึงการป้องกันตนเอง
ไม่ให้โดนยุงกัด ซึ่งสิ่งนี้สามารถทำได้โดย
– ใช้ยากำจัดแมลง หรือ ยาทาป้องกันยุง
– การสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อหนาสีอ่อนๆ ที่สามารถคลุมผิวหนังและร่างกายได้
– อาศัย และนอนในห้องปรับอากาศ ใช้ฉากกั้น การปิดประตู ปิดหน้าต่าง การใช้มุ้ง
– การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดย การทำความสะอาด การเทน้ำทิ้ง หรือครอบฝาภาชนะที่สามารถบรรจุน้ำ เช่น กระถางต้นไม้ เพื่อไม่ให้มีน้ำขังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง กําจัดลูกน้ําและยุงลายตัวแก่
-หากป่วยด้วยอาการไข้ออกผื่น เยื่อบุตาอักเสบ ตาแดง ปวดข้อ อ่อนเพลีย ปวดหลัง ปวดศีรษะรุนแรงให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยเร็ว

**ถ้ามีอาการไข้ ออกผื่น ตาแดง หรือปวดข้อ อาจมีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้ได้ โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ให้ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจติดเชื้อแล้วทําให้ทารกมีศีรษะเล็ก และสมองฝ่อได้

สำหรับผู้เดินทางที่จะเดินทางไปประเทศที่มีการระบาดของโรคไข้ซิกา

คำแนะนำสำหรับผู้เดินทางไปประเทศที่มีการระบาดของโรคไข้ซิกา ขอให้ผู้เดินทางระมัดระวังป้องกัน ไม่ให้ยุงกัด โดยสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวให้มิดชิด และใช้ยาทาป้องกันยุงกัด หากเป็นหญิงตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศที่มีรายงานการระบาด แต่หากจำเป็นต้องเดินทางไปประเทศดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์และระมัดระวังมิให้ถูกยุงกัด


ใครอยู่ในกลุ่มเสี่ยง

ได้แก่ ผู้ที่เดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดอย่างกว้างขวาง เช่น ทวีปอเมริกา และทวีปแอฟริกาตะวันตก โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์เพราะอาจติดเชื้อแล้วทําให้ทารกมีศีรษะเล็ก และสมองฝ่อได้
ส่วนในประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยันตั้งแต่ปีพ.ศ. 2555 โดยเฉลี่ยปีละประมาณ 5 ราย ซึ่งไม่ถือว่าสูงผิดปกติอัตราป่วยใกล้เคียงกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตามประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวัง โรคนี้แล้วตั้งแต่ปี 2556


สถานการณ์โรค

ทำความรู้จักพร้อมป้องกันไข้ ซิกา โรคใหม่ล่ามาแรงที่กำลังระบาดไปทั่วโลก
Cr.https://daily.rabbitstatic.com/

สถานการณ์ทั่วโลก ในปี 2559  ซึ่งองค์การอนามัยโลกกำลังเร่งควบคุม เพราะเป็นโรคที่ระบาดหนักในแถบละตินอเมริกาอย่างไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน ที่สำคัญคือ ในประเทศบราซิลพบเด็กหัวเล็กเกิดจากแม่ผู้เคยติดไวรัสซิกา และจากพื้นที่ระบาดเพียง 14 ประเทศ ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2558 ผ่านไปเพียง 1 ปี ตอนนี้ระบาดไปถึง 64 ประเทศแล้ว ณ วันที่  8 กุมภาพันธ์ 2559 องค์การอนามัยโลก รายงานพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกา อีกเป็จำนวนทั้งสิ้น 36 ราย จาก 17 ประเทศ

ส่วนสถานการณ์ในไทยตกเป็นข่าวฮือฮาเมื่อไต้หวัน ตรวจพบคนไทยติดไข้หวัดซิการะหว่างกำลังเดินทางเข้าประเทศ และเป็นผู้ที่มาจากพื้นที่อำเภอเดียวกับ ชายไทยที่สนามบินของไต้หวันเคยตรวจพบเมื่อเดือนมกราคม 2559 ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งอำเภอดังกล่าวก็คือ อำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี แหล่งที่อยู่อาศัยของคนไทยผู้ติดเชื้อไวรัสซิกาทั้ง 2 ราย เมื่อรัฐบาลไต้หวันแจ้งมา กระทรวงสาธารณสุขจึงร่อนจดหมายไปยังหน่วยงานสาธารณสุขบริเวณนั้น ให้ช่วยกันเฝ้าระวังอย่างเร่งด่วน (คม ชัด ลึก)

ส่วนในประเทศไทยนั้น พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิก้าครั้งแรกในปีพ.ศ.2555 โดยในช่วง พ.ศ.2555-2558 พบรายงานผู้ป่วยกระขายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค และมีผู้ป่วยยืนยันเฉลี่ยปีละ 5 ราย ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ต้องส่งตัวอย่างไปตรวจที่ต่างประเทศ แต่ปัจจุบันประเทศไทยสามารถตรวจเองได้ และสถานการณ์ปัจจุบันปีพ.ศ.2559 นี้ ตั้งแต่ต้นปีมีรายงานผู้ป่วยใน 16 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งสามารถควบคุมโรคได้ในระยะเวลที่เหมาะสม ปัจจุบันมีเพียง 12 อำเภอใน 6 จังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยและยังอยู่ในระยะควบคุมโรค 28 วัน และยังไม่พบผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก โดยในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาพบผู้ป่วยรายใหม่ ในพื้นที่ 4 จังหวัดคือ เชียงใหม่ จันทบุรี เพชรบูรณ์ และบึงกาฬ ซึ่งถึงแม้ว่าโรคดังกล่าวจะยังไม่แพร่ระบาดมากในไทย แต่กระทรวงสาธารณสุขก็ได้ออกประกาศจัดให้ “โรคติดเชื้อไวรัสซิกา” เป็นหนึ่งในโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความ (ประกาศ 31 ส.ค. 2559)

ทำความรู้จักพร้อมป้องกันไข้ ซิกา โรคใหม่ล่ามาแรงที่กำลังระบาดไปทั่วโลก
Cr.http://wm.thaibuffer.com/o/u/2016/patcharin/Health/disease/virus.jpg

รู้ไว้ไม่เสียหลายนะคะ เพราะถึงโรคนี้จะดูไม่ร้ายแรงมากมาย และยังไม่แพร่ระบาดในบ้านเรามากนัก แต่ก็นับว่าพิษสงเยอะใช่เล่นจนองค์การอนามัยโลกถึงกับต้องวิ่งเต้น แถบละตินอเมริกายิ่งโดนเต็มๆ บ้านเราก็อย่านิ่งนอนใจไปค่ะ กันไว้ดีกว่าแก้ เพราะป้องกันโรคนี้ ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดแหล่งน้ำขังซึ่งเป็นที่ วางไข่ของลูกน้ำยุงลาย พาหะนำโรคตัวร้ายแล้ว ก็ยังสามารถป้องกันโรคไข้เลือดออก ศัตรูตัวร้ายที่อยู่คู่คนไทยมายาวนาน ชนิดที่ว่าก.ย.15 ก็เอาไม่อยู่ เรียกว่าป้องกันไว้ก็มีแต่ได้กับได้นะคะ

 


avatar
by *muiyoo*
ต้องเป็นเพราะชื่อหมุยยู้ แปลว่าสิ่งที่สวยงามแน่ๆ เลยได้มาเขียนเรื่องเกี่ยวกับความสวยความงาม แฟชั่น สุขภาพ เครื่องสำอาง ทำอาหาร เข้าทางทุกอย่าง ใครชอบสาระดีๆ แทรกคารมขบขันประสาชะนีบ้าๆ บอๆ ก็ขอให้มิตรรักแฟนเพลงติดตามกันไปนานๆ เนอะ^^

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon