รู้จักกับ TCAS ระบบการสอบเข้ามหาลัยแบบใหม่ ที่เปลี่ยนกันอีกแล้วจ้า

posted: 1 year ago
2,389 views
รู้จักกับ TCAS ระบบการสอบเข้ามหาลัยแบบใหม่ ที่เปลี่ยนกันอีกแล้วจ้า

comments

ถึงแม้ว่าหลายๆ คนจะผ่านพ้นช่วงรอยต่อระหว่างชั้นมัธยมปลาย กับ มหาลัย กันมาแล้ว แต่เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะยังติดตามเรื่องของระบบการศึกษาไทยอยู่ ไม่มากก็น้อย และแน่นอนว่า จากข่าวล่าสุด ก็ได้ประกาศระบบการสอบในรูปแบบใหม่ออกมาอีกแล้ว!

ว่าแต่ระบบสอบใหม่นี่เป็นยังไง แตกต่างจากรุ่นเราๆ ที่สอบกันมากน้อยแค่ไหน ควรหรือไม่ ตามไปทำความรู้จักกับ ระบบ TCAS กันเลยดีกว่า


รู้จักเบื้องต้นกับ ระบบ TCAS

TCAS หรือ Thai University Center Admission System เป็นระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งจะเริ่มนำมาใช้ในปีการศึกษา 2561 ที่จะถึงนี้ เป็นระบบที่ออกแบบโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) โดยใจความสำคัญของระบบใหม่ที่ ทปอ. ออกแบบนั้น เกิดขึ้นจากเหตุผลเหล่านี้


  • นักเรียนควรอยู่ในห้องเรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

ทาง ทปอ. ต้องการให้นักเรียนอยู่ในห้องเรียนตลอดปีการศึกษาของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ไม่ต้องสอบตลอดเหมือนปีที่ผ่านมา โดยการสอบต่างๆ จะถูกจัดสอบหลังจบ ม.6 เท่านั้น ไม่มีการสอบระหว่างภาคเรียน เพื่อให้น้องๆ มีสมาธิในการเรียนในชั้นเรียนอย่างเต็มที่ไม่ต้องพะว้าพะวง  รวมถึงไม่ต้องวิ่งรอกไปสอบต่างๆ ทำให้เหนื่อยและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย และทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำขึ้นมาเพราะถ้าใครที่มีเงินเยอะกว่าก็สามารถจะสมัครได้มากกว่า มีสิทธิ์ติดเยอะกว่า


  • นักเรียนแต่ละคนมีเพียง 1 สิทธิ์ ในการตอบรับในสาขาวิชาที่เลือก สามารถสละสิทธิ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด

เป็นการแก้ปัญหาในเรื่องการกั๊กที่เรียน และการรับนักศึกษาของมหาวิทยาลัย เพราะทุกมหาวิทยาลัยของ ทปอ.จะต้องเข้าร่วมเคลียริ่งเฮ้าส์ทั้งหมด ทำให้นักเรียนที่สอบติดในแต่ละรอบ ต้องตัดสินใจเลยว่าจะยืนยันสิทธิ์เลยหรือไม่ ถ้ายืนยันสิทธิ์ก็จะไม่สิทธิ์สมัครสอบในรอบถัดไป


  • สถาบันอุดมศึกษาในเครือข่าย ทปอ. ทุกแห่งจะเข้าระบบ Clearing house เพื่อบริหาร 1 สิทธิ์ ของนักเรียน

เช่นกัน วิธีนี้ คือวิธีแก้ปัญหาให้กระจายนักเรียนไปตามแต่ละมหาวิทยาลัย และเพื่อไม่ให้เกิดการกั๊กที่เรียน ซึ่งทุกแห่งจะเข้าระบบ เคลียร์ริ่งเฮ้าส์



โดย ระบบ TCAS ที่ทาง ทปอ. ได้ประกาศออกมา มี 5 ขั้นตอน แบ่งการรับสมัครสอบเป็น 5 รอบ คือ

1. คัดเลือกโดยการส่งแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)

การรับรอบนี้จะไม่มีการสอบข้อเขียน คัดเลือกโดยพิจารณาจากผลงาน, การสอบสัมภาษณ์และแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) สำหรับนักเรียนทั่วไป นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ นักเรียนโควตา นักเรียนเครือข่าย ให้นักเรียนยื่นสมัครกับสถาบันอุดมการณ์ศึกษาโดยตรง โครงการที่เปิดรับ เช่น โควตานักกีฬา, โควตานักดนตรี, โครงการช้างเผือก, โครงการวิชาการ, โครงการเรียนดี และโควตาเด็กดีมีคุณธรรม เป็นต้น โดยคณะอินเตอร์ที่ใช้คะแนนสอบ IELTS, TOEFL จะอยู่ในรอบนี้ด้วย


2. สมัครโควตาแบบมีสอบข้อเขียน สำหรับนักเรียนในพื้นที่

จำง่ายๆ ว่า เป็นโครงการรับที่มีการกำหนดพื้นที่เท่านั้น สำหรับนักเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่ หรือภาคโควตาโรงเรียนในเครือข่าย และโครงการความสามารถพิเศษต่างๆ

โดยมหาวิทยาลัยเป็นคนกำหนดคุณสมบัติและรับสมัครเอง และทางมหาวิทยาลัยใช้ข้อสอบกลางจาก สทศ. หรือจัดสอบเองก็ได้ เรียกง่ายๆ ว่าได้ทุกวิธี ทุกข้อสอบแล้วแต่ทางมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้กำหนดได้เลย


Doing homework


3. การรับตรงร่วมกัน

เรียกได้ว่าเป็นรอบที่ใหญ่ที่สุดในการรับนักศึกษาปี 61 เพราะเป็นการรับตรงทั่วประเทศ โดย ทปอ. จะเป็นเจ้าภาพในการรับสมัคร ส่วนเกณฑ์การพิจารณาและคัดเลือกจะเป็นทางมหาวิทยาลัยเป็นผู้ตัดสิน

โดยนักเรียนจะเลือกได้ 4 สาขาวิชา ไม่จำเป็นต้องมีลำดับ หมายความว่านักเรียนถ้าคะแนนผ่านหมด ก็สามารถติดได้ทั้ง 4 ที่ แล้วค่อยเลือกเพียงที่เดียวตอนยืนยันสิทธิ์ในระบบเคลียริ่งเฮ้าส์

รอบนี้จะใช้ผลคะแนนที่จัดสอบโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (GAT/PAT และ/หรือ วิชาสามัญ 9 วิชา) ผลคะแนน O-NET หรือวิชาเฉพาะที่ทางมหาวิทยาลัยจัดสอบเอง แต่ต้องเป็นวิชาที่ไม่ซ้ำซ้อนกับข้อสอบกลาง หรือวิธีการเดียวกันกับข้อสอบกลาง เช่น ข้อสอบกลางออกแต่ข้อสอบปรนัย แต่ถ้าทางมหาวิทยาลัยอยากวัดเป็นข้อสอบอัตนัย ก็สามารถทำได้เพราะถือว่าคนละวิธีการ

ซึ่ง กสพท จะอยู่ในรอบนี้ด้วย โดยจะนับเป็น 1 รหัส ใน 4 รหัส คือทางนักเรียนสามารถเลือก กสพท ได้  4  อันดับ เหมือนปีที่ผ่านมา แล้วถ้าหากผ่านการคัดเลือก กสพท อันดับนั้นจะถูกดันมาเป็น 1 ใน 4 รหัส การรับตรงในรอบนี้อีกที โดยคณะที่เปิดใน กสพท จะไม่อยู่ในรหัสอื่นให้เลือกในระบบรับตรงรอบนี้เด็ดขาด!


High school students


4. การรับ Admission

โดย ทปอ. เป็นหน่วยกลางในรับสมัครและคัดเลือก ใช้สัดส่วนตามแอดมิชชันเดิม นักเรียนสามารถเลือกสมัครได้ 4 สาขาวิชา แบบมีลำดับ โดยในปีนี้อาจจะมีกลุ่มแพทย์เข้ามาในระบบแอดมิชชันเพิ่มเข้ามา

5. การรับตรงแบบอิสระ

สถาบันอุดมศึกษารับโดยตรงด้วยวิธีการของสถาบันเอง ถ้ามีที่นั่งเหลือสามารถประกาศรับได้เลย  โดยการสอบครั้งนี้ ห้ามนักเรียนสอบข้อสอบที่เคยสอบมาแล้ว แต่ถ้าทางสถาบันออกเกณฑ์คัดเลือกมาเป็นวิชาที่นักเรียนไม่เคยสอบ ก็อาจร้องขอทางมหาวิทยาลัยจัดสอบได้  เช่น นายเอ ตอนรับตรงรอบ 3 ไม่ได้สอบวิชา PAT4 เพราะไม่คิดจะสมัคร แต่พอมาถึงรอบที่ 5 คิดอยากจะสมัครสถาปัตย์ ก็สามารถแจ้งให้ทางมหาวิทยาลัยที่เปิดรับเปิดสอบได้


Asian couple of students in uniform reading in the library


เมื่อสอบคัดเลือกติดมหาวิทยาลัยในรอบใดแล้ว ถ้าไม่สละสิทธิ์ จะถูกตัดชื่อไม่เข้ารอบต่อไปโดยอัตโนมัติ โดยข้อดีของระบบ TCAS นั้น จะเน้นให้นักเรียนไม่วิ่งรอกสอบ ลดความเหลื่อมล้ำ และเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนเต็มที่จนจบ ม.6 แล้วค่อยสอบเก็บคะแนน ยื่นสอบเข้ามหาวิทยาลัย นั่นเอง


เหมือนหรือแตกต่างกับของเก่ายังไง ?

ทุกๆ คนคงจะสงสัยว่ามันต่างกับการคัดเลือกที่ผ่านๆ มายังไง ระบบ TCAS มีการเพิ่ม Clearing-House เป็นระบบที่ใช้ในการยืนยันสิทธิ์ ซึ่งผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในแต่ละรอบจะต้องกดยืนยันสิทธิ์เคลียริ่งเฮาส์ในการที่จะเข้าเรียนได้แค่คนละ 1 ที่ เท่านั้น

ระบบนี้สร้างมาเพื่อไม่ให้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกหลายๆ ที่พร้อมกัน และยังสะดวกต่อทางมหาวิทยาลัยในการนับจำนวนคนอีก



แล้วเคลียริ่งเฮ้าส์คืออะไร?

ระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ ถือว่าเป็นหัวใจหลักเลยในการเปลี่ยนแปลงระบบการรับเข้าในครั้งนี้  โดยจะเป็นระบบที่ใช้ยืนยันสิทธิ์รับตรงร่วมกันของมหาวิทยาลัย หรือถ้าจะให้จำง่ายๆ คือ เป็นระบบ เคลียร์คนกั๊ก (ที่เรียน) นั่นเอง

ที่มาของระบบนี้ คือ ต้องการกำจัดคนที่ชอบกั๊กที่เรียนให้หมดไป เพราะที่ผ่านมาในการรับตรง คนที่สามารถไปตระเวนสอบได้ ก็จะเกิดการเดินสายเพื่อสอบเข้ารับตรง เพื่อให้เกิดตัวเลือกในการเข้าเรียน บางคนสอบติดเป็น 10 ที่ ยืนยันทั้ง 10 ที่ ก็เท่ากับเป็นการกั๊กที่เรียนคน 10 คน เลยทีเดียว

อีกทั้งมหาวิทยาลัยก็จะไม่รู้จำนวนจริงๆ ว่าจะมีเด็กเข้ามาศึกษากี่คน เพราะบางคนทำแค่กั๊กที่ไว้ ไม่ได้อยากเข้ามาเรียนจริงๆ ด้วยเหตุนี้เอง จึงเกิดระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ขึ้นมา

แต่คุณรู้หรือไม่ เคลียริ่งเฮ้าส์นั้น ระบบนี้เริ่มใช้ครั้งแรกในรุ่นแอดมิชชันปี 55 แล้ว แต่มาในรูปแบบของการยืนยันสิทธิ์เข้ารับตรง แล้วทาง ทปอ. จะตัดสิทธิ์ ส่งรายชื่อเข้าแอดมินชั่นแทน

แต่ในปี 61 ที่จะถึงนี้ มีความแตกต่างกันเล็กน้อย คือ จะต้องยืนยันสิทธิ์ทุกรอบที่สอบติด และโดนตัดสิทธิ์ในทุกรอบถัดไป ไม่ได้โดนตัดสิทธิ์เฉพาะแอดมิชชันอย่างเดียวเหมือนที่ผ่านมา เพื่อไปเป็นหลักการสำคัญในระบบใหม่นั่นก็คือ “นักเรียนแต่ละคนมีเพียง 1 สิทธิ์” นั่นเอง


Group of asian students in uniform studying together at classroom


ปี 61 ต้องสอบอะไรบ้าง

จากการแถลงข่าวของ ทปอ.เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก็ยอมรับว่าไม่สามารถบูรณาข้อสอบแบบใหม่ได้ทัน คาดว่าจะสำเร็จเสร็จทันในปีรับเข้านักศึกษาปี 2562 เพราะฉะนั้นในปี  2561 ยังคงจะใช้ข้อสอบแบบเดิมอยู่นั่นก็คือ GAT PAT, O-NET , วิชาสามัญ,  ข้อสอบวิชาเฉพาะต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยจัดสอบเอง

นอกจากนี้ การสอบ GAT และ PAT ในปีก่อนหน้า จะถูกปรับเปลี่ยนให้มีการสอบเพียงครั้งเดียว (จากแต่เดิม 2 ครั้ง/ปี) แทน


Group of asian students in uniform studying together at universi


ก็เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษาไทยก็ว่าได้ ส่วนเรื่องข้อสอบ หรือจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ อีกไหมนั้น ก็ต้องคอยติดตามกันต่อไป


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon