วันที่สหรัฐฯมีประธานาธิบดีคนใหม่ชื่อ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ คุณรู้จักเขาดีพอหรือยัง ?

posted: 1 year ago
4,883 views
วันที่สหรัฐฯมีประธานาธิบดีคนใหม่ชื่อ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ คุณรู้จักเขาดีพอหรือยัง ?

comments

‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ตัวแทนผู้ชิงเก้าอี้ทำเนียบขาวจากพรรครีพับลิกันกลายเป็นชื่อที่ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาในฐานะว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของประเทศ ซึ่งสร้างเสียงฮือฮาไปทั่วโลก พลิกโผผลคะแนนนิยมของโพลทุกสำนัก แถมยังหักปากกาเซียนนักวิเคราะห์ไปหลายราย หลังคว้าชัยชนะเหนือตัวเต็งอย่าง ‘ฮิลลารี่ คลินตัน’ ตัวแทนจากพรรคเดโมแครตด้วยผลอิเลคทอรัลโหวตจำนวน 290 ต่อ 232 เสียง (อ้างอิงจาก : BBC) Rabbit Daily ขอเกาะกระแสควันหลงเลือกตั้งฝั่งอเมริกา โดยจะพาไปทำความรู้จักกับนายทรัมป์ให้มากยิ่งขึ้น มาดูกันสิว่า ‘ว่าที่ประธานาธิบดี’ คนนี้มีจุดเด่น-จุดด้อยอะไรบ้าง ?

Hillary-Trump


ประวัติ ‘โดนัล ทรัมป์’

14-3-768x523

‘โดนัลด์ จอห์น ทรัมป์’ ( Donald John Trump) เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ปี 1946 ปัจจุบันอายุ 70 ปี จบการศึกษาจากโรงเรียนธุรกิจวอร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย โดยก่อนที่จะมาลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทรัมป์เป็นที่รู้จักกันในฐานะมหาเศรษฐีด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้เคยผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ The Apprentic รายการเรียลลิตี้โชว์ทางช่องเอ็นบีซี และเป็นอดีตเจ้าของการประกวด Miss Universe อีกด้วย

ครอบครัวของโดนัลด์ ทรัมป์ร่วมแสดงความยินดีในการคว้าชัยเลือกตั้ง
ครอบครัวของโดนัลด์ ทรัมป์ร่วมแสดงความยินดีในการคว้าชัยเลือกตั้ง

ทรัมป์เป็นลูกคนที่ 4 ในจำนวน 5 คน ของเฟรด ทรัมป์ เศรษฐีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในมหานครนิวยอร์ก มีภรรยามาแล้ว 3 คน ได้แก่ Ivana Zelnickova นางแบบชาวเชคโกสโลวาเกีย, Marla Maples ดาราและพิธีกรชาวอเมริกัน และภรรยาคนปัจจุบัน ‘Melania Knauss’ ชาวสโลเวเนียว่าที่สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ทรัมป์มีลูกสาวและลูกชายทั้งหมด 5 คน (ชมภาพหายากของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ Donald J. Trump ที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน)

Donald Trump

ภาพลักษณ์ของทรัมป์ที่หลายๆ คนคุ้นเคยกันดีคือเป็นมหาเศรษฐีที่ใช้ชีวิตหรูหราและพูดจาโผงผาง โดยในช่วงปีที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่าทรัมป์อาจมีทรัพย์สินส่วนตัวที่มีมูลค่ามากถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.5 แสนล้านบาท แต่ทางนิตยสารฟอร์บส์ระบุว่า ทรัพย์สินของทรัมป์มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.29 ล้านบาท แม้ตัวเลขจะแตกต่างจากกระแสข่าวก่อนหน้านั้น แต่ก็นับว่าเพียงพอแล้วที่จะให้ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ได้ชื่อว่าเป็นประธานาธิบดีที่ร่ำรวยที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา (อ้างอิงจาก : Reuters)


เปิดจุดเด่น-จุดด้อย ‘ทรัมป์’ ที่ทำให้คว้าชัย

Donald Trump Campaign

ตลอดการหาเสียงเลือกตั้ง ผลโพลสำรวจทุกสำนักออกมาในทิศทางเดียวกันว่า ‘นางฮิลลารี่ คลินตัน’ มีคะแนนนิยมนำหน้า ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ มาโดยตลอด ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจคะแนนนิยมหลังการดีเบตประชันวิสัยทัศน์ทั้ง 3 ครั้ง ที่ชี้ชัดว่าคลินตันเป็นผู้ชนะ ! (สรุปทุกประเด็น-ติดตามโค้งสุดท้าย ‘ศึกเลือกตั้ง’) ทำให้หลายฝ่ายมองว่าทรัมป์เป็นแค่ผู้สมัครที่สร้างสีสัน แต่สุดท้ายผู้ชายคนนี้กลับผงาดก้าวขึ้นมาเป็น ‘ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 45’ แน่นอนว่าทำให้เกิดคำถาม ‘เกิดอะไรขึ้นกับการเมืองในสหรัฐฯ ?’ ทรัมป์มีดีอะไร ? ถึงยึดครองใจมหาชนชาวอเมริกันส่วนใหญ่ได้ !

  • จุดเด่น

Presidential Candidate Donald Trump Campaign Banner

ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่สร้างสีสันโดดเด่นที่สุดคนหนึ่ง ตั้งแต่วันแรกที่ประกาศลงสมัคร ได้ประกาศนโยบายสุดโต่งสะเทือนโลก ที่เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นการห้ามคนมุสลิมทั่วโลกเดินทางเข้าประเทศเพื่อป้องกันการก่อการร้าย ซึ่งจุดกระแสทำให้ชาวมุสลิมออกมาประท้วงต่อต้านทรัมป์ รวมถึงนโยบายจะสร้างกำแพงเพื่อกั้นเม็กซิโกกับสหรัฐฯ ป้องกันไม่ให้แรงงานจากเม็กซิโกลักลอบเข้าสหรัฐฯ หรือแม้แต่นโยบายที่บอกว่าจะให้ชาวอเมริกันพกปืนได้อย่างถูกกฎหมาย เป็นต้น แน่นอนว่าหลายฝ่ายออกมาตอบโต้ว่าทรัมป์ไม่มีคุณสมบัติและวิสัยทัศน์มากพอที่จะดำรงตำแหน่งผู้นำ เพราะดูเหมือนจะไม่ได้สนับสนุนสิทธิความเท่าเทียมทางชาติพันธุ์ แต่ลักษณะการพูดจาแบบคิดน้อย เหยียดเชื้อชาติและเพศสภาพ รวมไปถึงนโยบายและลักษณะพิเศษเหล่านี้ของทรัมป์กลับโดนใจชาวอเมริกันส่วนหนึ่งที่มองว่าทรัมป์แตกต่างจากบรรดานักการเมืองทั่วไป เนื่องจากพูดจาตรงไปตรงมาและจริงใจ ซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่คิด และอาจสร้างความเปลี่ยนแปลงให้สหรัฐฯได้ (จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน อันนี้ค่อยว่ากันอีกที )

  • จุดด้อย

161109211110-02-trump-protest-1109-exlarge-169

แน่นอนว่านโยบายต่างๆ ที่ทรัมป์ได้แสดงวิสัยทัศน์ออกมาเป็นนโยบายที่ดูเหมือนจะทำลาย ‘คุณค่าหลัก’ ที่ชาวอเมริกันยึดถือและภูมิใจมาอย่างยาวนาน ซึ่งก็คือการดำรงตนเป็นประเทศที่เปิดกว้าง เคารพความหลากหลายของเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ทั้งนี้นโยบายต่างๆ ของทรัมป์ยิ่งเป็นการยั่วยุ สร้างความเกลียดชัง และสร้างความแตกแยกในสังคม ซึ่งแม้แต่สมาชิกพรรครีพับลิกันบางคนก็ไม่ชอบทรัมป์ด้วยซ้ำ เนื่องจากเกรงว่าภาพลักษณ์ของพรรคจะเสียหายจากสไตล์การพูดและท่าทีของทรัมป์ โดยตลอดเวลาระหว่างเส้นทางการหาเสียง ทรัมป์จะมีภาพลักษณ์เป็นผู้ชายที่เกรี้ยวกราด ชอบโอ้อวดความร่ำรวย พูดจาโผงผาง ใช้คำพูดที่เหยียดเชื้อชาติ นอกจากนี้ยังมีปัญหากับสื่อสำนักต่างๆ อีกด้วย พูดง่ายๆ ก็คือสื่อไม่ชื่นชอบทรัมป์ ในขณะที่ตัวทรัมป์เองก็ไม่ชื่นชอบสื่อ สื่อชอบขุดคุ้ยประเด็นต่างๆ ของทรัมป์ ขณะที่ทรัมป์ก็แถลงข่าวตอบโต้สื่ออย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน ! นอกจากนี้ทรัมป์ยังมีเรื่องอื้อฉาวจากกรณีคลิปวิดิโอพูดจาหยาบโลนดูถูกผู้หญิง นำไปสู่การตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่ง

  • ทำไมฮิลลารี คลินตันถึงพ่ายแพ้ ?

เลือกตั้งสหรัฐ

ศึกเลือกตั้งชิงเก้าอี้ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ปราบเซียนวิเคราะห์มาแล้วหลายราย อีกทั้งยังทุบผลโพลเกือบทุกสำนักที่รายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘คลินตัน’ มาวินแน่นอน คนบ้าอย่างทรัมป์ไม่มีทางคว้าชัยครั้งนี้ ! แต่เมื่อทุกอย่างกลับพลิกโผ เราลองมาทำความเข้าใจแบบง่ายๆ กันสิว่าทำไมนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต ถึงพ่ายแพ้ในครั้งนี้…

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีเรื่องนโยบายแบบสุดโต่งของทรัมป์แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการยั่วยุให้เกิดความเกลียดชัง และสร้างความแตกแยกในสังคม แต่ลึกๆ แล้วชาวอเมริกันจำนวนมากก็หวาดกลัวภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นภัยก่อการร้ายที่ทวีความรุนแรงและเหิมเกริมมากขึ้นทุกวัน หรือปัญหาผู้อพยพที่ทยอยเดินทางเข้าสหรัฐฯ และเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมในสังคมรวมถึงเข้ามาแย่งงานคนอเมริกัน ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าทรัมป์หยิบยก ‘เรื่องจริง’ มาพูดหาเสียงและโดนใจชาวอเมริกันที่อดทนกับปัญหาเหล่านี้มาอย่างยาวนาน

นอกจากนี้เป็นไปได้ว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่ก็โหยหาความเปลี่ยนแปลง เนื่องจากพรรคเดโมแครตของประธานาธิบดีบารัค โอบามาบริหารประเทศมาเป็นเวลานานถึง 8 ปีแล้ว และหากเลือกคลินตัน อาจเปรียบเสมือนการเลือกตัวแทนของโอบามาขึ้นมาอีกครั้ง ประจวบเหมาะกับนโยบายของพรรครีพับลิกันที่นำโดยนายทรัมป์ในครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะตอบโจทย์คนอเมริกันระดับชนชั้นกลางและชนชั้นล่างที่กำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย และต้องแก่งแย่งงานจากคนต่างชาติที่เข้ามารวมถึงผู้อพยพทั้งหลายที่เข้ามาแสวงหา ‘ความฝันอเมริกา’ แน่นอนว่าชาวอเมริกันที่เลือกทรัมป์อาจจะต้องการตัวผู้นำที่จะมาทำหน้าที่พิทักษ์และหวงแหนผลประโยชน์ของคนในชาติ โดยเฉพาะกลุ่มคนอเมริกันผิวขาวจำนวนเกินครึ่งที่เลือกทรัมป์ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

  • คนกลุ่มใดบ้างที่เทคะแนนให้ทรัมป์และคลินตัน

    usa-election

จากผลการสำรวจของเอบีซีนิวส์, เอพี, ซีบีเอส นิวส์, ซีเอ็นเอ็น, ฟ็อกซ์นิวส์ และเอ็นบีซี นิวส์ ระบุว่า : (อ้างอิงจาก : นิวทีวี)

– คะแนนป๊อปปูล่าโหวตอย่างไม่เป็นทางการ ทรัมป์ได้ 59,670,174 คะแนน หรือคิดเป็นร้อยละ 47.5 ขณะที่นางคลินตัน ได้ไป 59,888,870 คะแนน หรือร้อยละ 47.7

– ทรัมป์ได้คะแนนจากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งเพศชาย ร้อยละ 53 เมื่อเทียบกับร้อยละ 41 ของนางคลินตัน แต่ได้คะแนนจากเพศหญิงร้อยละ 42 ขณะที่คลินตันได้ร้อยละ 54
(สรุุป ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเพศชายนิยมทรัมป์มากกว่าคลินตัน)

– ขณะที่คนผิวขาวเลือกทรัมป์ ร้อยละ 58 แต่เลือกคลินตันร้อยละ 37 (สรุุป คนผิวขาวนิยมทรัมป์มากกว่าคลินตัน )

– ส่วนคนผิวดำกลับเทคะแนนให้คลินตันอย่างท่วมท้น ร้อยละ 88 แต่ทรัมป์ได้ไปเพียงร้อยละ 8 เท่านั้น (สรุุป คนผิวดำนิยมคลินตันมากกว่าทรัมป์ เนื่องจากการเดินหน้าชูนโยบายความเท่าเทียมทางเชื้อชาติและสีผิว)

– คนที่พูดภาษาสเปน เลือกทรัมป์ ร้อยละ 29 และเลือกคลินตันถึงร้อยละ 65 (สรุุป ทรัมป์ได้คะแนนนิยมจากกลุ่มที่พูดภาษาสเปนน้อยมาก เนื่องจากการชูนโยบายสร้างกำแพงกั้นระหว่างสหรัฐฯ และเม็กซิโก)


สุนทรพจน์แรก ‘ผมจะเป็นประธานาธิบดีของทุกคน’

เลืกตั้งสหรัฐ

หลังจากผลการเลือกตั้งศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 ชี้ชัดอย่างไม่เป็นทางการแล้วว่า ‘ทรัมป์’ มีชัยเหนือ ‘คลินตัน’นายทรัมป์ได้ก้าวขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกท่ามกล่างเสียงโห่ร้องแสดงความดีใจของบรรดาผู้สนับสนุน

นายทรัมป์กล่าวว่า “ผมได้รับตำแหน่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ผมจะสร้างความฝันของอเมริกา (American Dream) ให้กลับคืนมา ต่อไปนี้จะไม่มีใครถูกลืมอีกต่อไป ตอนนี้ผมอยากทำเพื่อประเทศสหรัฐอเมริกา เราจะสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ มีแผนเศรษฐกิจที่จะทำให้ประเทศเติบโตขึ้นเป็นสองเท่า รวมทั้งรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับต่างประเทศ และจะดูแลทหารผ่านศึกอย่างดี เราจะมุ่งไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน...ผมจะเป็นประธานาธิบดีของทุกคน และคุณจะภูมิใจในประเทศของคุณอีกครั้ง ผมรักสหรัฐอเมริกา ขอบคุณอย่างยิ่งครับ”


วิถีประชาธิปไตยของชาวอเมริกัน ?

การเลือกตั้งสหรัฐ

หลังผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการชี้ชัดว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ที่มีชื่อว่า ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ได้สร้างความฉงนให้กับคนทั่วโลก เนื่องจากผลการเลือกตั้งสวนทางกับผลโพลก่อนหน้านี้ (ปกติผลโพลจะคาดเคลื่อนจากผลจริงๆ ประมาณ 3-5%) และหลายๆ คนก็คิดว่าทรัมป์เป็นเพียงผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งที่สร้างสีสันเท่านั้น อีกทั้งยังสร้างกระแสวิจารณ์จากนโยบายสุดโต่ง ทั้งนี้ผู้สนับสนุนทรัมป์ต่างออกมาโห่ร้องแสดงความดีใจ ส่วนผู้ที่สนับสนุนคลินตันก็แสดงความผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด และที่ยิ่งไปกว่านั้นมีกลุ่มที่ไม่พอใจทรัมป์รวมตัวกันประท้วง โดยการเดินขบวนขับไล่ทรัมป์และเผาธงชาติ ซึ่งนับว่าเป็นอีกปรากฎการณ์หนึ่งที่น่าจับตามองเนื่องจาก สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ประกาศจุดยืนตนเองว่าเคารพวิถีประชาธิปไตย แต่หลังจากผลการเลือกตั้งพลิกโผกลับทำให้ชาวอเมริกันกลุ่มหนึ่งไม่พอใจในผลการเลือกตั้งจนก่อเหตุโกลาหลในค่ำคืนหลังการประกาศผล

แต่ในขณะเดียวกันนางคลินตันก็ได้ออกมายอมรับความพ่ายแพ้ และแสดงความกังวลต่อความแตกแยกที่เกิดขึ้นในสังคม พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกคนเคารพผลการเลือกตั้ง แม้ตนเองจะเจ็บปวดจากความพ่ายแพ้ แต่ก็เป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย ส่วนประธานาธิบดีบารัค โอบามา ก็ออกมาย้ำเตือนให้ทุกคนยอมรับการเลือกตั้งแม้ว่าพรรคเดโมแครตของตนจะแพ้ก็ตาม อีกทั้งยังได้กล่าวถึงคนหนุ่มสาวที่เพิ่งใช้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นครั้งแรกว่าแม้อาจผิดหวังกับผลการเลือกตั้งที่ออกมา แต่ก็ถือ ‘เป็นเรื่องปกติของการเมืองในระบอบประชาธิปไตย’


สำหรับแนวทางในการบริหารประเทศของว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกาที่ชื่อว่า ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ จะเดินไปในทิศทางไหน และจะสร้างความเปลี่ยนแปลงในด้านไหนให้ประเทศนั้้น…เป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon