รู้จักกับ BPA สารพิษร้ายในคราบของขวดน้ำ และขวดนม !

posted: 2 years ago
2,693 views
รู้จักกับ BPA สารพิษร้ายในคราบของขวดน้ำ และขวดนม !

comments

feature

หันซ้ายหันขวา หรือไม่ว่าจะหันไปทางไหน ในปัจจุบันการขยายตัวทางอุตสาหกรรมของพลาสติกก็ยังคงเจริญเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า พลาสติกเหล่านั้นจะไม่ทำอันตรายกับเรา? วันนี้ เราจะพาคุณไปรู้กับเจ้า BPA สารพิษตัวร้าย ที่แอบแฝงมาใกล้ตัวคุณมากกว่าที่คิด !

Viriyah Insurance

 

1. BPA คืออะไรกันหนอ?

BPA หรือ Bisphenol A คือ สารเคมีประกอบหนึ่ง ในวัตถุที่เรียกว่า โพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate – Plastic) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตขวดนม ขวดน้ำดื่ม โดยสารนี้มีคุณสมบัติช่วยให้ขวดนมหรือพลาสติกมีความแข็งแรง ใส ไม่แตกง่าย ส่วนปัจจัยหลักนั้น มาจากการที่โรงงานผู้ผลิตบางโรงงาน ได้นำวัตถุดิบรีไซเคิลมาใช้ผลิตขวดนมเพื่อลดต้นทุน ภายหลังจึงได้มีการประกาศห้ามผลิตเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

หากแม่บริโภคสาร BPA เข้าไป ก็อาจไปสู่ลูกได้ทางน้ำนม
หากแม่บริโภคสาร BPA เข้าไป ก็อาจไปสู่ลูกได้ทางน้ำนม

2. ภัยร้ายจาก BPA

สำหรับสาร Bisphenol A (BPA) ไม่ใช่สารก่อมะเร็ง แต่สารตัวนี้เป็นสารที่อาจตกค้างในพลาสติกประเภท พอลิคาร์บอเนต (Polycarbonate, PC) ซึ่งมีผลต่อการสร้างเซลล์สมอง, ระบบประสาท, ความทรงจำ และการเรียนรู้ นอกจากนี้ ยังมีผลต่อฮอร์โมนการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ ทำให้เด็กเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วเกินไป  

ในหมู่ผู้ที่ได้รับสาร BPA นั้น มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคอ้วนและไฮเปอร์แอคทีฟ ซ้ำยังก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน และโรคหัวใจ ยิ่งสะสมในร่างกายมากเท่าใด ก็จะยิ่งไปลดศักยภาพการทำงานของร่างกายมากขึ้น  ที่สำคัญ หากเด็กทารกเมื่อได้รับสาร BPA ก็จะส่งผลกระทบที่รุนแรงมากกว่าในเด็กโต หรือผู้ใหญ่ !!!

 

พลาสติกตัวไหน ปลอดภัยบ้างนะ
พลาสติกตัวไหน ปลอดภัยบ้างนะ

3. เจ้า BPA เข้าสู่ร่างกายได้ยังไงกัน?!

การที่ BPA จะเข้าสู่ร่างกายได้นั้น  ในเบื้องต้นคือ ความร้อนที่อุณหภูมิเกิน 60 องศา ขึ้นไป เช่น การต้ม นึ่ง หรือสเตอริไลซ์พลาสติกทำให้สารพิษหลุดและร่อนออกมาปะปนในอาหารยิ่งขึ้น สาร BPA จะแทรกซึมลงในของเหลว และอาหารที่บรรจุอยู่ภายในภาชนะที่มีสาร BPA เช่น ขวดนม ขวดน้ำพลาสติก กล่องบรรจุอาหาร แล้วจึงเข้าสู่ร่างกายเมื่อรับประทานหรือดื่มเข้าไป

และหากเราบริโภคอาหารจากบรรจุภัณฑ์เหล่านั้น ก็มีโอกาสจะได้รับสาร BPA เข้าไปโดยไม่รู้ตัว โดยมีการศึกษาวิจัยในประเทศแคนาดา และตรวจพบว่าสารชนิดนี้สามารถหลุดลอกออกมาจากขวดนมได้ หากขวดนมมีการแตกร้าว เสื่อมคุณภาพ และอยู่ในอุณหภูมิความร้อนสูงๆ เช่น การต้มขวดนม หรือนึ่งขวดนม

BPA 2
สัญลักษณเหล่านี้ มีความหมาย
BPA 1
การหมั่นพลิกตรวจสอบดูสัญลักษ ก็เป็นอีกหนึ่งหนทางที่ทำให้ปลอดภัยจาก BPA

4. รู้ทัน ให้ชีวิตปลอดสาร BPA

ในการเลือกใช้ภาชนะพลาสติกสำหรับการบรรจุหรือเก็บอาหาร ขั้นต้น คุณควรตรวจสอบสัญลักษณ์ของพลาสติก ดังต่อไปนี้

 

  • PET (PETE) หรือ Polyethylene Terephthalate พลาสติก PET เป็นขวดใสใช้บรรจุน้ำดื่ม น้ำอัดลมขนาด 2 ลิตร ขวดน้ำมันพืช และกระปุกเนยถั่ว
  • HDPE หรือ High Density Polyethylene เป็นขวดสีขาว ทึบแสง หรือสีทึบอื่น ๆ มักใช้บรรจุน้ำดื่ม นม ยาเม็ด ผงซักล้าง น้ำยาล้างห้องน้ำ แป้งฝุ่น
  • PVC หรือ Polyvinyl Chloride พลาสติกพีวีซีมักใช้เป็นท่อประปา เฟอร์นิเจอร์ ขวดน้ำ แผ่นฟิล์มถนอมอาหาร ภาชนะบรรจุน้ำสลัดและน้ำยาซักล้าง
  • LDPE หรือ Low Density Polyethylene มักใช้เป็นถุงซักแห้ง ภาชนะเก็บอาหาร สารเคลือบกระป๋อง
  • PP หรือ Polypropylene มักใช้เป็นภาชนะบรรจุอาหาร อาหารทารก ฝาขวด หลอดดูดน้ำ ซึ่งปลอดภัยกับร่างกายคน
  • PS หรือ Polystyrene มักถูกนำมาใช้ผลิตถ้วย ชาม ถาดอาหาร ภาชนะบรรจุอาหารกลับบ้าน
  • Other หมายถึงพลาสติกชนิดอื่นๆ นอกเหนือจากชนิดที่ 1-6 มักเป็นพวก Polycarbonate ซึ่งใช้เป็นภาชนะบรรจุอาหาร ทัพเพอร์แวร์ แกลลอนน้ำดื่ม และขวดนัลจีน (nalgene) รวมทั้งใช้ในการเคลือบด้านในของกระป๋องบรรจุอาหาร (metal can linings)

 

ควรหลีกเลี่ยง ผลิตภัณฑ์บรรจุเครื่องดื่ม หรืออาหาร ที่มีสัญลักษณ์ของ #3-PVC #6-PS หรือ #7-Polycarbonate  แต่สามารถใช้พลาสติกที่มีสัญลักษณ์เหล่านี้  #1-PET, #2-HDPE, #4-LDPE และ #5-PP ได้อย่างปลอดภัย

 

MuangThai Insurance

5. แล้วในไทย พลาสติกที่ใช้ ปลอดภัยจริงไหม ?

เมื่อรู้โทษภัยใกล้ตัวขนาดนี้ หลายคนอาจจะตกอกตกใจกันพอสมควร  แต่เราคงต้องขอบอกเลยว่า ไม่ต้องตกใจไป เพราะในปัจจุบันวัตถุดิบทางเลือกที่มาทดแทนการใช้ผลิตขวดนมมีหลายชนิด และวัตถุดิบที่ปลอดภัยที่สุดในขณะนี้ คือ Polypropylene หรือ PP

PP นั้น ได้รับรองจาก FDA (Food and Drug Administration คือ องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา) ให้สามารถใช้ PP ผลิตอุปกรณ์ขวดนมสำหรับเด็กอ่อนได้ และทั้งในไทย รวมถึงต่างประเทศ ก็ใช้ PP ในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์   

 

โค้ดเหล่านี้ มีที่มา
BPA free ติดอยู่ที่บรรจุภัณฑ์อย่างชัดเจน

5. ทำไมต้อง ร้องเย้ ! เมื่อมี BPA free ?

ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์บรรจุอาหารต่างๆ โดยเฉพาะอาหารหรือขวดนมสำหรับทารกนั้น จะพบสัญลักษณ์หรือเครื่องหมาย BPA free ติดอยู่ที่บรรจุภัณฑ์อย่างชัดเจน เปรียบเหมือนส่วนหนึ่งของป้ายโฆษณาเครื่องหมายการค้าที่ขาดไม่ได้ เพิ่อให้ผู้บริโภคได้รู้เท่าทันเกี่ยวกับพลาสติกที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

นอกจากภาชนะบรรจุอาหารสำหรับทารกแล้ว BPA free ยังนำไปใช้กับของเล่นพัฒนาการเด็กที่สามารถทนกับการกัดเล่น หรืออมเข้าปากของเด็กอีกด้วย รวมถึง เครื่องมือการแพทย์ เครื่องสำอาง ให้มากขึ้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค  ดังนั้น ในการแนะนำการเลือกใช้ของพลาสติกให้ปลอดภัยอาจให้สังเกตจากสัญลักษณ์ BPA free หรือกลุ่มสัญลักษณ์ประเภทของพลาสติกก็จะช่วยให้ผู้บริโภคใช้ของเครื่องใช้พลาสติกได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น

ส่วนประเทศไทยก็มีความพยายามที่จะยกเลิกการใช้สาร BPA ในการผลิตพลาสติก โดยเฉพาะขวดนมทารก แต่ก็ดูเหมือนยังต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง โดยสาร BPA ถูกห้ามใช้แค่สินค้าเครื่องสำอาง แต่ยังมีข่าวว่า มีขวดนมที่ผลิตจาก Polycarbonate วางจำหน่ายในท้องตลาดมากกว่า 80% และการสุ่มตรวจก็มักพบว่า มีสาร BPA ปนเปื้อนในน้ำนมที่ใช้ขวดนมอีกด้วย !!!

 

ต่อไปหมั่นพลิกดูสัญลักษณ์สักนิด ให้อุ่นใจ ก่อนดื่ม ก่อนกิน ดีกว่านะจ๊ะ


avatar
by admin

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon