รู้ไหมDeductible กับ Excess ต่างกันยังไง

posted: 3 years ago
11,452 views
รู้ไหมDeductible กับ Excess ต่างกันยังไง

comments

 

ความแตกต่าง

จะซื้อประกันภัยให้รถยนต์สุดรักทั้งที เราต้องตรวจสอบข้อมูลอะไรบ้าง ความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันก็ใช่ ความคุ้มครองที่เหมาะสมกับรถเราก็ใช่ ประกันภัยที่ครอบคลุมทุกการใช้งานก็ใช่อีก แล้วในเอกสารประกันภัยล่ะเคยมีใครสงสัยกันบ้างไหมว่า Deductible กับ Excess ในค่าเสียหายส่วนแรกนั้น มันต่างกันยังไงมาหาคำตอบกัน

 

 

ประกันภัย

Deductible และ Excess ทั้งสองคำนี้มีความหมายว่า ความรับผิดชอบส่วนแรก หรือ ค่าเสียหายส่วนแรกเหมือนกัน ทั้งสองอย่างมีจุดประสงค์เหมือนกันคือ เพื่อให้ผู้เอาประกันภัย มีความระมัดระวังมากขึ้น แต่ความแตกต่างของทั้งสองนอกจากตัวอักษรจะสะกดไม่เหมือนกันแล้ว ยังมีการเรียกใช้ที่แตกต่างกันอีกด้วย แล้วต่างกันยังไงมาดูกันต่อเลย

 

ส่วนแรก

Deductible

คำว่า “Deductible” นั้นหมายถึง ค่าเสียหายส่วนแรกในกรณีที่สมัครใจ อธิบายง่ายๆคือ ในกรณีนี้ผู้เอาประกันจะต้องจ่ายค่าซ่อม หรือค่าเสียหายเองบางส่วน ตามที่ได้ตกลงไว้กับบริษัทประกัน ตัวอย่างเช่น ในเอกสารระบุ Deductible ไว้ว่า 2,000 บาท ค่าใช้จ่ายหลังเกิดอุบัติเหตุคือ 5,000 บาท นั่นแปลว่าเราจะต้องจ่ายเงินเอง 2,000 บาท แล้วส่วนที่เหลือจึงเป็นหน้าที่รับผิดชอบของทางบริษัทประกัน การจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกแบบนี้จะมีระบุไว้ในกรมธรรม์อยู่แล้ว รวมถึงจำนวนเงินที่เราจะต้องจ่ายด้วย ซึ่งปกติแล้วค่า Deductible จะอยู่ระหว่าง 1,000 – 5,000 บาท

ค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Deductible อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้แล้วแต่ผู้เอาประกันจะเลือก ส่วนมากแล้วรถยนต์ที่มีค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Deductible จะเป็นรถยนต์ประเภท รถสาธารณะ รถยนต์ให้เช่า หรือ รถยนต์ที่มีความเสี่ยงสูง

 

ประกันรถ

Excess

ส่วนคำว่า “Excess” นั้นหมายถึง ค่าเสียหายส่วนแรกที่ ผู้เอาประกัน ต้องจ่ายอยู่แล้ว หากเกิดเหตุขึ้นโดยไม่มีคู่กรณี ซึ่งการจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Excess นั้นจะขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี ตัวอย่างเช่น เงิน 1,000 บาทแรก ของความเสียหายที่ไม่ได้เกิดจากการชน หรือหากเกิดจากการชนแต่ก็ไม่มีคู่กรณี แล้วกรณีแบบไหนบ้างล่ะที่เราจะต้องจ่าย และไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Excess เรามีตัวอย่างมาให้ชมกัน เริ่มด้วย

กรณีแบบนี้จะไม่เรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรก

  • รถชนกับพาหนะอื่นและแจ้งรายละเอียดคู่กรณีได้
  • รถชนเสา หรือชนประตู
  • รถชนต้นไม้ยืนต้น หรือชนเสาไฟฟ้า
  • รถชนกำแพง
  • ชนคน
  • ชนสุนัข หรือชนสัตว์
  • ชนฟุตบาท
  • รถพลิกคว่ำ
  • รถชนราวสะพาน
  • รถชนกองดิน หรือชนหน้าผา
  • รถชนป้ายจราจร
  • รถชนทรัพย์สินอื่นใดที่ยึดแน่นตรึงตรากับพื้นดิน

ส่วนกรณีแบบตัวอย่างต่อไปนี้ โดนเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรกแน่ๆ

  • รถถูกขีดข่วน หรือถูกกลั่นแกล้ง
  • หินหรือวัสดุอื่นๆกระเด็นใส่
  • เฉี่ยวกิ่งไม้ สายไฟ หรือลวดหนาม
  • รถตกหลุม หรือครูดพื้นถนน
  • เหยียบตะปู วัสดุมีคม หรือยางฉีก
  • รถถูกละอองสี หรือมีวัสดุใดหล่นมาโดน
  • กระจกรถแตก
  • ไถลตกข้างทางแต่ไม่พลิกคว่ำ
  • ถูกวัสดุในตัวรถกระแทกหรือกรีดโดน
  • ภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม
  • รถถูกสัตว์กัดแทะหรือขีดข่วน
  • กรณีอื่นๆ ที่แจ้งสาเหตุไม่ชัดเจน

นอกจากความแตกต่างของ Deductible กับ Excess ที่เรานำมาฝากกันแล้ว ขอแถมท้ายอีกนิดด้วยลักษณะ การเคลมประกัน

 

รถชน

การเคลมประกันนั้นจะแบ่งตามลักษณะที่เกิดเหตุ ดังนี้

  1. เคลมแห้ง หมายถึง การเคลมรถที่เกิดเหตุมานานแล้ว แต่เพิ่งแจ้งเหตุ เช่น รอยขีดข่วน เป็นต้น
  2. เคลมสด หมายถึง การเคลมเหตุรถชนกันสดๆ มีคู่กรณียังรออยู่ในเหตุการณ์
  3. เคลมเสียหายมาก หมายถึง การเคลมที่จะเกิดขึ้นสดๆหรือเกิดขึ้นนานแล้ว แต่รถได้รับความเสียหายมากจึงเพิ่งมาแจ้งเหตุ เช่น รถเสียหายจนขับไม่ได้ นานมาแล้วเป็นอาทิตย์เพิ่งมาแจ้งเหตุ

 

ทีนี้เวลาจะเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์แต่ละที เราคงต้องตรวจสอบกันให้รอบคอบสักหน่อยแล้วเนอะ ต้องทำความเข้าใจกับข้อตกลงต่างๆในเอกสารสัญญาให้ถี่ถ้วน อย่างน้อยตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าค่าเสียหายส่วนแรก กับความต่างของมันเป็นยังไง ใครมีประสบการณ์แปลกๆเกี่ยวกับการเคลมประกัน มาร่วมแบ่งปันกับเราที่คอมเม้นด้านล่างได้เลย

Headline banner

 


avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon