ลงทุนกับธุรกิจ พรีออเดอร์ ยังไง ไม่ให้แป้ก

posted: 2 years ago
10,705 views
ลงทุนกับธุรกิจ พรีออเดอร์ ยังไง ไม่ให้แป้ก

comments

วินาทีนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักกับการค้าขายออนไลน์อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการขายผ่านเฟซบุ๊ก อินสตราแกรม หรือทางโซเชียลอื่นๆ และหลายๆ คนคงเริ่มจะได้ยินชื่อเสียงของธุรกิจพรีออเดอร์กันมากขึ้น แถมยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากอีกด้วย

ว่าแต่เราจะเริ่มตั้งต้นกับธุรกิจแนวนี้ได้อย่างไร ไม่ให้ร่วงกันนะ? มาดูกันเลยดีกว่า


ธุรกิจพรีออเดอร์ คืออะไรกันนะ?

ก่อนที่เราจะเริ่มตั้งต้นกับธุรกิจแนวนี้กันนั้น เราต้องรู้จักกันก่อนว่า พรีออเดอร์คืออะไรกันแน่ ?

Pre-Order (พรีออเดอร์) คือ การที่เราสั่งสินค้า (ออเดอร์สินค้าต่างๆ) ผ่านตัวกลางเพื่อติดต่อนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ จากผู้จำหน่าย หรือจากโรงงานมาให้เรา พูดง่ายๆ ก็คือ การฝากซื้อของนั่นเอง

การพรีออเดอร์ แบ่งออกเป็นสองแบบ คือ

  • แบบที่คุณออกเงินพรีออเดอร์ เพื่อนำสินค้าเข้ามาขายเอง ในข้อนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีทุนตั้งต้น ข้อดี คือ มีภาพสินค้าที่ชัดเจน น่าเชื่อถือ สามารถขายสินค้าให้แก่ลูกค้าได้ทันที
  • แบบที่ให้ลูกค้าจ่ายเงินก่อน แล้วคุณทำการสั่งซื้อสินค้าให้ ในข้อนี้จะมีข้อดี คือ ถึงไม่มีทุนมากนัก คุณก็สามารถค้าขายได้ โดยถือว่าคุณเป็นผู้รวบรวมยอดการสั่งซื้อสินค้าต่างๆ และประสานงานกับโรงงาน หรือร้านค้า เพื่อนำสินค้าที่ได้มาส่งมอบให้แก่ลูกค้านั้นเอง

การพรีออเดอร์ ไม่จำกัดแค่ต้องพรีออเดอร์ในต่างประเทศเท่านั้น แต่คำว่าพรีออเดอร์ยังสามารถใช้ได้กับร้านค้า โรงงานต่างๆ ในไทย เพราะการพรีออเดอร์คือรวบรวมยอด แล้วค่อยสั่งซื้อสินค้า โดยกำไรจากพรีออเดอร์ คือเหล่าค่าบริการต่างๆ ที่คุณบวกเพิ่มเข้าไปในสินค้า  ดังนั้น หากสามารถหาสินค้าได้ในราคาที่ต้นทุนต่ำ คุณก็จะยิ่งได้กำไรมากยิ่งขึ้น

Worker using mobile phone and digital tablet in the warehouse

โดยระยะเวลาขนส่งสินค้า ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า โรงงาน ร้านค้าต่างๆ หากเป็นพรีออเดอร์ที่มาจากต่างประเทศจะใช้เวลาประมาณ 15-20 วัน (แล้วแต่ประเภทของขนส่ง เช่น แบบรถ, แบบเรือ หรือแบบเครื่องบิน ซึ่งจะใช้เวลาไม่เหมือนกัน)  ส่วนตัวกลางที่เราเลือกใช้บริการ ก็มีให้เลือกมากมาย เช่น บริษัทรับสั่งสินค้า pre-order หรือร้านค้าต่างๆ ในเว็บไซต์ที่เปิดรับสั่งสินค้า pre-order เป็นต้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณจะเลือกใช้ shipping แบบไหน

เอาละ เมื่อรู้พื้นฐานกันแล้ว ขั้นต่อไป ไปดูกันเลยดีกว่าว่าต้องทำยังไงบ้างนะ ถึงจะไม่แป้ก ขาดทุนกัน!



1. ตั้งกลุ่มเป้าหมาย และสินค้าที่อยากจะพรีออเดอร์

การพรีออเดอร์นั้น ก็ไม่แตกต่างอะไรไปจากการที่เราเปิดร้านขายของเลย ดังนั้น เมื่ออยากจะเริ่มต้นธุรกิจพรีออเดอร์ ขั้นแรกคุณต้องจำกัดตลาดฐานลูกค้า ว่าจะขายให้ใคร เพศอะไร ช่วงอายุเท่าไหร่ และสินค้าที่จะขายนั้นเป็นสินค้าประเภทไหน เสริมความงาม ของใช้ในบ้าน รองเท้า หรือเสื้อผ้าแฟชั่น ?

Serious young business owner using laptop in his workshop

เมื่อคุณตั้งเป้าหมาย คุณก็จะสามารถวางแผนได้ว่าต้องหาสินค้า หาโรงงาน หรือหาร้านพรีออเดอร์ยังไงต่อนั้นเอง ซึ่งขั้นตอนนี้นี่แหละที่ถือว่ายากที่สุด เพราะนอกจากจะต้องตามหาสินค้าที่มีต้นทุนต่ำ (เพื่อขายให้ได้กำไร) แล้ว ยังต้องเป็นสินค้าที่คุณภาพไม่แย่จนเกินไป (เพราะการที่ของมีคุณภาพแย่ จะทำให้ร้านของเราไม่มีลูกค้าประจำ มีเพียงลูกค้าขาจรเท่านั้น) แถมยังต้องคอยตามสินค้าจากร้านค้า โรงงาน คัดคุณภาพสินค้าเองอีกด้วย


2. Shipping ดี วางใจได้มากกว่าครึ่ง

ก่อนอื่น เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า Shipping (ชิปปิ้ง) นี่ คือ ผู้ที่ทำหน้าที่ด้านพิธีการเอกสารผ่านธนาคาร พิธีการศุลกากร บริษัทเรือเดินทะเล หรือบริษัทขนส่งทางเครื่องบิน เพื่อนำสินค้านำเข้าหรือส่งออกไปต่างประเทศ รวมถึงการจัดหาไปรับสินค้าจากโกดังลูกค้านำไปเข้าตู้ และรถหัวลากตู้ฯ ไปถึงท่าเรือเพื่อส่งให้ลูกค้าต่อไป

forklift handling container box loading to freight train

ซึ่งแน่นอนว่า หากคุณต้องการเน้นธุรกิจพรีออเดอร์ประเภทที่สั่งสินค้ามาจากต่างประเทศ การใช้บริการ Shipping ถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และการที่ต้องค้นหา Shipping ที่มีค่าส่งราคาถูก เพื่อช่วยลดต้นทุนแล้ว ยังต้องตรงต่อเวลาเพื่อให้สินค้ามาถึงมือลูกค้าได้โดยไม่ล่าช้า นอกจากนี้ยังต้องคอยระวังไม่ให้ Shipping ทำของหายระหว่างการขนส่งด้วย เพราะคนรับผิดชอบจะมาตกที่คุณนั้นเอง นี่ยังไม่รวมไปถึงการจัดส่งสินค้าอีกนะ เพราะถ้าหากลูกค้าเคลมมาเยอะๆ บ่อยๆ เข้าเพราะสินค้าที่สั่งเสียหาย คนซวยก็คงหนีไม่พ้นคนขายนี่แหละ

ดังนั้น หากอยากมีลูกค้าเข้าร้าน (ออนไลน์) ของคุณเยอะๆ การขนส่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจเช่นกัน


3. การตลาดบนโลกออนไลน์ ใครว่าไม่สำคัญ

ทำธุรกิจค้าขายบนโลกออนไลน์ทั้งทีแบบนี้ จะให้มองข้ามการตลาดบนโซเชียลมีเดียเห็นทีจะยาก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ของคุณก็คือผู้ที่ใช้อินเตอร์เน็ตนั้นเอง ดังนั้น ลองให้ความสำคัญกับการโฆษณาให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น หมั่นทักทายหน้าเพจ หมั่นลงภาพสินค้า เพื่อให้ลูกค้าเกิดความสนใจ นอกจากนี้บริการก็สำคัญ เช่น การตอบคำถามของลูกค้าที่ต้องรวดเร็ว ปฏิสัมพันธ์ การพูดคุย หรือโปรโมชั่นต่างๆ เป็นต้น

Young female entrepreneur working in a home office

อย่าลืมนะว่า การซื้อขายบนโลกออนไลน์นั้น ผู้ซื้อสินค้าจะมีความกังวล ความระแวง ดังนั้น การทำให้เหล่าลูกค้านั้นสามารถเชื่อใจ ไว้วางใจ และสั่งซื้อสินค้ากับคุณได้

การตลาดที่ดีนั้น ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องขายตรง ต้องฮาร์ดเซลล์ แต่หมายความว่าต้องค่อยๆ สร้างความคุ้นเคย สร้างฐานลูกค้า เน้นสร้างความผู้กพันกับลูกค้าเป็นหลัก แล้วคุณจะได้แบรนด์รอยัลตี้ หรือ เหล่าลูกค้าขาประจำอย่างแน่นอน


4. แยกแยะเงินร้าน เงินส่วนตัว ออกจากกัน

หลายครั้ง เหล่าพ่อค้าแม่ขายมักจะหลงลืมนำบัญชีเงินส่วนตัวเป็นบัญชีของธุรกิจที่ร้าน แหม ขอกระซิบบอกนิดนึงนะว่า ถ้าเป็นไปได้ คุณควรแยกบัญชีที่ใช้จ่ายส่วนตัว ออกจากบัญชีร้านค้าออนไลน์จะดีกว่า ถึงแม้สุดท้ายเงินเหล่านั้นจะกลายเป็นเงินใช้ในชีวิตประจำวันก็เถอะ แต่การแยกประเภทของบัญชีร้าน และบัญชีส่วนตัวออกจากกัน เชื่อไหม ว่ามันช่วยให้การบริหารร้าน และบริหารเงินในชีวิตประจำวันดีขึ้น!

Beautiful young florist is communicating on the telephone

เพราะการแยกบัญชีออกจากกัน จะทำให้คุณเห็นเงินเข้าออกของร้านได้อย่างชัดเจน รู้ต้นทุนที่แน่นอน และรายรับโดยเฉลี่ยในแต่ละรอบการพรีออเดอร์ แถมยังช่วยป้องกันเหล่าลูกค้าที่คิดไม่ซื่อ กะโกงสินค้าของคุณ ด้วยการหลอกว่าโอนเงินอีกด้วย สำหรับบัญชีธนาคารต่างๆ ของร้านค้า เราแนะนำให้สมัครการแจ้งเตือนทั้งทางอีเมล SMS เมื่อมีเงินเข้าออกจากบัญชี คุณจะได้รับรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับบัญชีของคุณ และยังสามารถติดตามการโอนเงินของลูกค้าได้ดีอีกด้วย

ส่วนข้อดีในในการแยกบัญชีของชีวิตประจำวัน หลังจากที่หักต้นทุนค่าใช้จ่ายในร้านแล้ว เงินกำไรบางส่วนอาจแบ่งไปลงทุนเพิ่มหรือต่อยอดทุนต่อไป อีกส่วนจึงค่อยโอนเป็นเงินออม หรือเงินที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เมื่อแบ่งเงินได้เป็นสัดส่วน ก็ไม่ยากสำหรับการจัดการเงินต่างๆ แล้วล่ะ



5. ทุนสำรอง ใครว่าพรีออเดอร์ไม่ต้องมี?

จริงอยู่ที่ธุรกิจพรีออเดอร์นั้น เปรียบได้เหมือนกับการจับเสือมือเปล่า ลงทุนน้อย หรือแทบไม่ลงทุนเลย แต่ก็ได้กำไรที่ดี แถมยังค้าขายสะดวก ทำได้แม้มีงานประจำ ขอเพียงแค่คุณมีอินเตอร์เน็ตเท่านั้น แหม ที่พูดมาทั้งหมดก็ไม่ใช่ว่าผิดหรอก แต่เราขอแนะนำว่า อย่างน้อยๆ การจะลงทุนอะไรสักอย่างนั้น จำเป็นต้องมีต้นทุน ไม่เว้นแม้แต่ร้านพรีออเดอร์ด้วยกันเองก็ควรจะมีทุนสำรองเช่นกัน!

Woman being shocked by Amazon.com delivery

หลายคนอาจจะสงสัย ทำไมเราจำเป็นต้องมีทุนสำรอง ก็เพื่อให้คุณใช้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สินค้าเสียหาย ลูกค้าขอเคลมคืนสินค้า สินค้าเสียหายหรือสูญหายระหว่างการขนส่งต้องคืนเงินลูกค้า หรือต้องการลงทุน ต่อยอด พรีออเดอร์สินค้ามาเป็นพร้อมส่ง เป็นต้น

การมีต้นทุนตั้งต้นประจำไว้ที่ร้านเมื่อถึงคราวโชคร้าย เจ้าทุนสำรองพวกนี้จะช่วยให้คุณไม่ต้องควักเนื้อสาหัสมากนัก และรู้หรือไม่ บางร้านที่เห็นว่าโกงลูกค้า ก็เพราะไม่มีทุนสำรองจ่ายเงินค่าเสียหายเหล่านี้ จนทำให้ต้องปิดร้านพรีออเดอร์หนีหนี้ กลายเป็นคดีความใหญ่โตกันมาแล้ว


ธุรกิจพรีออเดอร์นั้น สามารถเริ่มต้นได้ทุกเพศ ทุกวัย และทุกสายอาชีพ ขอเพียงคุณมีวินัยในการดูแลร้านค้า รู้จักบริหารเงินและร้านให้ดี หมั่นมองหาลู่ทางการค้าขาย แล้วธุรกิจนี้ จะทำเงินให้กับคุณได้อย่างแน่นอน!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon