กองทุนตราสารหนี้ คืออะไร เพราะอะไรจึงน่าลงทุน

posted: 1 year ago
22,783 views
กองทุนตราสารหนี้ คืออะไร เพราะอะไรจึงน่าลงทุน

comments

เป็นที่รู้กันดีว่า นอกจากการประหยัด เก็บออมเงินแล้ว การลงทุน ยังเป็นอีกทางที่ช่วยเพิ่มมูลค่าเงินออมให้กับคุณได้เป็นอย่างดี โดยการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยๆ นั้น นอกเหนือจาก กองทุนรวม RMF แล้ว กองทุนตราสารหนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งกองทุนที่น่าสนใจ และน่าลงทุนไม่น้อยเลย

ว่าแต่เจ้ากองทุนนี้ มีดีอะไรบ้างนะ คุณถึงต้องให้ความสนใจ และลงทุนกับกองทุนตัวนี้ ตามเรามาดุกันเลยดีกว่า เพราะวันนี้ เราหาคำตอบมาให้ตัดสินใจแล้ว!


รู้จักกันก่อน กับกองทุนตราสารหนี้

ก่อนที่เราจะเริ่มต้นลงทุน เราต้องรู้ก่อนว่า เจ้า กองทุนตราสารหนี้ นี้ คืออะไร?

กองทุนตราสารหนี้  คือ กองทุนที่นำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้เป็นหลัก โดยมเกิดจากการที่เหล่านักลงทุนนำเงินเข้าไปที่กองทุน ต่อจากนั้น ก็ปล่อยผู้จัดการกองทุนเป็นผู้นำเงินไปซื้อตราสารหนี้ในรูปแบบต่างๆ กันไป ทั้งตราสารหนี้ภาครัฐและภาคเอกชน เช่น ตั๋วเงินคลัง, พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้ เป็นต้น

โดยสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้แต่ละอย่างนั้น จะขึ้นกับนโยบายของแต่ละกองทุนนั่นเอง ซึ่งในส่วนนี้แหละ ที่เราจะนำมาพิจารณา เพื่อไปลงทุนกับกองทุนตราสารหนี้ของแต่ละสถาบันทางการเงินกันอีกทีนั่นเอง

และนอกจากนี้ กองทุนตราสารหนี้นี้ ยังสามารถแบ่งประเภท ได้อีก 2 ประเภท คือ

กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น โดยกองทุนนี้ จะมีอายุตราสารหนี้เฉลี่ยประมาณ 1 – 1.5 ปี ตราสารพวกนี้ก็จะหมดอายุแล้วก็คืนเงินต้น ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น สามารถซื้อขายได้ทุกวัน ทำให้มีสภาพคล่องสูง ความเสี่ยงต่ำ ให้ผลตอบแทนที่ดี

เหมาะสำหรับไว้พักเงินสภาพคล่อง เช่น เงินเดือนส่วนที่หักไว้เป็นเงินออม, รอซื้อสินทรัพย์อื่น, เก็บไว้สำหรับค่าใช้จ่ายที่จะใช้ในระยะเวลาใกล้ๆ เช่น ค่าเทอม ค่าบัตรเครดิต ค่าใช้จ่ายหมุนเวียนในธุรกิจ, เป็นเงินสำรองฉุกเฉิน, เป็นส่วนหนึ่งในพอร์ตลงทุนระยะยาว (แต่ไม่ควรเกิน 20% มีไว้เป็นสภาพคล่องเฉยๆ) และเหมาะกับภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น

Sprout growing on glass piggy bank with sunset light

กองทุนตราสารหนี้ระยะยาว โดยกองทุนนี้ จะมีอายุตราสารหนี้ที่ยาวนานขึ้นมาหน่อย ซึ่งตราสารหนี้จะมีอายุเกิน 1 ปี ขึ้น เหมาะกับภาวะดอกเบี้ยขาลง ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่ากองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น แต่ก็มีความเสี่ยงมากกว่าเช่นกัน เพราะราคาตราสารหนี้ของกองทุน ที่ลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว มักจะเคลื่อนไหวผันผวนมากกว่า และมีสภาพคล่องต่ำ

กองทุนประเภทนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนสูงๆ ไม่สะดวกจะซื้อขายบ่อยๆ และสามารถรับผลความเสี่ยงต่างๆ โดยระยะเวลาในการลงทุนที่นาน จะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากราคากองทุนที่ปรับตัวขึ้นลงได้ และถ้าหากดอกเบี้ยมีแนวโน้มขาลง มีโอกาสที่ราคาของกองทุนจะปรับเพิ่มขึ้นได้มากกว่ากองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น

แล้วแบบนี้ จะเลือกกองทุนตราสารหนี้ยังไง ?

เมื่อเข้าใจกันแล้วว่ากองทุนตราสารหนี้คืออะไร หลายคนก็คงอยากจะได้วิธีดีๆ ในการค้นหากองทุนตรสารหนี้ที่เข้าตา โดนใจ ใช่เลย กับสไตล์ของตัวเองแน่ๆ เพราะกองทุนตราสารหนี้นั้น ปัจจุบันมีมากมายหลากหลายให้เลือกลงทุน

โดยขั้นแรกของการมองหากองทุนตราสารหนี้ในดวงใจ คุณควรพิจารณาจากความผันผวนของดอกเบี้ย, ระยะเวลาต่างๆ ที่อยากจะลงทุน ปัจจัยต่างๆ ของตัวคุณเองเสียก่อน

หากระยะเวลาลงทุนไม่ถึง 6 เดือน หรือยังไม่แน่ใจว่าจะลงทุนได้นานแค่ไหน แนะนำให้ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นจะดีกว่า เพราะราคาของกองทุนผันผวนไม่มากนัก แต่ถ้าระยะเวลาลงทุนนาน 6 เดือนขึ้นไป จะเหมาะกับกองทุนตราสารหนี้ระยะยาว เพราะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่ากองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น โดยระยะเวลาในการลงทุนที่นานจะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากราคากองทุนที่ปรับตัวขึ้นลงได้

แม้ว่ากองทุนตราสารหนี้เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่การเลือกประเภทของกองทุนให้ตรงกับวัตถุประสงค์ในการลงทุนก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยระยะเวลาในการลงทุนเป็นตัวช่วยที่บอกเราว่า เราควรลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ประเภทใด

และอย่าลืม ลองพิจารณาผู้จัดการกองทุน (Fund Manager) ว่ากองทุนรวมนั้นๆ ใครคือผู้จัดการกองทุน, พิจารณาด้านประสบการณ์ของผู้จัดการกองทุนแต่ละคนด้วยว่าเป็นอย่างไร มีชื่อเสียงด้านการบริหารกองทุนมากไหม ?

นอกจากนี้ ต้องดูผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนรวมว่าเป็นอย่างไร ให้ผลตอบแทนมากน้อยแค่ไหน น่าเชื่อถือได้หรือไม่ และที่สำคัญที่สุด แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยก็มีส่วนในการตัดสินใจเลือกกองทุนตราสารหนี้ อีกด้วย

เทคนิคลงทุนกับกองทุนรวมตราสารหนี้

เมื่อได้กองทุนตราสารหนี้ที่โดนใจแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงต่อจากผลกำไร ผลตอบแทน ก็คือเทคนิคการลงทุนนั่นเอง เพราะถ้าลงทุนให้ดี กองทุนตราสารหนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าเงินทุนของคุณได้อย่างแน่นอน และตอนนี้ เราก็มีเทคนิคดีๆ มากระซิบบอกกัน

  1. รู้หรือไม่ หากอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มจะปรับเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้ คุณควรเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น เพราะถ้าลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะยาว มีโอกาสที่ราคาของกองทุนจะปรับลดลงจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้

ในทางกลับกัน หากดอกเบี้ยเป็นแนวโน้มขาลง ควรลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะยาว เพราะมีโอกาสที่ราคาของกองทุนจะปรับเพิ่มขึ้นได้มากกว่ากองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น

Surprised woman watching media in a smart phone

  1. เลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และระยะเวลาลงทุน เช่น ลงทุนในตราสารระยะสั้นเท่านั้น กลยุทธ์นี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเป้าหมายการลงทุนในระยะสั้น โดยกลยุทธ์ที่น่าสนใจคือการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้แบบมีระยะเวลา มีเงินครบอายุเป็นระยะๆ อย่าง 3 เดือน, 6 เดือน, 12 เดือน เป็นต้น

ทั้งนี้ เพื่อให้มีเงินสำหรับการใช้จ่าย ในขณะที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในเงินฝากระยะสั้น นอกจากนี้ เงินที่ครบในแต่ละช่วงดังกล่าว ก็มีโอกาสนำไปลงทุนให้ได้รับอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้อีก หากอัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้น

  1. ควรศึกษาให้ดีก่อนว่า กองทุนจะนำเงินของเราไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทไหน ไม่ควรดูเฉพาะผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับเพียงอย่างเดียว เพราะถ้ากองทุนนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์หรือตราสารที่มีความเสี่ยงสูง ก็มีโอกาสทำให้เงินต้นของเราลดน้อยลงไปได้

Couple signing vehicle insurance contract

  1. เมื่อชำนาญแล้ว สามารถเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนทั้งโดยตรง หรือผ่านกองทุนรวม โดยพร้อมรับความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาส ที่จะได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น หากเป็นกองทุนรวมในประเทศนั้น มักจะเน้นหนักการลงทุนไปในตราสารหนี้ระยะสั้น

ดังนั้น ถ้าชำนาญ และพร้อมรับความเสี่ยงจากความผันผวนด้านราคาของตราสารหนี้ ที่มักจะปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในระยะ 1 – 3 ปี ได้ ก็อาจเลือกลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ ที่เน้นการลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนที่น่าเชื่อถือ โดยการลงทุนแบบนี้ จะช่วยลดความเสี่ยง กระจายการลงทุน ที่ลงทุนโดยตรงเพียงอย่างเดียว

  1. ลงทุนในหุ้นปันผล หรือหลักทรัพย์ที่ให้เงินปันผลสม่ำเสมอตามแนวโน้มเงินเฟ้อ เช่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น โดยผู้ลงทุนต้องพร้อมรับความเสี่ยงเฉพาะของบริษัทผู้ออกตราสาร และความผันผวนที่เพิ่มมากขึ้นอย่างไรก็ตามนักลงทุนพึงพิจารณาถึงความสามารถในการหารายได้ของบริษัทหรือโครงการอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ รวมถึงศักยภาพในระยะยาวประกอบด้วย เนื่องจากความเสี่ยงในที่นี้จะเปรียบเหมือนผู้ลงทุนเป็นเจ้าของร่วม ซึ่งต่างจากการเป็นเจ้าหนี้ในกรณีลงทุนในตราสารหนี้โดยทั่วไป

Car driver with thumb up

  1. รักษาสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้หรือกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะกลาง (3 – 5 ปี) ไว้ โดยพร้อมรับการขาดทุนจากราคาตลาดในระยะสั้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะในที่สุดแล้วเมื่อตราสารหนี้ที่กองทุนถืออยู่ก็ยังคงให้อัตราดอกเบี้ยเท่าเดิม และเมื่อตราสารดังกล่าวครบอายุ กองทุนก็จะได้รับเงินต้นคืน ซึ่งทั้งดอกเบี้ยและเงินต้นนั้นก็จะสามารถลงทุนต่อโดยได้รับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นด้วย
  1. เตรียมเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินไว้อย่างน้อย 6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน ก่อนนำเงินไปลงทุน

ผลตอบแทนคิดยังไง แล้วมีอะไรที่ต้องระวังบ้าง

กองทุนตราสารหนี้ที่เราลงทุนนั้น จะให้ผลตอบแทนมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

ปัจจัยแรก คือ ประเภทของตราสารหนี้ที่กองทุนไปลงทุน ซึ่งตราสารหนี้ที่กองทุนลงทุนนั้นมีหลากหลาย ตั้งแต่เงินฝาก ตราสารหนี้ภาครัฐ และตราสารหนี้ภาคเอกชน โดยปรกติแล้ว กองทุนที่ลงทุนเฉพาะตราสารหนี้ของภาครัฐมักจะมีความเสี่ยงน้อยกว่ากองทุนที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและเอกชน แต่ผลตอบแทนของกองทุนประเภทแรกก็ย่อมน้อยไปด้วย

นอกจากนี้ กองทุนตราสารหนี้อาจมีการลงทุนในต่างประเทศด้วย ซึ่งหากอัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศสูงกว่าบ้านเราก็มีโอกาสที่กองทุนที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศจะสามารถให้ผลตอบแทนสูงกว่ากองทุนที่ลงทุนเฉพาะตราสารหนี้ในไทยเพียงอย่างเดียวค่ะ

Businessman climbing toward treasure chest on money stairs

ปัจจัยที่สอง คือ อายุคงเหลือของตราสารหนี้ที่กองทุนลงทุน โดยกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุคงเหลือยาวๆ มักจะให้ผลตอบแทนมากกว่ากองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุคงเหลือสั้นกว่า เพราะหากเปรียบเทียบตราสารหนี้ประเภทเดียวกัน แต่มีอายุต่างกัน ตราสารหนี้ที่อายุยาวมักให้ผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้ที่มีอายุสั้น

หากมองในแง่ความเสี่ยงแล้ว ความเสี่ยงของกองทุนแบบแรกย่อมสูงกว่า เพราะราคาตราสารหนี้ของกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว มักจะเคลื่อนไหวผันผวนมากกว่า

ปัจจัยที่สาม คือ การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาดตราสารหนี้ ปรกติแล้วอัตราดอกเบี้ยกับราคาตราสารหนี้มักเคลื่อนไหวสวนทางกัน

เช่น เราซื้อพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ดอกเบี้ย 3% ต่อปี อีก 1 ปีต่อมา อัตราดอกเบี้ยของไทยเป็นขาขึ้น ทำให้พันธบัตรรัฐบาลรุ่นใหม่ซึ่งมีอายุ 5 ปีเหมือนกัน ให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นเป็น 3.2% ต่อปี

ดังนั้น พันธบัตรรัฐบาลรุ่นเก่าที่เราเป็นเจ้าของอยู่ จึงมีความน่าสนใจน้อยลง ทำให้ราคาของพันธบัตรรุ่นเก่าปรับลดลงมาด้วย

จะเห็นว่า เมื่ออัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ราคาของพันธบัตรลดลง ซึ่งคนที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของราคาตราสารหนี้ คือ คนที่ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งราคาของกองทุนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด

Businessman is analyzing business report with charts and diagrams

หากจะดูเรื่องความเสี่ยง ต้องไปดูค่าความผันผวน โดยค่าความผันผวนยิ่งต่ำยิ่งดี ตรงกันข้ามถ้าค่าความผันผวนสูง บางจังหวะอาจจะพุ่งขึ้นไปสูง แต่อีกไม่กี่วันถัดมากลับปรับลดลงจนน่าใจหายก็มีเช่นกัน

จะเห็นว่า กองทุนตราสารหนี้เป็นตัวเลือกหนึ่งในการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ แต่ก่อนตัดสินใจลงทุน นอกจากการสำรองเงินไว้เผื่อลงทุนผิดพลาดแล้ว ต้องพร้อมรับกับความผันผวนของตราสารหนี้เหล่านั้นอีกด้วย


การลงทุนกับกองทุนตราสารหนี้นั้น นับได้ว่าอยู่ในระดับที่มีความเสียงต่ำ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่บ้าง ไม่ว่าจะมาจากความผันผวน การเปลี่ยนแปลงราคาของตราสารหนี้ หรือแม้กระทั่งความเสี่ยงจากผู้บริหารกองทุนตราสารหนี้ ดังนั้น อย่าลืมแบ่งสัดส่วนเงินออม ออกจากเงินที่ใช้ลงทุนด้วยล่ะ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon