ตามรอย การลงทุน สไตล์ วอร์เร็น บัฟเฟตต์

posted: 4 years ago
2,708 views
ตามรอย การลงทุน สไตล์ วอร์เร็น บัฟเฟตต์

comments

การลงทุน

เชื่อว่าในแวดวงนักลงทุน คงไม่มีใครไม่รู้จักเจ้าพ่อนักลงทุนคนนี้ “วอร์เร็น เอ็ดเวิร์ด บัฟเฟตต์” (Warren Edward Buffett) เขาคือหนึ่งใน นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ มากที่สุดในโลก และได้รับการจัดอันดับให้เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกในช่วงครึ่งปีแรกของปี ค.ศ. 2008 ด้วย และในคราวนี้ เราก็มีเทคนิคใน การลงทุน ตามสไตล์ของเขามาฝากกัน

Viriyah Insurance

1. มัธยัสถ์เข้าไว้

นับเป็นเรื่องพื้นฐานสุดๆ สำหรับผู้ที่อยากร่ำรวย และสำหรับวอร์เร็น บัฟเฟตต์ แม้จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอภิมหาเศรษฐีระดับโลก เขาก็ยังเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างสมถะในบ้านหลังเดิมที่เขาซื้อเมื่อปี 2501 หรือในอีกกรณีตัวอย่างของชายคนนี้คือ เขาได้กดดันให้ผู้บริหารของกิจการที่เขาเข้าไปลงทุนกำจัดค่าใช้จ่ายที่ไม่ค่อยเกิดประโยชน์ และพยายามจำกัดค่าตอบแทนของผู้บริหารทั้งหลาย ส่งผลให้บริษัทเหล่านั้นทำกำไรได้สูงยิ่งขึ้น

2. ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม

ควรรู้จักอดทนรอโอกาสทองที่จะเกิดขึ้นจากความผันผวนอย่างหนักของตลาดที่เราเข้าไปลงทุน เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจและความผันผวนของราคาโภคภัณฑ์ต่างๆ อาจทำให้หุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งตกลงมาอย่างไม่น่าเชื่อ และนั่นก็ถือเป็นโอกาสในการดีที่จะคว้ามันไว้

Dhiphaya Insurance

3. สวนกระแสเถิด จักเกิดผล

บัฟเฟตต์เฝ้ามองว่าฝูงนักลงทุนจะพากันเดินไปทางไหน จากนั้นเขาจะพยายามเดินไปในทิศทางตรงกันข้าม เนื่องจากทางที่นักลงทุนพากันไปนั้น โอกาสในการทำกำไรได้อย่างงดงามมีน้อยเพราะนักลงทุนพวกนั้นได้ผลักดันราคาของหุ้นให้สูงขึ้นแล้ว เขามักจะเฝ้ารอจังหวะที่นักลงทุนเหล่านี้เทขายหุ้น ซึ่งยังผลให้ราคาหุ้นโดยทั่วไปตกและหุ้นของบางบริษัทตกมากเป็นพิเศษ แต่ทั้งนี้จะต้องมีการวิเคราะห์บริษัทต่างๆ อย่างถี่ถ้วนก่อนจะตัดสินใจซื้อหุ้นตัวนั้นๆ

ลงทุน

4. เลือกลงทุนในสิ่งที่เข้าใจ

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า เขามักจะศึกษาและวิเคราะห์บริษัทที่เปิดให้ร่วมลงทุนอย่างละเอียดเสียก่อน ดังนั้นบัฟเฟตต์จะไม่ซื้อหุ้นของบริษัทที่เขาไม่เข้าใจว่าผลิตอะไร และไม่รู้อย่างชัดแจ้งว่าบริษัทนั้นทำกำไรได้อย่างไร

5. อย่าหูเบา

ในยุคที่สื่อเข้าถึงเราได้ง่าย มีนักวิจารณ์ได้ออกมาแสดงความเห็นและคาดคะเนเกี่ยวกับทิศทาง การลงทุน ไว้มากมาย อีกทั้งการเคลื่อนไหวรายวันอันฉาบฉวยของราคาหุ้น บัฟเฟตต์จะไม่สนใจข้อมูลเหล่านี้ แต่จะตัดสินใจบนฐานการวิเคราะห์ข้อมูลของเขาเอง

6. ของถูกและดี มีอยู่ในโลก

โดยเริ่มจากการวิเคราะห์หา “มูลค่าภายใน” (Intrinsic Value) ของบริษัทเป็นขั้นแรก กระบวนการนี้อาจมองดูว่าราคาหุ้นของบริษัทคล้ายๆ กันเป็นอย่างไร หรือไม่ก็คำนวณค่าเงินสดที่บริษัทนั้นๆ น่าจะทำได้ในอนาคต และหากราคาหุ้นที่ซื้อขายกันในตลาดต่ำกว่ามูลค่าภายในมากๆ บริษัทแห่งนั้นก็น่าสนใจ เพราะมี “ส่วนเผื่อความปลอดภัย” (Margin of Safety) สูง

นักลงทุน

7. มองหาองค์กรยักษ์ใหญ่ล้มยาก

ใน การลงทุน กับองค์กรใหญ่ๆ อย่างเช่น บริษัทประกอบการรถไฟ หรือบริษัทที่มีชื่อเสียงก้องโลกอย่างโคคา-โคลา คือความยั่งยืน และหมายถึงผลตอบแทนที่ค่อนข้างมั่นคง

8. ลงทุน เพื่อผลตอบแทนระยะยาว

หากคุณเป็นคนที่ทนไม่ไหวยามเห็นราคาหุ้นของตนตกไปถึง 50% ก็อย่าคิดเข้าไป ลงทุน เด็ดขาด แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้คุณติดตามความเป็นไปของมันเลย ตรงกันข้าม ผู้ถือหุ้นจะต้องติดตามและวิเคราะห์เหตุการณ์รอบด้านอย่างใกล้ชิด เมื่อใดเห็นว่าบริษัทนั้นหมดโอกาสที่จะทำกำไรดีต่อไป หรือตกอยู่ในภาวะยากลำบากเป็นเวลานาน ก็ให้รีบขายออกไปทันที เพราะสำหรับบัฟเฟตต์ เขามองว่าการซื้อขายหุ้นบ่อยๆ นั้น เงินจะไปตกอยู่กับกลุ่มคนอย่าง นายหน้าค้าหุ้น ที่ปรึกษาทางการเงินและผู้บริหารกองทุน แทนอย่างเปล่าประโยชน์

สำหรับผู้ที่กำลังเตรียมตัวเพื่อ การลงทุน ข้อมูลเหล่านี้อาจเป็นแนวทางให้แก่คุณได้ไม่มากก็น้อย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองว่าจะตีโจทย์เหล่านี้แตกแค่ไหน และสามารถนำมันไปปรับใช้ได้ดีเพียงใดในตลาดที่จะเข้าไป ลงทุน


avatar
by admin

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon