เราหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนภาษีอะไรได้บ้างสำหรับปี 2559

posted: 1 year ago
เราหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนภาษีอะไรได้บ้างสำหรับปี 2559

comments

มีคำกล่าวไว้ว่ามนุษย์เรามี 2 เรื่องที่ยังไงก็หนีไม่พ้นก็คือ “ความตาย” และ “ภาษี” ภาษีเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนต้องจ่ายเนื่องจากถ้าไม่จ่ายภาษี ประเทศเราก็จะไม่มีเงินไปพัฒนาประเทศนั่นเอง วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า ประชาชนคนธรรมดาแบบเราๆ เวลายื่นภาษีเราต้องสามารถค่าหักลดหย่อน ค่าใช้จ่ายอะไรได้บ้าง?



เมื่อเรามี “เงินได้พึงประเมิน” ถ้าสำหรับ “มนุษย์เงินเดือน” ก็จะมี “เงินเดือน+โบนัส” แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราเอาเงินได้ตรงนี้ไปเสียภาษีตามฐานภาษีเลย แต่เราสามารถหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนดังต่อไปนี้ได้อีก ซึ่งค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนทั้งหมดจะใช้ยื่นในปี 2559 (ยื่นภายใน 31 มีนาคม 2560) แต่ในปี 2560 (ยื่นภายใน 31 มีนาคม 2561) จะมีเปลี่ยนแปลงบางรายการ

1. หักค่าใช้จ่ายได้ 40% ของเงินเดือน+โบนัส ทั้งหมดแต่สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท

2. หักลดหย่อนบุคคลธรรมดาได้ 30,000 บาท

3. คู่สมรส (ถ้ามี) แต่คู่สมรสต้องไม่มีรายได้จะลดหย่อนได้ 30,000 บาท แล้วถ้าคู่สมรสเรามีการชำระเบี้ยประกันด้วยสามารถลดหย่อนได้อีก 10,000 บาท

4. ลูก (ถ้ามี) ลดหย่อนได้คนละ 15,000 บาท แต่ถ้าเรียนในประเทศก็ลดหย่อนเพิ่มอีกคนละ 2,000 บาท

แต่เงื่อนไขก็คือ ต้องลูกของเราแท้ๆ ตามกฎหมายหรือของคู่สมรส หรือไม่ก็เป็นบุตรบุญธรรมที่เราจดทะเบียนรับเรียบร้อยแล้ว แต่ต้องอายุไม่ถึง 20 ปีหรือยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่ถ้ายังเรียนอยู่ในระดับอนุปริญญาหรือปริญญาตรีขึ้นไปลดหย่อนได้จนถึงอายุ 25 ปี นอกจากว่าจะถูกศาลสั่งว่าเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ

5. ค่าเลี้ยงดูบิดามาราดาได้ท่านละ 30,000 บาท รวมไปถึงถ้าบิดามารดามีเบี้ยประกันสุขภาพลดหย่อนเพิ่มได้อีกคนละ 15,000 บาท แต่เงื่อนไขก็คือต้องอายุมากกว่า 60 ปีและรายได้ต่อปีห้ามเกิน 30,000 บาท

21______________________________________________________1-01-01

6. ประกันสังคมตามจริงที่จ่ายแต่ไม่เกิน 9,000 บาท หรือถ้าตอนนี้ใครเป็นสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติก็สามารถนำมาลดหย่อยได้เช่นกันตามจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 13,200 บาท

7. เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนได้ไม่เกิน 100,000 บาท// ประกันชีวิตแบบบำนาญลดหย่อนเพิ่มเติมได้อีก 200,000 บาท หลักๆ ก็จะมีเงื่อนไขมีอยู่ว่ากรมธรรม์ต้องมีอายุ 10 ปีขึ้นไปและเงินคืนระหว่างทางข้ามเกิน 20% ของเบี้ยที่จ่าย แต่แนะนำว่าให้ถามบริษัทหรือตัวแทนที่นำมาเสนออีกครั้งว่ากรมธรรม์เล่มไหนที่เราสมารถนำไปลดหย่อนได้บ้าง

8. LTF/RMF อันนี้พวกเราน่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว
LTF หักลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท แต่ถ้าเป็น RMF ก็หักลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ห้ามเกิน 500,000 บาทแต่เมื่อนำไปคิดรวมกับ ประกันแบบนำบาญและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/กบข.

9. ดอกเบี้ยเงินกู้บ้านตามที่อยู่อาศัยสามารถนำส่วนที่เป็นดอกเบี้ยที่เราชำระกับทางธนาคารนำมาลดหย่อนภาษีได้แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ข้อควรระวังเฉพาะส่วน “ดอกเบี้ย” เท่านั้นที่นำมาลดหย่อนได้ ไม่ใช่ยอดที่เราชำระกับธนาคารในแต่ละเดือนเพราะเงินที่เราชำระไปให้แต่ละเดือนจะประกอบด้วย “เงินต้น+ดอกเบี้ย”



10. เงินบริจาคต่างๆ เราสามารถไปดูรายชื่อสถานที่ ที่เราสามรถไปบริจาคแล้วสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้จากสรรพากรเลย แต่ถ้าเป็นการบริจาคเพื่อการศึกษาจะได้ 2 เท่า ส่วนตัวตรงนี้ถ้าใครมีแผนจะบริจาคอยู่แล้วอยากจะเชิญชวนทุกคนไปรวมบริจาคสร้าง “อาคารผู้ป่วยยากไร้ที่ศิริราช” แนะนำว่าให้เดินไปที่คณะแพทย์ชั้น2 ไปบริจาคตรงนั้นจะสามารถทำยอดบริจาคมาหักลดหย่อนได้ 2 เท่า 🙂

11. ลดหย่อนอื่นๆ ตามโอกาสและตามประกาศ
ค่าลดหย่อนรายการนี้มักจะมีการประกาศออกมาใช้เป็นช่วงๆ เช่น ลดหย่อนท่องเที่ยวในประเทศสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท หรือบางปีที่ผ่านมามีโครงการ “บ้านหลังแรก” สามารถเอา 20% ของราคามาหาร 5 ปี แล้วนำไปลดหย่อนภาษีได้เป็นต้น แต่เพิ่งมีประกาศเพิ่มเติมช่วง 1-31 ธันวาคม 2559 อีก 15,000 บาทให้กับการท่องเที่ยวในประเทศ

ทั้งหมดนี้เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมเราควรวางแผนภาษีกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะมีรายละเอียดเยอะมาก แล้วถ้าเรามาเตรียมตอนเดือนธันวาคมอย่างเดียว ก็มีหลายครั้งที่เตรียมตัวกันไม่ทันทั้งซื้อ LTF RMF ประกันชีวิต ไปบริจาคต่างๆ ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเสียดายมากๆ เพราะไม่เช่นนั้นเราอาจจะเสียประโยชน์ของตัวเราไปอย่างน่าเสียดาย


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon