ความเข้าผิดใจเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีด้วย LTF/RMF

posted: 1 year ago
ความเข้าผิดใจเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีด้วย LTF/RMF

comments
การวางแผนการภาษีคือการที่เราวางแผนเพื่อให้เราเสียภาษีในจำนวนที่ลดลง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสามารถทำได้หลากหลายวิธีมากๆ แต่วิธีที่นิยมกันมากที่ก็คือ “การลดหย่อนภาษีด้วยสินค้าทางการเงิน” เพราะง่าย สะดวกและทำได้เลยทันทีก็จะเสียภาษีน้อยลง แล้วเมื่อเราพูดถึงสินค้าทางการเงินที่นำมา “ลดหย่อนภาษี” ได้ ตัวเลือกอันดับแรกของใครหลายๆ คนก็อาจจะออกมาเป็น LTF และ RMF วันนี้เรามาดูกันดีกว่า “ความเชื่อที่ผิด” เกี่ยวกับ LTF และ RMF มีอะไรกันบ้าง


1. LTF ดีกว่า RMF

หลายๆ คนอาจจะคิดว่า LTF นั้นดีกว่า RMF เพราะ LTF ลงทุนสั้นกว่า RMF นั่นเอง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ในการเลือกใช้สินค้าทางการเงินไม่มีสินค้าตัวไหนดีกว่าตัวไหน มีแต่ “เหมาะสม” กว่าเท่านั้นเอง เพราะถ้าเราจะมองในมุมว่า RMF กว่าจะขายได้ก็อายุ 55 ปี เป็นระยะเวลาที่นานมากๆ แต่ RMF จะช่วยทำให้เราเก็บเงินอยู่และทำให้เกิดโอกาสที่เราจะได้ประโยชน์จาก “ดอกเบี้ยทบต้น” มากกว่าด้วย

ltf_rmf-02_1024

2. กองทุนมีนโยบายที่แตกต่างกัน

อย่างที่เรารู้กันว่า LTF จะมีนโยบายลงทุนใน “ตลาดหุ้นไทย” แต่รู้หรือไม่ว่าถ้าเราจะใช้ LTF ในการลดหย่อนภาษีแต่รับความเสี่ยงได้ไม่สูงมาก LTF จะมี “กองทุนผสม” ทีลงทุนในหุ้น 70% และ ตราสารหนี้ 30% เพื่อลดความเสี่ยงด้วย แต่ถ้าเรามอง RMF ไม่ต้องพูดถึงเลยเพราะว่า RMF แหล่งการลงทุนจะหลากหลายกว่า LTF มากๆ ได้ทั้ง ตลาดเงิน ตราสารหนี้ หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ น้ำมัน ฯลฯ เราสามารถเลือกใช้ได้ตามความถนัดและความเสี่ยงเลย ซึ่งจะไม่เหมือน LTF ที่บังคับการลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในหุ้น แล้วถ้าเราวัดในแง่มุมเรื่องความหลากหลาย RMF น่าจะได้เปรียบมากกว่า LTF เห็นๆ

ltf_rmf-01_1024

3. มองแต่ประโยชน์เรื่องภาษี

เวลาที่คนส่วนใหญ่ซื้อ LTF หรือ RMF กันส่วนใหญ่จะเล็งประโยชน์ไปที่ภาษีเป็นหลัก แต่รู้หรือไม่ว่า LTF และ RMF เป็น “กองทุนรวม” ซึ่งเป็นการลงทุน ดังนั้นเมื่อได้ชื่อว่าการลงทุนย่อมมี “ความเสี่ยง” จากการลงทุนก็คือ “ขาดทุน” นั่นเอง ดังนั้นการคัดเลือกกองทุนที่มีคุณภาพและทำผลประกอบการได้ดีเป็นเรื่องที่เราควรคัดเลือกและตรวจสอบให้ดี



4. รู้หรือไม่ว่าสามารถเราเปลี่ยนกองทุนได้

ต่อจากข้อ 3 กันเลย เมื่อเราตรวจสอบกองทุนของเราแล้วพบว่า “ผลดำเนินงาน” ไม่ค่อยดี รู้กันหรือไม่ว่าเราสามารถขอ “ย้าย” กองทุนที่ลงทุนได้โดยไม่ผิดเงื่อนไขในการ “ลดหย่อนภาษี” เลย เพราะเงื่อนไขทั้ง LTF และ RMF จะบอกว่าห้ามขายก่อนกำหนด แต่เราไม่ได้ขายแต่แค่ย้ายกองทุนเท่านั้น โดยถ้าเราย้ายกองทุนภายใน บลจ. จะไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม แต่ถ้าย้ายข้าม บลจ. จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แล้วถ้าเราปีนี้เราซื้อ LTF/RMF ของ บลจ.หนึ่ง ปีหน้าเราสามารถซื้อกองทุนของที่อื่นได้เหมือนกันไม่จำเป็นต้องซื้อ บลจ. เดิมไปตลอด

ltf_rmf-03_1024

5. คิดให้ดีเพราะค่าปรับแพง

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจธรรมชาติของ LTF และ RMF ก่อนว่า ถ้าเราลงทุน(แบบไม่ลดหย่อนภาษี)ใน LTF/RMF ผลตอบแทนที่ได้รับ (ส่วนกำไร) จะต้องนำมารวมภาษีเงินได้ด้วย!! สมมติว่าเราซื้อ 50,000 บาทแล้วตอนเราขายได้ 80,000 บาท เราต้องเอา 30,000 บาทมารวมเงินได้ปลายปีที่เราขายออกมาด้วย แต่ถ้าเรานำ LTF/RMF มาใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจะได้รับ “ยกเว้น” ภาษีเงินได้ที่ได้จากกำไรในการลงทุน LTF/RMF
 หมายความว่าถ้าเราซื้อ LTF/RMF เกินสิทธิ์!! (สำหรับ LTF ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีแต่ไม่เกินรวมแล้ว 500,000 บาท แต่ถ้า RMF ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีแต่ไม่เกินรวมแล้ว 500,000 บาทเมื่อคิดรวมกับ ประกันชีวิตแบบบำนาญ และ กองทุนสำรงเลี้ยงชีพ/กบข.) ส่วนที่เราซื้อเกินสิทธิ์ต้องนำมาคิดภาษีเงินได้ด้วย ถ้าตอนขายกองทุนแล้วมีกำไร แล้วถ้าเราผิดเงื่อนไขเช่นการขายก่อนกำหนดก็มี “ค่าปรับ” ด้วยเช่นกัน
LTF และ RMF เป็นการลงทุน “ระยะยาว” ดังนั้นควรศึกษา “ข้อจำกัด” ต่างๆ ของการลงทุนทุกครั้งก่อนเลือกเครื่องมือที่ใช้ลดหย่อนภาษี เพราะสินค้าแต่ละอย่างก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon