คุยเฟื่องเรื่องลิขสิทธิ์ เปิดเพลงฟังจากยูทูป นี่ ผิด หรือ ถูก?

posted: 2 years ago
คุยเฟื่องเรื่องลิขสิทธิ์ เปิดเพลงฟังจากยูทูป นี่ ผิด หรือ ถูก?

comments

ช่วงนี้หลายคนคงจะได้ยินประเด็นข่าวร้อนแรงบนโลกโซเชี่ยลไม่น้อย กับประเด็น “เปิดเพลงยูทูปในร้าน ผิดหรือไม่?” แน่นอนว่าประเด็นนี้ร้อนจนถึงขนาดสำนักข่าวหลายๆ เจ้า รวมถึงเพจหลายๆ เพจ ต่างออกมาวิพากย์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง และยังถกเถียงกันอยู่จนถึงทุกวันนี้

แน่ะ สงสัยละสิ ว่าสรุปแล้วจริงๆ มันผิด หรือถูกกันแน่นะ? วันนี้มาหาคำตอบเรื่องลิขสิทธิ์ไปพร้อมๆ กับ Rabbit Daily กันเลยดีกว่า!

รู้จักกับลิขสิทธิ์ สิทธิ์ที่หลายๆ คนมองข้าม

หลายคนอาจจะคิดว่า ลิขสิทธิ์นั้นเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ยาก หากสร้างผลงานอะไรสักอย่างก็จำเป็นต้องจดทะเบียน แต่ขอบอกเลยว่าคิดผิดแล้ว

‘ลิขสิทธิ์’ นั้น คือ กฏหมายที่คุ้มครองการสร้างผลงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รูป, เพลง, วีดิโอ, งานเขียน, ซอฟแวร์ ฯลฯ ที่เกิดขึ้นจากการสร้างสรรคของตัวผู้สร้าง เพื่อไม่ให้ถูกผู้อื่นนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะการนำผลงานไปแสวงหากำไร หรือสร้างรายได้จากผลงานของผู้สร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต

และผลงานทุกชนิดจะถูกคุ้มครองทันทีตั้งแต่สร้างผลงานเสร็จ โดยไม่ต้องไปขึ้นทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาแต่อย่างใด

ลิขสิทธิ์นั้น เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก
ลิขสิทธิ์นั้น เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก

แน่นอนว่า ในส่วนของคดีลิขสิทธิ์สามารถยอมความกันได้ แต่ถึงอย่างงั้น เพื่อความไม่ประมาท การนำผลงานของใครสักคนมาใช้ ก็ควรจะทำการติดต่อเจ้าของผลงานให้เรียบร้อยเสียก่อน เพราะบางคนอาจจะไม่ยอมความกันง่ายๆ ก็ได้นะ

เปิดเพลงจากช่องที่ค่ายเพลงอัพโหลดขึ้น ก็ยังผิดเหรอ?

เมื่อรู้จุดประสงค์ของกฏหมายลิขสิทธิ์คร่าวๆ แล้ว หลายคนก็อาจจะนึกย้อนไปถึงประเด็นร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมา อย่างการเปิดเพลงในเว็บไซต์ยูทูปในร้านก็ผิดหรือ? เพราะว่าเปิดเพียงเพิ่มบรรยากาศให้ร้าน ไม่ได้เก็บค่าบริการเพิ่มเติม และไม่ได้ก๊อปปี้ อัพโหลดเพลงใหม่ แถมเปิดจากช่องทางของทางต้นสังกัดโดยตรงอีกด้วย

โดยรวมแล้วตามรูปแบบกฏหมายนั้น หากคุณเปิดเพื่อฟังส่วนตัว เช่น เปิดฟังเสียงดังๆในห้อง, เปิดเพลงใส่หูฟังขณะเดินทาง หรืออยู่นอกบ้าน ย่อมไม่ผิด แต่เมื่อไหร่ที่เปิดในที่สาธารณะ เช่น ร้านกาแฟ, ร้านขายเสื้อผ้า, ร้านอาหาร, งานอีเวนต์ต่างๆ, การเปิดวิทยุที่มีเพลงลิขสิทธิ์ในที่สาธารณะ รวมถึงการเปิดเพลงที่สาธารณะอื่นๆ นอกเหนือจากที่กล่าวนี้ จะถือว่าเป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งเข้าข่ายละเมิดสิทธิ์โดยไม่ขออนุญาตเจ้าของผู้สร้างสรรค์ผลงาน

หากเปิดฟังส่วนตัวก็ไม่ผิดอะไร แต่ถ้าเปิดให้ผู้อื่นฟังในที่สาธารณะด้วยเมื่อไหร่ ก็ระวังให้ดี
หากเปิดฟังส่วนตัวก็ไม่ผิดอะไร แต่ถ้าเปิดให้ผู้อื่นฟังในที่สาธารณะด้วยเมื่อไหร่ ก็ระวังให้ดี

ถึงแม้ตัวกฏหมายจะระบุไว้เช่นนี้ แต่ในชั้นศาลก็ต่างมีการถกเถียงกันอยู่พอสมควร ร้านค้าบางร้านไม่ถูกฟ้องข้อหาเปิดเพลงในร้าน เพราะเปิดโดยไม่แสวงหากำไรก็มี ซึ่งในส่วนนี้ ก็ต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป

แน่นอนว่ากฏหมายข้อห้ามเหล่านี้ หลายๆ ประเทศก็มีเช่นกัน ทำให้ร้านค้าเล็กๆ หลีกเลี่ยงการเปิดเพลงจากตัวศิลปินที่มีค่ายชัดเจน รวมถึงเปลี่ยนไปเปิดเพลงจากศิลปินอิสระ หรือบางรายอาจจะจ้างศิลปินหน้าใหม่ที่เริ่มหัดแต่งเพลงขึ้นมาใช้แทนเสียด้วยซ้ำ

ซึ่งหากมองในแง่ เมื่อเกิดผลกระทบเช่นนี้ ร้านค้าต่างๆ ก็อาจจะเลือกจะเปิดเพลงนอกกระแสมากขึ้น เปิดโอกาสให้ศิลปินนอกกระแสเป็นทางเลือกของคนฟังเพลงเพิ่มมากขึ้น!

ไม่ใช่แค่เพลง ที่แค่เปิดในที่สาธารณะก็ผิดแล้ว!

ไม่ใช่แค่กรณีเพลงจากค่ายเพลงเท่านั้นที่เปิดในที่สาธารณะแล้วผิด พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ แต่การเปิดอย่างอื่น เช่น ถ่ายทอดสดฟุตบอล ตามร้านหมูกระทะ ผับบาร์ ร้านเหล้าเบียร์ต่างๆ ก็ถือว่าผิดกฏหมาย!

เนื่องจากการถ่ายทอดกีฬาในแต่ละครั้ง ล้วนมีสัญญาในการแพร่ภาพ และเมื่อมีผู้ซื้อลิขสิทธิ์ และสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดฟุตบอล รวมไปถึงกีฬาประเภทอื่นๆ เข้ามาฉายในช่องทีวีของประเทศไทย หากมีผู้ที่นำมาเปิดในร้าน หรือที่สาธารณะ จะถือว่า เข้าข่ายผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ไทยด้วยเช่นกัน

และนี่เอง ที่เป็นสาเหตให้บางร้านเลือกที่จะไม่เปิดช่องฟุตบอลแล้วฉายขึ้นจอในร้านมันเสียเลย เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการถูกปรับเพราะละเมิดลิขสิทธิ์นั้นเอง

สรุปแล้ว มีทางออกให้สองฝ่ายไหมนะ?

จริงอยู่ที่มีกฏหมายห้ามเปิดเพลงจากค่ายต่างๆ หากมีการทำผิดกฏอาจมีการปรับ ขึ้นโรงขึ้นศาลกันได้ แต่ก็มีทางออกอยู่เช่นกัน!

หากคุณสังเกตให้ดีจะพบว่า ห้างสรรพสินค้า หรือบางงานอีเวนต์ยังคงเปิดเพลงจากตามค่ายเพลงไทยต่างๆ ได้อย่างไร้ปัญหา นั้นเป็นเพราะพวกเขาเสียค่าจ่ายลิขสิทธิ์ เพื่อถือสิทธิ์ในการเปิดใช้เพลงนั้นเอง! ซึ่งหลังจากจ่ายไปแล้วก็สามารถสบายใจได้เลยว่าจะไม่มีหมายจับ หรือตำรวจ เข้ามามีปัญหากับคุณอย่างแน่นอน โดยเรทราคาต่างๆ จะอยู่ที่ประมาณดังต่อไปนี้

ร้านอาหาร, Fast Food, Food Court, Pub & Restaurant  

  • จำนวนที่นั่ง 1-60 ที่นั่ง    12,500 บาท / ปี / สถานที่
  • จำนวนที่นั่ง 61-120 ที่นั่ง    16,500 บาท / ปี / สถานที่
  • จำนวนที่นั่ง 121-180 ที่นั่ง    20,000 บาท / ปี / สถานที่
  • จำนวนที่นั่ง 180 ที่นั่งขึ้นไป    30,000 บาท / ปี / สถานที่
สมัยนี้มีการจ่ายลิขสิทธิ์เพื่อให้เปิดฟังเพลงแบบรายเดือนแล้ว หรือจะเลือกเปิดเฉพาะเพลงของศิลปินที่อนุญาตก็ได้
สมัยนี้มีการจ่ายลิขสิทธิ์เพื่อให้เปิดฟังเพลงแบบรายเดือนแล้ว หรือจะเลือกเปิดเฉพาะเพลงของศิลปินที่อนุญาตก็ได้

สถานประกอบการที่มีการแสดง   

  • จำนวนที่นั่ง 1-60 ที่นั่ง    18,500 บาท / ปี / สถานที่
  • จำนวนที่นั่ง 61-120 ที่นั่ง    28,500 บาท / ปี / สถานที่
  • จำนวนที่นั่ง 121-180 ที่นั่ง    40,000 บาท / ปี / สถานที่
  • จำนวนที่นั่ง 180 ที่นั่งขึ้นไป    60,000 บาท / ปี / สถานที่

ซึ่งหากอยากดูรายละเอียดการจ่ายค่าลิขสิทธิ์รายปีแบบประเภทต่างๆ นอกเนหือจากที่เรานำมายกตัวอย่างให้ชม ก็สามารถกดชมได้ที่นี่ได้เลย!

หรือหากไม่สะดวกใจจะจ่าย ลองมองหาเพลงของศิลปินที่ออกปากอนุญาตให้สามารถเปิดเพลงได้กันดีกว่า เพราะจริงอยู่ที่ค่ายเพลงเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ แต่ศิลปินผู้แต่งเพลง ร้องเพลง ก็ถือสิทธิ์ด้วยเช่นกัน ซึ่งหากผู้ร้อง ผู้แต่งเพลง อนุญาต ก็สามารถเปิดได้เลย!

เรื่องลิขสิทธิ์เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน หากไม่ชัวร์ ก็หลีกเลี่ยงดีกว่าเสี่ยงทำแล้วโดนปรับ หรือละเมิดคนอื่นนะ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon