‘ล้ง 1919’ มรดกวัฒนธรรมไทย-จีน ร่องรอยแห่งอดีตที่ยังมีลมหายใจ

posted: 1 year ago
2,194 views
‘ล้ง 1919’ มรดกวัฒนธรรมไทย-จีน ร่องรอยแห่งอดีตที่ยังมีลมหายใจ

comments

กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมีมรดกทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยานั้นในอดีตเคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญ เป็นศูนย์กลางของการค้าขายในแถบเอเชียอาคเนย์ และยังเป็นพิกัดสำคัญที่ชาวจีนเดินทางมาค้าขายและปักหลักอาศัยอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้ rabbit daily ตะลุยกรุง จะพาไปทำความรู้จักกับ ‘ล้ง 1919’ ซึ่งกำลังจะกลายเป็นพื้นที่เชิงวัฒนธรรมแห่งใหม่ที่น่าจับตามองของกรุงเทพฯ และเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายนนี้



ล้ง 1919 พื้นที่เก่าแก่ของตระกูลหวั่งหลี
เชื่อมวัฒนธรรมไทย-จีนเมื่อครั้งอดีต

ล้ง 1919 (10)


‘ล้ง 1919’ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่เดิมเป็นพื้นที่เก่าแก่ในฐานะท่าเรือ ‘ฮวย จุ่ง ลัง’ เชื่อมการค้าระหว่างไทยและจีนในยุคทองของการค้าช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) และยังเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์มรดกสืบทอดของตระกูลหวั่งหลีอีกด้วย เรียกได้ว่าสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความทรงจำที่ทรงคุณค่าและเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงจุดเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนเมื่อครั้งอดีต ทั้งนี้คุณรุจิราภรณ์ หวั่งหลี ซึ่งเป็นทายาทรุ่นปัจจุบันได้ผุดแนวคิดในการบูรณะซ่อมแซมโกดังเก่าทรุดโทรมให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งภายใต้ชื่อ ล้ง 1919 (LHONG 1919)

คุณรุจิราภรณ์ หวั่งหลี ทายาทตระกูลหวั่งหลีคนปัจจุบัน
คุณรุจิราภรณ์ หวั่งหลี ทายาทตระกูลหวั่งหลีคนปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นของสถานที่แห่งนี้ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2398 มีการลงนามสนธิสัญญาเบาว์ริ่งอย่างเป็นทางการ ซึ่งนับว่าเป็นการเปิดฉากการค้าเสรี มีบรรดาพ่อค้าต่างชาติเดินทางเข้ามาค้าขายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวจีนที่นิยมมาทำการค้าในไทย ในขณะนั้นพระยาพิศาลศุภผล (ชื่น พิศาลบุตร) ได้เริ่มสร้างเรือกลไฟขึ้น และใช้สถานที่แห่งนี้เป็นท่าเรือ ‘ฮวย จุ่ง ล้ง’ (火 船 廊) เพื่อให้พ่อค้าชาวจีนขึ้นทะเบียนเมื่อมาทำการค้า ต่อมา พ.ศ. 2462 (หรือ ค.ศ.1919) นายตัน ลิบ บ๊วย แห่งตระกูลหวั่งหลี ก็เข้ามาเป็นเจ้าของอาคารบริเวณนี้ และปรับปรุงให้มีโกดังเก็บสินค้าและยังปล่อยให้พ่อค้าคนจีนเช่าที่พักค้างแรมอีกด้วย

ล้ง 1919 (3)


ล้ง 1919 (9)


จึงกล่าวได้ว่าพื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญในบริบททางประวัติศาสตร์และยังเป็นหน้าด่านแรกที่สร้างพื้นที่ทางความทรงจำเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย-จีนในยุคทองของการค้า เมื่อเวลาผ่านไปการคมนาคมที่ทันสมัยรูปแบบต่างๆ ได้เข้ามาแทนที่ ทำให้ท่าเรือ ฮวย จุ่ง ล้ง ค่อยๆ ลดบทบาทลง จนกระทั่งลูกหลานตระกูลหวั่งหลีในปัจจุบันผุดโปรเจกต์ ล้ง 1919 เพื่อหวังพลิกฟื้นมรดกชิ้นสำคัญของตระกูลให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง จึงเริ่มโครงการบูรณะมาตั้วแต่ปีที่แล้ว แต่ก็ยังคงรักษารูปแบบเดิมเอาไว้เพื่อผลักดันให้บริเวณนี้มีความสำคัญในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

ล้ง 1919 (1)


ล้ง 1919 (2)


ล้ง 1919 (6)


ความโดดเด่นของตัวอาคารคือ เป็นอาคารอิฐถือปูนรูปทรงแบบเก่า หลังคาทำจากไม้ ผังอาคารมีลักษณะสามหลังติดกัน โดยมีพื้นที่ว่างตรงกลางเป็นลานเอนกประสงค์ หรือที่เรียกว่า ‘ซานเหอหยวน’ ( 合院) สร้างโดยใช้สถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากจีน ทั้งนี้ภายในยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณที่เขียนด้วยพู่กัน วาดลวดลายต่างๆ ลงบนผนังปูน สะท้อนศิลปะและเรื่องราวของชาวจีนโพ้นทะเลเมื่อครั้งอดีต

ล้ง 1919


ศาลเจ้าแม่ทับทิม
ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว หรือ ศาลเจ้าแม่ทับทิม

ในส่วนของการบูรณะนี้ จะมีการใช้รูปแบบเดียวกับการบูรณะโบราณสถาน ใช้สีดั้งเดิม โครงไม้แบบเดิม เพื่อให้รักษาเอกลักษณ์ที่ทรงคุณค่าเอาไว้ นอกจากนี้ไม่ห่างไปนักก็ยังมี ‘ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว’ หรือที่คนไทยเรียกกันว่า ศาลเจ้าแม่ทับทิม ซึ่งเป็นพิกัดสำคัญที่ชาวจีนโพ้นทะเลในอดีตมาสักการะเมื่อเดินทางมาถึงไทย ปัจจุบันศาลเจ้าแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่ผู้คนมักไปบนบานศาลกล่าวขอพรในเรืื่องบุตรและการทำมาค้าขาย



เตรียมพบกับ ‘ล้ง 1919’ คอมมูนิตี้เชิงวัฒนธรรมแห่งใหม่ของชาวกรุงเทพฯ

ล้ง 1919 (4)


ล้ง 1919 (11)


สำหรับ ล้ง 1919 จะใช้เป็นพื้นที่ในการจัดนิทรรศการและลานกิจกรรมต่างๆ รวมไปถึงเป็นพื้นที่เสวนาเชิงวัฒนธรรม และยังเป็นสถานที่จัดเลี้ยงสังสรรค์ คาเฟ่ โคเวิร์กกิ้งสเปซ อีกทั้งจำหน่ายผลงานของคนรุ่นใหม่ และไฮไลต์ก็คือเป็นพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ไทย-จีน คาดว่าจะเปิดให้เข้าชมได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2560 นี้ !

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เฟซบุ๊ก LHONG 1919
หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 091-187-1919

ติดตามความเคลื่อนไหวสาระดีๆ ของคนรักการตะลุยกรุงได้อีกมายมาย เช่น ไม่ไปไม่ได้แล้ว ! ‘ช่างชุ่ย’ แหล่งสร้างสรรค์ศิลปะแห่งใหม่ของคนกรุง, Warehouse 30 โกดังฮิปสเตอร์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ เปิดแล้วนะรู้ยัง? และ ‘นายไม่อ่านหนังสือ นายจะรู้อะไร’ รวม 7 ห้องสมุดคลังความรู้ในกรุงเทพฯ


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon