กันไว้ดีกว่าแก้ กับ ลิสต์ วัคซีน ที่คุณไม่ควรพลาด

posted: 7 months ago
กันไว้ดีกว่าแก้ กับ ลิสต์ วัคซีน ที่คุณไม่ควรพลาด

comments

สำหรับใครที่เลี้ยงน้องหมา น้องแมวอยู่ อาจจะหนาวๆ ร้อนๆ ไปกับข่าวล่าสุดนี้ก็ได้ เมื่อมีการประกาศระบาดโรคพิษสุนัขบ้าในหลายๆ พื้นที่ ทั้งในกรุงเทพฯ และตามต่างจังหวัดกลายเป็นว่าหลายคนกลับมาตื่นตัวกันมากขึ้นในเรื่องของวัคซีนของทั้งสัตว์เลี้ยง และวัคซีนของคนเรามากยิ่งขึ้น

ว่าแต่มีวัคซีนอะไรบ้าง ที่เราไม่ควรละเลยในช่วงนี้บ้างนะ ลองมาทบททวนกันหน่อยดีกว่า

ลิสต์วัคซีน ที่ควรฉีด

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza vaccine)

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ จริงๆ แล้วจะแนะนำให้ฉีดทุกปี เนื่องจากเชื้อไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ทุกปี โดยฉีดปีละ 1 ครั้ง ช่วงก่อนมีการระบาด โดยในประเทศไทยมักระบาด 2 ช่วง คือ ช่วงฤดูฝน และช่วงฤดูหนาว ทั้งนี้ห้ามฉีดในผู้ที่แพ้ไข่อย่างรุนแรง เนื่องจากไข่เป็นส่วนประกอบในการผลิตวัคซีน หากจะฉีด ใครที่แพ้ไข่ควรแจ้งก่อนทุกครั้ง


วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก (Diphtheria-Tetanus-Pertussis vaccineย่อว่า DTP)

แนะนำให้ฉีด 1 ครั้ง โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีบาดแผลหรือทำงานเสี่ยงต่อการเกิดบาดทะยัก โดยฉีด 3 ครั้ง ครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งแรก 1-2 เดือน และครั้งที่ 3 ห่างจากครั้งที่สอง 6-12 เดือน และฉีดกระตุ้นทุกๆ 10 ปี เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้ที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน


วัคซีนอีสุกอีใส (Varicella vaccine)

ควรฉีดในผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนหรือไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน โดยฉีด 2 ครั้งห่างกัน 4-8 สัปดาห์ หญิงวัยเจริญพันธุ์ควรหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์เป็นเวลา 1 เดือนหลังฉีดวัคซีน


วัคซีนงูสวัด

แนะนำให้ฉีดในผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไปเนื่องจากเป็นช่วงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคงูสวัดสูงสุด  สำหรับผู้ป่วยที่มีอายุ 50 – 59 ปีที่มีความประสงค์จะรับวัคซีนนี้ ควรปรึกษาแพทย์เนื่องจากวัคซีนนี้

โดยวัคซีนโรคงูสวัด แนะนำให้ฉีดเพียงครั้งเดียว ไม่ต้องมีการฉีดกระตุ้นซ้ำ และสามารถป้องกันโรคได้เต็มที่ในช่วง 5 ปีแรกอีกด้วย



วัคซีนป้องกัน HPV

ถ้าของผู้หญิง จะเป็นวัคซีนที่ช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูก แนะนำให้แก่เด็กวัยรุ่นหญิง ผู้หญิงอายุ 9-26 ปี ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีน HPV ในหญิงตั้งครรภ์ หลังฉีดวัคซีนแล้วยังต้องมารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ

แต่ในกรณีผู้ชาย แนะนำให้ฉีดโดยเฉพาะกลุ่มชายรักร่วมเพศเพื่อป้องกันการติดเชื้อ HPV บริเวณทวารหนักและการเป็นมะเร็งของทวารหนัก (anal cancer) เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมากต่อการติดเชื้อ HPV แล้วเป็นรอยโรคและมะเร็งบริเวณอวัยวะเพศ


วัคซีนหัด, หัดเยอรมัน, คางทูม

หากใครที่ยังไม่เคยป่วยเป็นโรคทั้ง 3 นี้มาก่อน รวมทั้งผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนไม่ครบ 2 ครั้ง ควรได้รับวัคซีนรวมอย่างน้อย 1 ครั้ง

หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมันมาก่อน ควรได้รับวัคซีนหัดเยอรมันหรือวัคซีนรวมหัด หัดเยอรมัน คางทูมอย่างน้อย 1 ครั้ง และหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์เป็นเวลา 3 เดือนหลังฉีดวัคซีน



วัคซีนนิวโมคอคคัส (Pneumococcal vaccine)

เพื่อป้องกันการติดเชื้อเชื้อนิวโมคอคคัสที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคติดเชื้อในกลุ่มผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ (มากกว่า 65ปี) ผู้ที่ไม่มีม้าม หรือผู้โรคเรื้อรัง โดยในผู้ใหญ่ฉีดวัคซีนชนิด 23-valent polysaccharide pneumococcal vaccine โดยฉีดเพียงครั้งเดียว แต่อาจฉีดกระตุ้นอีกครั้งหลังฉีดครั้งแรก 3-5 ปี


วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A vaccine)

โรคนี้ติดต่อทางอาหารและน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อ ผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคตับเรื้อรัง ผู้ที่มีอาชีพประกอบอาหาร หรือผู้อาศัยอยู่ในที่ที่มีผู้คนอยู่ร่วมกันอย่างแออัด โดยฉีด 2 ครั้งห่างกัน 6-12 เดือน เชื่อว่าจะมีภูมิคุ้มกันนานเกิน 10 ปี



วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B vaccine)

สำหรับวัคซีนชนิดนี้ เราแนะนำให้ฉีด ไม่ว่าคุณจะติดเชื้อหรือไม่ก็ตาม เพราะคนที่ติดเชื้อส่วนหนึ่งเมื่อหายจากตับอักเสบอาจกลายเป็นพาหะของโรค โดยสามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ทางสารคัดหลั่ง เช่น ทางเพศสัมพันธ์ จากแม่สู่ลูกขณะคลอด ทางการให้เลือด หรือการใช้สิ่งของร่วมกัน

อีกทั้งผู้ที่มีเชื้ออยู่ในร่างกายเป็นระยะเวลานานอาจเป็นตับอักเสบเรื้อรัง และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับในอนาคต โดยวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีต้องฉีดทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งที่ 2 ห่างครั้งแรก 1 เดือน ครั้งที่ 3 ห่างครั้งแรก 6 เดือน



วัคซีนและอิมมูโนโกลบุลินพิษสุนัขบ้า

ในเมื่อต้นเรื่อง เราได้พูดถึงโรคพิษสุนัขบ้าไปแล้ว คุณรู้หรือไม่ นอกจากเราจะสามารถฉีดป้องกันให้กับสัตว์เลี้ยงได้โดยไม่ต้องรอให้มีอาการ หรือติดโรคแล้ว เรายังสามารถฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้เองอีกด้วย

โดยการฉีดนั้น ทางแพทย์จะแนะนำให้ผู้มีโอกาสสูงที่จะถูกสัตว์กัด เช่น สัตวแพทย์ บุรุษไปรษณีย์ หรือเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเกี่ยวกับเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้า ฉีดวัคซีนก่อนสัมผัสสัตว์หรือก่อนถูกสัตว์กัด นอกจากนั้น อาจแนะนำให้ใช้กลุ่มเด็กโดยเฉพาะหากเป็นบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงเพื่อป้องกันไว้อีกชั้น

ปัจจุบันวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าที่ใช้กันอยู่มีหลายชนิด เป็นวัคซีนเซลล์เพาะเลี้ยงและวัคซีนไข่เป็ดฟักบริสุทธิ์ ซึ่งกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีและมีความปลอดภัยมากกว่า ส่วนอิมมูโนโกลบูลินสำหรับป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามีสองชนิดคือ ชนิดที่ผลิตจากม้า และชนิดที่ผลิตจากคน

ข้อแนะนำคือ ให้ การฉีดวัคซีนก่อนสัมผัสสัตว์ จำนวนสามครั้งในวันที่ 0, 7, 21 หรือ 28 โดยอาจจะมีอาการข้างเคียงอย่าง อาการบวม  เจ็บ คัน หรืออาจจะ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดกล้ามเนื้อ เท่านั้น



ใครรู้ตัวว่าเสี่ยง ก็อย่าลืมไปแวะเวียน สอบถามเจ้าหน้าที่ แพทย์ ตามโรงพยาบาลต่างๆ ได้  ที่สำคัญ อย่าลืมหมั่นสังเกตอาการสัตว์เลี้ยง รวมถึงการนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงไม่ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงออกไปนอกบ้านเพื่อพบความเสี่ยงอีกด้วย

เพราะการป้องกัน ดีกว่าการมาตามแก้ไขย้อนหลังยังไงล่ะ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon