ความสำคัญอันทรงคุณค่าของ วัดประจำรัชกาลทั้ง ๙

posted: 2 years ago
ความสำคัญอันทรงคุณค่าของ วัดประจำรัชกาลทั้ง ๙

comments

วัด คือศาสนสถานทุกศาสนาในกรุงเทพมหานครรวมถึงทั่วประเทศไทย ล้วนแล้วแต่มีความสวยงาม และประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจต่างกันออกไป วัดประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์ก็เช่นกัน วันนี้เราพามารู้จักกับวัดประจำรัชกาล ทั้ง ๙ รัชกาลของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ว่าวัดไหนประจำรัชกาลใด และมีความสำคัญอย่างไรบ้าง เผื่อใครมีโอกาสได้ไปไหว้พระวัดไหนจะได้มีความรู้พร้อมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของแต่ละพระองค์ไปด้วย


วัดประจำรัชกาลที่ ๑ : วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)

วัดประจำรัชกาล
ภาพจาก http://www.istockphoto.com/photo/gmo-concept-gm463509575-32716030

เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร มีตำราการนวดแผนโบราณที่โด่งดัง วัดนี้เดิมชื่อวัดโพธาราม เป็นวัดโบราณเก่าแก่ที่ราษฎรสร้างขึ้นตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ซึ่งครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ขึ้นเสวยราชสมบัติ และได้ย้ายเมืองหลวงมายังฝั่งพระนคร มีการสร้างพระบรมมหาราชวังขึ้นใหม่ จึงทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดโพธารามที่อยู่ในบริเวณเดียวกันไปด้วย และโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาวัดโพธารามเป็นวัดหลวงข้างพระบรมมหาราชวัง ภายหลังวัดแห่งนี้ก็ได้ถือว่าเป็นพระอารามหลวงประจำรัชกาลที่ ๑

วัดประจำรัชกาล
ภาพจาก http://cdn.airportthai.co.th/uploads/profiles/0000000001/filemanager/images/3(64).jpg

วัดประจำรัชกาลที่  ๒ : วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)

วัดประจำรัชกาล
ภาพจาก https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/f/f9/Buddha_Loetla_Nabhalai_portrait.jpg

วัดนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร มีพระปรางค์โดดเด่น งดงามเป็นเอกลักษณ์ เป็นวัดโบราณเก่าแก่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่เดิมชื่อว่าวัดมะกอก แต่เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงมีพระราชประสงค์จะย้ายราชธานี ณ กรุงธนบุรี จึงเสด็จกรีฑาทัพล่องลงมาทางชลมารคถึงหน้าวัดแห่งนี้เมื่อเวลารุ่งอรุณพอดี จึงทรงเปลี่ยนชื่อ
เป็น ‘วัดแจ้ง’  และได้รับการเปลี่ยนชื่อเรื่อยมาจนเป็นวัดอรุณราชวรารามในสมัยรัชกาลที่ ๔ และเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ดำรงตำแหน่งเป็นวังหน้าในรัชกาลที่ ๑ และวัดที่อยู่ใกล้กับพระราชวังเดิมที่สุดก็คือวัดอรุณราชวราราม พระองค์ท่านจึงได้โปรดเกล้าฯ ให้มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดอรุณฯ และยังได้ทรงลงมือปั้นหุ่นพระพักตร์ ‘พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก’ พระประธานในพระอุโบสถ ด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เองอีกด้วย และเมื่อพระองค์ท่านทรงเสด็จสวรรคต พระบรมอัฐิของพระองค์ก็ถูกนำมาประดิษฐานไว้ที่พระอุโบสถวัดอรุณราชวรารามแห่งนี้ จึงถือเป็นวัดประจำรัชกาล

วัดประจำรัชกาล
ภาพจาก http://www.travelgohotel.com/wp-content/uploads/2013/01/314.jpg

วัดประจำรัชกาลที่ ๓  : วัดราชโอรสาราม ราชวรวิหาร

วัดประจำรัชกาล
ภาพจาก https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/2/20/Nangklao_portrait.jpg

วัดนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สถาปัตยกรรมมีแบบจีนผสม เป็นวัดเก่าแก่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาเดิมเรียกว่า ‘วัดจอมทอง’ บ้าง ‘วัดเจ้าทอง’ บ้าง หรือ ‘วัดกองทอง’ บ้าง วัดนี้เป็นวัดประจำรัชกาล เพราะบริเวณนี้เป็นนิวาสสถานของพระประยูรญาติข้างฝ่ายพระบรมราชชนนีของพระองค์ และขณะเสด็จยาตราทัพออกจากรุงเทพฯ เพื่อไปรบกับพม่านั้น ได้หยุดประทับแรมหน้าวัดแห่งนี้ และท่านเจ้าอาวาสวัดจอมทองคงจะได้ถวายคำพยากรณ์ไว้อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งเป็นเหตุให้พระองค์ทรงเลื่อมใส จึงทรงตั้งจิตอธิษฐานขอให้เสด็จไปราชการทัพคราวนี้ประสบความสำเร็จ เสด็จกลับมาโดยสวัสดิภาพ  หากมีชัยชนะกับศึกครั้งนี้เมื่อไร จะกลับมาบูรณะวัดให้เจริญรุ่งเรือง เมื่อยกทัพไปถึงก็ยังไม่มีวี่แววว่าพม่าจะยกทัพเข้ามาตามที่เล่าลือกัน จึงทรงเลิกกองทัพ  ครั้นเสด็จกลับถึงพระนครแล้ว ก็ทรงเริ่มปฏิสังขรณ์วัดจอมทองขึ้นเหมือนสร้างใหม่ เสด็จมาประทับคุมงานและตรวจตราการก่อสร้างด้วยพระองค์เองตลอดมา เสร็จแล้วได้ทูลเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง รัชกาลที่ ๒ โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า ‘วัดราชโอรส’ หมายถึงว่าเป็นวัดที่พระราชโอรสทรงสถาปนา เพื่อเป็นเกียรติแก่พระราชโอรสซึ่งเป็นผู้บูรณปฏิสังขรณ์

วัดประจำรัชกาล
ภาพจาก http://ed.files-media.com/ud/comicimg/1/26/77981/IMG_7188_Cover.jpg

วัดประจำรัชกาลที่ ๔ :  วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม

วัดประจำรัชกาล
ภาพจาก http://www.photoontour.com/SpecialPhotos_HTML/data_king_family/Chakri_Dynasty/pic2/R4_01.jpg

วัดนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ข้างสวนสราญรมย์ ซึ่งรัชกาลที่ ๔ ทรงสละราชทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.๒๔๐๗ เพื่อเป็นวัดของธรรมยุตินิกาย และเจ้านายข้าราชการฝ่ายนอกและฝ่ายใน จะได้สามารถบำเพ็ญกุศลกันได้สะดวกขึ้นเพราะตั้งอยู่ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเดิมพระองค์พระราชทานนามว่าวัดราชประดิษฐ์สถิตธรรมยุติการาม ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม

วัดประจำรัชกาล
ภาพจาก http://www.yingthai-mag.com/sites/default/files/magazinesImages/

วัดประจำรัชกาลที่ ๕ และรัชกาลที่ ๗ : วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร

วัดประจำรัชกาล
ภาพจาก http://3.bp.blogspot.com/_tJnH4vJEOjo/TMJudsWyEzI/AAAAAAAAAHs/4E87onF5kK8/s1600/bchfg.jpg
วัดประจำรัชกาล
ภาพจาก http://1.bp.blogspot.com/-AcLJVeYoRr0/U-yrCC_Qc5I/AAAAAAAAAEw/jKLZ_iJZ-nA/s1600/Prajadhipok_portrait.jpg

วัดนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร คำว่า ราชบพิธนั้น แปลตรงตัวหมายถึงพระราชาทรงสร้าง นั่นก็คือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกสำหรับพระอัครมเหสี พระราชเทวี และเจ้าจอม พระสนมเอกของพระองค์ ส่วนสถิตมหาสีมาราม หมายถึง เป็นวัดที่ประดิษฐานเสมาขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนกำแพงรอบวัดถึง 8 ด้าน จึงเป็นการขยายเขตการทำสังฆกรรมของพระสงฆ์ให้กว้างขึ้น ในขณะที่วัดทั่วไปจะตั้งอยู่ตามมุมหรือติดกับตัวพระอุโบสถ และวัดนี้นอกจากเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๕ แล้วยังเป็นวัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ อีกด้วย เพราะถึงแม้ว่าในรัชสมัยของรัชกาลที่ ๗ จะมิได้ทรงสร้างวัด แต่พระองค์ก็รับพระราชภาระบูรณปฏิสังขรณ์วัดราชบพิธนี้ด้วย ดังนั้นจึงถือเป็นวัดประจำพระองค์ด้วยเช่นกัน

วัดประจำรัชกาล
ภาพจาก http://www.matichon.co.th/online/2011/09/13152179541315221559l.jpg

วัดประจำรัชกาลที่ ๖ : วัดบวรนิเวศวิหาร

วัดประจำรัชกาล
ภาพจาก http://www.sainampeung.ac.th/chalengsak/images/unit4/chapter4/chapter4_6/r6/K6.jpg

เดิมวัดนี้มีชื่อว่าวัดใหม่ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ฝ่ายธรรมยุติ เป็นวัดโบราณซึ่งกรมพระราชวังบวรมหาศักดิ์ดิพลเสพในรัชกาลที่ ๓ ทรงสถาปนาขึ้นใหม่ ครั้งเมื่อรัชกาลที่ ๔ ทรงผนวชก็เสด็จมาประทับที่วัดนี้ และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ก็ทรงผนวชที่วัดนี้จึงถือเป็นวัดประจำรัชกาล แต่ในความเป็นจริงแล้วทางนิตินัยนั้น พระองค์มีพระราชดำริว่าพระอารามหลวงในกรุงเทพฯ มีเป็นจำนวนมากแล้ว และการสร้างวัดนั้นก็เพื่อประโยชน์ในทางศึกษาของเยาวชนด้วย เพราะการศึกษาของไทยแต่โบราณกาลมาก็เริ่มที่วัด ดังนั้น จึงทรงสถาปนา โรงเรียนมหาดเล็กหลวง หรือในปัจจุบันคือ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ขึ้นเพื่อแทนการสร้างวัดประจำรัชกาล (เพราะเพื่อการศึกษาเยาวชนเหมือนกันเลยทรงสร้างโรงเรียนแทนวัด) และให้ถือว่าเป็นวัดประจำรัชกาลของพระองค์

วัดประจำรัชกาล
ภาพจาก http://www.dhammajak.net/board/files/_11_862.jpg

วัดประจำรัชกาลที่ ๘ : วัดสุทัศนเทพวราราม

วัดประจำรัชกาล
ภาพจาก http://www.thaiheritage.net/king/jugree/ram8.jpg

วัดนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ ชนิดราชวรมหาวิหาร ฝ่ายมหานิกาย วัดนี้เป็นวัดที่รัชกาลที่ ๑ โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นใน พ.ศ. ๒๓๕๐ เดิมพระราชทานนามว่า “วัดมหาสุทธาวาส” และให้สร้างพระวิหารขึ้นก่อนเพื่อประดิษฐานพระศรีศากยมุนี (พระโต) แต่สิ้นรัชกาลก่อนที่จะประดิษฐานเป็นสังฆาราม จึงเรียกกันว่า วัดพระโต วัดพระใหญ่ หรือวัดเสาชิงช้าบ้าง จนกระทั่งในสมัย รัชกาลที่ ๒ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อ และทรงจำหลักบานประตูพระวิหารด้วยพระองค์เอง แต่ก็สิ้นรัชกาลเสียก่อนที่การก่อสร้างจนแล้วเสร็จ แต่มาเสร็จบริบูรณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. ๒๓๙๐ และพระราชทานนามว่า “วัดสุทัศนเทพวราราม” จนสมัยรัชกาลที่ ๔ พระราชทานนามพระประธานในพระวิหารว่า “พระศรีศากยมุนี ซึ่งภายในวัดสุทัศนเทพวรารามเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และได้อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารของพระองค์มาบรรจุที่ผ้าทิพย์ด้านหน้าพุทธบัลลังก์พระศรีศากยมุนีเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ และมีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลในวันที่ ๙ มิถุนายน ของทุกปีจึงถือเป็นวัดประจำรัชกาล

วัดประจำรัชกาล
ภาพจาก http://static.panoramio.com/photos/large/123312236.jpg

วัดประจำรัชกาลที่ ๙ : วัดพระรามเก้ากาญจนาภิเษก

วัดประจำรัชกาล
ภาพจากhttp://www.photoontour8.com/king_photo/data_king_family/king/10/10.12.jpg

วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เป็นวัดตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ ๙ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ตั้งอยู่เลขที่ ๙๙๙ ซอยพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ๑๙ ถนนพระราม ๙ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพระองค์โปรดฯ ให้ทำการปรับปรุงสภาพพื้นที่และพัฒนาชุมชน บริเวณบึงพระราม ๙ ดำเนินการจัดตั้งวัดเพื่อเป็นพุทธสถานในการประกอบกิจของสงฆ์ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของราษฎรที่จะประกอบพิธีกรรมต่างๆ ร่วมกัน ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นวัดขนาดเล็ก ใช้งบประมาณอย่างประหยัด เรียบง่าย ยึดความพอเพียงเป็นหลัก

เอกลักษณ์โดดเด่นของวัดคืออาคารทุกหลังจะทาด้วยสีขาวทั้งหมด เพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์ สะอาด สวยงาม ส่วนสถาปัตยกรรมเป็นการผสมผสานรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยสมัยโบราณกับสถาปัตยกรรมร่วมสมัย เน้นความเป็นเฉพาะตัวในแบบอย่างสถาปัตยกรรมปัจจุบัน ประดับ ตราพระราชลัญจกร ประจำพระองค์รัชกาลที่ ๙ ที่หน้าบันพระอุโบสถ สำหรับพระประธานที่ประดิษฐานภายในพระอุโบสถวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษกนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยเลือกแบบพระพุทธรูปปางมารวิชัย (ปางชนะมาร) จากการออกแบบเสนอโดยนาวาอากาศเอกอาวุธ เงินชูกลิ่น อธิบดีกรมศิลปากร (ในขณะนั้น) และศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะสถาปัตยกรรม ทั้งหมด ๗ แบบ โดยพระองค์ทรงแก้ไขแบบเล็กน้อยด้วยพระองค์เอง

วัดประจำรัชกาล
ภาพจาก http://dhamma.mthai.com/app/uploads/2015/10/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1-9.jpg

จะเห็นได้ว่าแต่ละวัดประจำรัชกาลนั้นล้วนแล้วแต่มีความสวยงาม และมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจด้วยกันทั้งสิ้น อีกทั้งพระมหากษัตริย์ทุกรัชกาลก็ทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภก ทำนุบำรุงพุทธศาสนา พุทธศาสนสถาน รวมถึงศาสนาอื่นๆ ของศาสนิกชนไทยทุกศาสนา เพื่อเป็นหลักและศูนย์รวมจิตใจแก่ประชาชนของพระองค์ตลอดมา


avatar
by *muiyoo*
ต้องเป็นเพราะชื่อหมุยยู้ แปลว่าสิ่งที่สวยงามแน่ๆ เลยได้มาเขียนเรื่องเกี่ยวกับความสวยความงาม แฟชั่น สุขภาพ เครื่องสำอาง ทำอาหาร เข้าทางทุกอย่าง ใครชอบสาระดีๆ แทรกคารมขบขันประสาชะนีบ้าๆ บอๆ ก็ขอให้มิตรรักแฟนเพลงติดตามกันไปนานๆ เนอะ^^

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon