วันนี้ในอดีต:เมื่อธรรมชาติปลดปล่อยความพิโรธ

posted: 2 years ago
วันนี้ในอดีต:เมื่อธรรมชาติปลดปล่อยความพิโรธ

comments

038014

ภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และไม่สามารถที่จะรับรู้ได้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ซึ่งสิ่งที่มนุษย์พอจะทำได้นั้นก็เพียงแต่คาดการณ์และหาวิธีให้พร้อมรับมือสิ่งที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น

และเรื่องราวที่ Rabbit Daily จะเล่าต่อไปนี้ก็เช่นเดียวกัน

แต่จะเป็นอย่างไรเมื่อวันหนึ่งธรรมชาติที่ดูเหมือนจะสงบนิ่งได้ปลดปล่อยความพิโรธออกมาใส่ผู้คนที่อยู่ในเมืองเม็กซิโกที่ไม่ทันตั้งตัว จนต้องประสบเคราะห์ภัยอย่างแสนสาหัส 

ภัยพิบัติที่พึ่งเริ่มต้น

ภัยทางธรรมชาติที่เรากำลังจะกล่าวถึงนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในบริเวณทางตอนใต้ของประเทศเม็กซิโก ซิตี้ ณ ภูเขาไฟที่มีชื่อว่า เอล ชิชอน (El Chichon) ว่ากันว่าภูเขาไฟแห่งนี้เป็นภูเขาไฟที่สงบมาอย่างยาวนานถึง 130 ปี แต่ในขณะเดียวกันมันก็ยังคงเป็นภูเขาไฟที่พร้อมจะปะทุอยู่เสมอ แต่น่าแปลกที่ภายใต้เงาของภูเขาไฟลูกนี้กลับมีชาวบ้านอาศัยอยู่โดยที่ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังจะได้เจอกับฝันร้ายที่สุดที่พวกเขาจะไม่มีวันลืม

ในวันที่ 29 มีนาคม ปี 1982 ชาวบ้านต่างก็ออกไปทำธุระตามปกติและดำเนินชีวิตประจำวันของพวกเขาเช่นเดียวกับที่เคยเป็นมา แต่แล้วทันใดนั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อภูเขาไฟ เอล ชิชอน ปะทุขึ้นเปลวไฟของมัน ระเบิดกระจายไปทุกทิศทุกทาง สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก

จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น แน่นอนว่าชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณตีนเขาได้รับผลจากความเสียหายไปเต็มๆ โดยมีผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ในทันทีถึง 1000 คนในจำนวนนี้ยังไม่รวมถึงผู้ที่สูญหายไปในขณะที่เกิดเหตุ การปะทุของภูเขาไฟดำเนินต่อเนื่องไปอย่างยาวนานถึง 2 สัปดาห์ กว่าทุกสิ่งจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ

หายนะที่ตามมา

เหตุร้ายยังไม่จบเพียงเท่านั้นเมื่อเกิดแผ่นดินไหวตามมาอีกระลอกในตอนเช้าหลังจากที่เกิดเหตุ เปลวขี้เถ้าปะทุจากภูเขาไฟปะทุขึ้นไปสูงถึง 60,000 ฟุตในอากาศ และลอยไปไกลกว่า 100 ไมล์ในอีกสองวันถัดมา ทำให้ทางตอนเหนือมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกนับไม่ถ้วน

อีกทั้งการระเบิดของภูเขาไฟมรณะยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะมันยังปะทุขึ้นมาอีกในวันที่ 3 และ 4 นอกจากนี้ก็ยังคงมีแผ่นดินไหวที่ซ้ำอีกระลอก ส่งผลให้เกิดการถล่มของชั้นหินที่อยู่บริเวณรอบๆ ภูเขาไฟ ทำให้บ้านเรือนของผู้คนถูกทำลายล้างจนหมดสิ้น อีกทั้งเขม่าและกำมะถันที่หลุดลอยออกมา ทำให้พื้นดินในบริเวณรอบๆ ปนเปื้อนและไม่สามารถใช้งานได้อีกนับร้อยปี

ผลสรุปจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เรื่องราวที่เกิดขึ้นถือเป็นข่าวใหญ่ที่อยู่ในกระแสสังคมสมัยนั้นมีผู้ที่รายงานว่าการระเบิดในครั้งนี้มีความรุนแรงเท่ากับการระเบิดของระเบิดนิวเคลียหนึ่งลูก และนอกจากนี้ยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวอีกหลายพันคนด้วยกัน

เรื่องดังกล่าวทั้งหมดจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าในวันนั้นมีการแจ้งเตือนถึงประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ นั่นเพราะในช่วงระยะเวลา 1 ปีก่อนหน้านั้น มีนักวิทยาศาสตร์ 2 คนได้เดินทางมายังภูเขาไฟลูกนี้เพื่อทำการสำรวจถึงโอกาสที่อาจจะเกิดการระเบิดขึ้นมาในอนาคตอันใกล้ พวกเขาได้ทำการเฝ้าสังเกตุและเก็บตัวอย่างการปะทุเล็กๆ ที่เกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ อยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ในที่สุดพวกเขาก็พบว่าภูเขาไฟลูกนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการปะทุขึ้นมาในระยะเวลาอันใกล้จึงได้รีบทำหนังสือแจ้งไปยังศูนย์เตือนภัยพิบัติ แต่น่าเศร้าที่เอกสารของพวกเขานั้นกลับถูกเมินเฉยจึงไม่ได้ทีการแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าถึงสิ่งที่มันกำลังจะเกิดขึ้ผลที่ตามมาก็คือภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนหลายพันคน

ลองม้องย้อนกลับไปว่าถ้าในครั้งนั้นพวกเจ้าหน้าที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติไม่เพิกเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้นบางที่ผู้คนที่อยู่ที่นั้นอาจอยู่รอดปลอดภัยโดยไม่ได้รับอันตรายใด ๆ จากสิ่งที่จะเป็นฝันร้ายสำหรับพวกเขาไปตลอดกาล


avatar
by A.J.Style
A.J.Style นักเขียนหนุ่มอารมณ์ดี อายุ 23 ปี อดีตนักกีฬา MMA (ที่ชื่นชอบเรื่องราวลึกลับและซุปเปอร์ฮีโร่เป็นพิเศษ) ปัจจุบันนี้รับหน้าที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับ ภาพยนตร์,เคล็ดลับน่ารู้ และ ดวง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon