เต็มใจให้หลอกได้ทุกที “April Fool’s Day เมษาหน้าโง่” มีที่มายังไง มาดูกัน

posted: 2 years ago
เต็มใจให้หลอกได้ทุกที “April Fool’s Day เมษาหน้าโง่” มีที่มายังไง มาดูกัน

comments

April Fool’s Day ที่คนไทยรู้จักกันว่าวันโกหกหรือวันเมษาหน้าโง่ เป็นการเฉลิมฉลองสนุกๆ ของฝรั่งในวันที่ 1 เมษายนของทุกปี โดยการสร้างเรื่องโจ๊กหรือหามุกตลกมาหลอกลวงกัน เรามาดูกันว่าเทศกาลนี้มีที่มาที่ไปยังไง?

ความเป็นมาของ April Fool’s Day

calendar

สำหรับจุดกำเนิดของ April Fool’s Day ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ แต่หลายๆคนเชื่อว่า เทศกาลนี้มาจากการเปลี่ยนปฏิทินของยุโรปในศตวรรษที่ 16  จากเดิมที่ชาวกรีกและชาวฮินดูโบราณจะฉลองวันขึ้นปีใหม่กันในวันที่ 1 เมษายน ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดฤดูหนาวและเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ ต่อมาในยุคกลางของยุโรปยังคงมีการเฉลิมฉลองปีใหม่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม จนถึงวันที่ 1 เมษายน จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1582 สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่สิบสาม (Pope Gregory XIII) ได้เปลี่ยนการใช้ปฏิทินใหม่จากปฏิทินจูเลียน (Julian Calendar) มาเป็นปฏิทินเกรกอเรียน (Gregorian Calendar) และกำหนดให้ชาวคริสต์ทั่วโลกเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่กันในวันที่ 1 มกราคม แต่ก็อย่างว่าแหละ การสื่อสารในยุคนั่นไม่ได้เร็วติดจรวจปรู๊ดปร๊าดเหมือนตอนนี้ คนจำนวนมากเลยยังคงไม่รู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลง หลายๆ คนเลยยังส่งบัตรอวยพรไปให้คนรู้จักในวันที่ 1 เมษายน คนเหล่านั้นเลยถูกเรียกว่า “พวกหน้าโง่” (Fools) ต่อมาในศตวรรษที่ 18 จึงกำหนดให้เป็นวันที่ 1 เมษายน เป็นวันแห่งการโกหก หรือ April Fool’s Day และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา

April fool’s day มีต้นกำเนิดจากที่ไหนกันแน่?

Europe

สำหรับแหล่งกำเนิดของ April Fool’s Day ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในปัจจุบัน โดยหลายประเทศต่างงัดเอาหลักฐานมาอ้างกันว่าประเทศตัวเองนี่แหละ เป็นต้นกำเนิดของเทศกาลนี้

ประเทศฝรั่งเศส

ปลาหน้าโง่ของประเทศฝรั่งเศส
ปลาหน้าโง่ของประเทศฝรั่งเศส

เริ่มจากฝรั่งเศส มีการอ้างถึงการเปลี่ยนแปลงในสมัยพระเจ้าชาร์ลที่ 9 ได้ทรงปฏิรูปปฏิทินใหม่โดยเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากเดิมคือวันที่ 1 เมษายนให้เป็นวันที่ 1 มกราคมแทน แต่ก็ยังมีบางคนที่ยังไม่รู้และยังอยากยึดถือตามประเพณีเดิม ยังคงเฉลิมฉลองกันในวันที่ 1 เมษายน รวมถึงบางทีก็มีการส่งบัตรเชิญแบบหลอกๆ ให้คนอื่นมาร่วมฉลองปีใหม่กันในวันที่ 1 เมษายนตามเดิม ต่อมาเลยกำหนดกันขึ้นมาว่า วันที่ 1 เมษายนนี่แหละเป็นวันที่สามารถแกล้งหลอกคนอื่นได้ วันนี้ก็เลยถูกเรียกว่าเป็น April Fool’s Day โดยคนที่ถูกหลอกในวันนี้จะถูกเรียกว่า ‘Poisson d’Avril’ หรือปลาหน้าโง่ที่หลงเชื่อเหยื่อล่อจนติดเป็นเอาง่ายๆนั่นเอง

ประเทศอังกฤษ

เหล่า 'ปัญญาชน' แห่งเมือง Gotham ที่ทำให้พระเจ้าจอห์นต้องส่ายหน้า
เหล่า ‘ปัญญาชน’ แห่งเมือง Gotham ที่ทำให้พระเจ้าจอห์นต้องส่ายหน้า

ประเทศอังกฤษมีตำนานเกี่ยวกับคนโง่แห่งเมือง Gotham โดยเมื่อราวศตวรรรษที่ 13 มีความเชื่อกันว่า พื้นที่ใดก็ตามที่กษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินผ่าน พื้นที่แห่งนั้นจะต้องตกเป็นทรัพย์สินของสาธารณะ ดังนั้นเมื่อประชาชนชาว Gotham รู้ว่าพระเจ้าจอห์นจะเสด็จผ่านเมืองของตน พวกเขาถึงปฏิเสธและไม่อนุญาตให้พระองค์ผ่าน เมื่อพระองค์ทรงทราบ จึงได้ส่งทหารเข้าไปที่เมือง Gotham แต่ทันทีที่เข้าไปถึงเมือง ทหารก็ได้พบกับกิจกรรมโง่ๆ ของชาวเมือง เช่น การจับปลาถ่วงน้ำ การเลี้ยงนกด้วยกรงที่ไม่มีหลังคา จึงกลับมารายงานพระเจ้าจอห์น เมื่อพระองค์ทรงทราบเรื่องจึงทรงอภัยโทษให้กับชาวบ้านทั้งหมดเพราะทรงคิดว่าพวกเขาเป็นคนโง่ ตั้งแต่นั้นมา April Fool’s Day จึงถูกกำหนดขึ้นเพื่อระลึกถึงกลอุบายของชาว Gotham ในครั้งนั้น

ประเทศเยอรมนี

เมือง Augsburg ที่ทำให้เหล่านักพนันดวงกุดต้องหมดตัวกันไปตามๆ กัน...
เมือง Augsburg ที่ทำให้เหล่านักพนันดวงกุดต้องหมดตัวกันไปตามๆ กัน…

ในวันที่ 1 เมษายน ปี 1530 มีการปล่อยข่าวออกมาว่าจะมีการประชุมของฝ่ายนิติบัญญัติในการพิจารณาเรื่องการเงินของประเทศที่เมือง Augsburg ทำให้มีนักพนันมากมายต่างออกมาพนันกันว่าข่าวนี้จะเป็นจริงหรือไม่ แต่พอถึงวันการประชุมกลับไม่เกิดขึ้น ทำให้นักพนันส่วนใหญ่ที่ทุ่มเงินไปกับการเดิมพันว่าการประชุมนี้จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนหมดตัวไปตามๆ นี่เป็นที่มาของการหลอกลวงกันเล่นๆใน April Fool’s Day

ประเทศเนเธอร์แลนด์

การเฉลิมฉลองแด่ชัยชนะในวันที่สเปนถูกถอดแว่นตา
การเฉลิมฉลองแด่ชัยชนะในวันที่สเปนถูกถอดแว่นตา

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 1572 กบฏชาวดัตซ์ได้เข้ายึดเมือง Den Briel จากกองทัพสเปนที่นำโดยลอร์ดอัลวา ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่ปลดปล่อยเนเธอร์แลนด์ให้เป็นอิสระจากสเปน โดยมีบทกวีบทหนึ่งกล่าวว่า “Op 1 april / Verloor Alva zijn Bril.” หรือแปลได้ว่า อัลวาถูกถอดแว่นตาของเค้าในวันที่ 1 เมษายน  โดยคำว่า Bril แปลว่าแว่นตาในภาษาอังกฤษ (glass) ซึ่งมาจากชื่อเมือง Den Briel นั่นเอง ตั้งแต่นั้นมาวันที่ 1 เมษายนจึงเป็นการเฉลิมฉลองเพื่อระลึกถึงชัยชนะเหนือความอัปยศของผู้บัญชาการทหารสเปน

ตอนนี้ก็คงรู้กันแล้วเนอะว่า April Fool’s Day เป็นมายังไง เอาล่ะ ใครที่อยากร่วมเฉลิมฉลองกับชาวโลกในวันนี้ ตอนนี้ยังพอมีเวลา แต่อย่าลืมว่าการโกหกแกล้งหรือกันในวันนี้ จะต้องไม่ทำอันตรายให้คนอื่นและไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนนะ


avatar
by pajaree

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon