5 สิ่งที่ควรทำเมื่อชีวิตเข้าสู่ “วัยเกษียณ”

posted: 2 years ago
2,704 views
5 สิ่งที่ควรทำเมื่อชีวิตเข้าสู่ “วัยเกษียณ”

comments

ช่วงชีวิตวัยหลังเกษียณเป็นอีกวัยหนึ่งที่เราจะมองข้ามไปไม่ได้เลย เป็นเรื่องที่เราต้องเตรียมตัวและวางแผนละเอียดไม่ต่างจากก่อนเกษียณเลยด้วยซ้ำ ลองนึกถึงคนที่อายุ 60 ปี เข้าสู้วัยเกษียณเต็มตัว เราจะบริหารสินทรัพย์ทั้งหมดที่เรามีอย่างไรให้เพียงพอกับระยะเวลาที่เหลืออยู่อีก 30-40 ปี และที่สำคัญถ้าพลาดขึ้นมาลำบากแน่นอนเพราะอายุเยอะโอกาสที่จะกลับเข้าตลาดแรงงานเป็นไปได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แผนต้องมีความแน่นอนและบริหารความเสี่ยงให้ดีอย่างมากเพราะสามารถพลาดได้อย่างไม่ยากเลย เรามาดูกันว่าคนที่เข้าสู่ช่วงเกษียณอายุต้องจัดการเรื่องอะไรกันบ้าง?

1. มาดูกันว่าปัจจุบันตอนนี้เรามี “สินทรัพย์” อะไรเท่าไหร่บ้างและ “รายจ่าย” แต่ละเดือนเป็นอย่างไร

เหตุผลที่เราต้องตรวจเช็คก่อนว่าตอนนี้เรามีอะไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้รู้สภาพปัจจุบันก่อนว่าตอนนี้เราเป็นอย่างไร รายจ่ายเป็นอย่างไร ถ้าเราใช้เงินไปเรื่อยๆ สินทรัพย์เราจะเพียงพอให้ใช้หรือไม่ ถ้าพอก็ถือว่าสบาย แต่ถ้าไม่เพียงพอเราจะได้รู้ว่าเดือนหนึ่งเราสามารถใช้เงินได้เท่าไหร่และถ้าลดรายจ่ายไม่ได้เราอาจจะต้องใช้การลงทุนเข้ามาช่วยสร้างรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่ง เพราะคนวัยเกษียณโดยส่วนใหญ่ถ้ามีการวางแผนมาดี จะมีสินทรัพย์ค่อนข้างเยอะและอาจจะจัดสรรไม่ดี ถ้าจัดสรรให้ดีมากขึ้นก็สามารถมี “รายได้จากการลงทุน” เข้ามาใช้ต่อเดือนได้เลย

วัยเกษียณ

2. เคลียร์ “หนี้” ให้เหลือน้อยที่สุด เท่าที่จะทำได้

เราต้องมาดู “หนี้สิน” ของเราว่าปัจจุบันมีหนี้สินอะไรที่ควรจัดการหรือปิดให้เรียบร้อย เช่นพวกหนี้บ้าน หนี้บัตรเครดิตต่างๆ เพราะตอนนี้เราไม่มีรายได้จากงานแล้ว แล้ว “ดอกเบี้ย” ที่เราต้องการจ่ายให้กับหนี้สินเหล้านี้จะต้องค่อนข้างสูง หนี้บัตรเครดิตไม่ต้องพูดถึง 20%+ อยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นหนี้บ้านก็อาจจะประมาณ 5-7% ในปัจจุบัน ซึ่งถ้าเราจะลงทุนให้ได้ 5-7% ถือว่าเป็นอัตราที่สูงสำหรับวัยเกษียณอยู่เหมือนกันดังนั้นการที่มี “หนี้สิน” แล้วดอกเบี้ยจ่ายสูงกว่าแหล่งลงทุนที่เราไปลงทุนได้ แนะนำว่าให้ขายสินทรัพย์ไปจัดการหนี้สินให้เรียบร้อยดีกว่า


3. จัดสรรเงินลงทุนให้อยู่ในแหล่งที่เหมาะสม

ชีวิตวัยเกษียณควรเน้นการลงทุนที่เสี่ยงต่ำมากกว่า เพราะด้วยเหตุผลที่ว่าพลาดแล้วพลาดเลย แล้วถ้าเราสามารถจัดสรรพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้เรามี “รายได้จากการลงทุน” อีกด้วย จากประสบการณ์แล้ววางแผนดีรายได้มากกว่าตอนที่ทำงานอยู่ก็มีให้เห็นเหมือนกัน
จริงๆ แล้วส่วนตัวอยากจะแนะนำให้คนวัยเกษียณหันมาสนใจเรื่องลงทุนอยู่เหมือนกัน เพราะถ้าเราเข้าใจว่าการลงทุนคืออะไร เราจะสามารถควบคุมความเสี่ยงได้ดีมากกว่า ประกอบกับ “เวลา” ที่จะศึกษาค่อนข้างเยอะมีเวลาที่จะศึกษาหรือถ้าใครไม่สะดวกจะศึกษาแนะนำว่าให้หา “ที่ปรึกษาการเงิน” ดีดีสักคนเข้ามาช่วยเหลือตรงนี้ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

4. อย่าลืมวางแผนเรื่อง “สุขภาพ”

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ละเลยที่สุดเลยก็ว่าได้ จริงๆ แล้ววัยเกษียณเป็นวัยที่ห้ามมองข้ามเรื่องนี้เด็ดขาดเพราะว่าถ้าเกิดเราไม่มีแผนรองรับที่ดี เวลาเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาแล้ว เราอาจจะต้องนำเงินที่ไว้ใช้ยามเกษียณของเรามาจ่ายค่ารักษา ซึ่งจะกระทบอย่างรุนแรงอาจจะทำให้มีเงินไม่เพียงพอสำหรับเกษียณเลยก็มีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ แต่เรื่องการวางแผนสุขภาพจริงๆก็สามารถทำได้หลักๆ 2 ทางก็คือ “ทำประกันสุขภาพ” หรือ “กันเงินไว้ส่วนหนึ่ง” วิธีแรกเรื่อง “ประกันสุขภาพ” เป็นวิธีการบริหารที่เหมาะสมที่สุดเพราะเบี้ยที่จ่ายนั้นคงที่ แต่ว่าเมื่ออายุเยอะเบี้ยที่ต้องจ่ายนั้นจะค่อนข้างสูงอยู่เหมือนกัน ซึ่งเราสามารถปรึกษากับตัวแทนมืออาชีพได้เช่นกัน แต่ถ้าใช้อีกทางคือการกันเงินไว้ส่วนหนึ่ง จริงๆ แล้วไม่ค่อยแนะนำสักเท่าไหร่เพราะ ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าเงินที่กันไว้นั้นจะเพียงพอเลย
วัยเกษียณ

ดังนั้นส่วนตัวจึงแนะนำให้นำ 2 วิธีมาใช้ผสมกันก็คือ กันเงินออกมาส่วนหนึ่งแล้วนำไป “ลงทุน” แล้วนำผลตอบแทนเงินดังกล่าวมาจ่าย “เบี้ยประกัน” ซึ่งการจัดพอร์ตอาจจะไม่สามารถจ่ายเบี้ยได้ทั้งหมดแต่ก็อาจจะช่วยได้บางส่วนซึ่งตรงเราสามารถคำนวณได้เช่นกัน

5. จัดสรรเงินส่วน “มรดก” ให้เรียบร้อย

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ควรจัดสรรให้ดี ณ วันที่ยังไม่มีปัญหา เพราะว่าเราไม่จัดการให้ดี ถ้าหากเราเกิดไม่อยู่ขึ้นมาลูกหลานอาจจะต้องมาทะเลาะแย่งมรดกกันตามข่าวที่เราได้เห็นอยู่เรื่อยๆ เขียน “พินัยกรรม” ให้เรียบร้อยว่าสินทรัพย์มีอยู่ตรงไหนบ้างและจะให้อะไรใครบ้างกำหนดให้เรียบร้อย แต่จริงๆแล้วการวาง “แผนมรดก” เราไม่จำเป็นต้องวางเงินเราไว้เป็นก้อนรอวันที่จะให้ก็ได้ แต่เราสามารถวางแผนโดยใช้ “ประกันชีวิต” ได้


ตัวอย่างเช่นเราต้องการให้มรดกลูกเรา 10 ล้านบาท เราก็สามารถกันเงินออกมาส่วนหนึ่งอาจจะเป็น 4-5 ล้านบาท (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแผนประกันว่ามีเงื่อนไขอย่างไร) เราสามารถเอา 4-5 ล้านบาทไปทยอยจ่าย “เบี้ยประกัน” เพื่อแลกกับ “ทุนประกัน” ทั้งหมด 10 ล้านบาทก็สามารถทำได้เช่นกัน แล้วเราสามารถนำเงินส่วนที่เหลือประมาณ 5-6 ล้านบาทไปวางแผนเกษียณของตัวเองต่อ หรือสามารถนำเงินไปเที่ยวสานความฝันที่เราอาจจะยังไม่ได้ทำตอนทำงานก็ทำได้เช่นกัน

เห็นแล้วใช่มั้ยครับว่า ไม่ว่าเรื่องอะไรเราก็สามารถวางแผนจัดการได้ทั้งสิ้นไม่เว้นแต่วัยเกษียณที่ดูเหมือนจะจัดสรรอะไม่ค่อยได้ แต่ก็มีเรื่องที่เราต้องจัดการเยอะเหมือนกัน ถ้าเราวางแผนชีวิตไว้ดี โอกาสที่จะล้มเหลวนั้นยากมากๆ แต่ถ้าเราไม่วางแผนเลย ก็ไม่ต่างอะไรกับการวางแผนไปสู่ความล้มเหลวเช่นกัน


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon