วางแผนการเงินให้ดี ไปเที่ยวคราวนี้ไม่มีสะดุด

posted: 1 year ago
วางแผนการเงินให้ดี ไปเที่ยวคราวนี้ไม่มีสะดุด

comments
เวลาทำงานแล้วเหนื่อยๆ เครียดๆ เชื่อว่าหลายๆ คนจะต้องอยาก “ไปเที่ยว” อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นทั้งในประเทศและต่างประเทศก็ตาม แต่การไปเที่ยวครั้งหนึ่งต้องยอมรับว่า “รายจ่าย” ก็ไม่ได้ใช้เงินจำนวนน้อยๆ เหมือนกันโดยเฉพาะกรณีไปเที่ยวต่างประเทศ

แล้วถ้าเราเริ่มต้นวางแผนการเงิน แน่นอนว่าเราจะใช้จ่ายแบบสบายตัว เดือนชนเดือนแบบเมื่อก่อนคงไม่ได้ (จริงๆ ต่อให้ไม่ได้วางแผนการเงินก็ไม่ควรใช้เงินเดือนชนเดือน) ในความเป็นจริงแล้ว การไปเที่ยวก็เป็น “เป้าหมายการเงิน” อย่างหนึ่งได้เหมือนกัน วันนี้เราลองมาดูกันว่าเราจะวางแผนไปเที่ยวได้ยังไงกันบ้าง?



1. ตั้งเป้าหมาย

พื้นฐานที่สุดในเรื่องการวางแผนการเงินในทุกๆ เป้าหมายก็คือ “ตั้งเป้าหมาย” ก่อนเลย เลือกที่เราจะไปเที่ยวก่อนว่าเราอยากไปที่ไหน แล้วตั้งใจจะไปเมื่อไหร่อีกกี่เดือนหรืออีกกี่ปี เพราะส่งผลต่อการออมเงินนั่นเอง ลองคิดถึงว่าอีก 1 ปีเราตั้งใจจะไป ญี่ปุ่นประเทศที่ขึ้นชื่อว่าชีวิตต้องไปสักครั้ง ค่าตั๋ว+ค่าที่พัก+ค่าใช้จ่ายต่างๆ น่าจะประมาณ 50,000 บาทได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราไปจัดเต็มขนาดไหนอาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่าก็ได้
สมมติว่าเราวางแผนไว้ 50,000 บาท อีก 1 ปีข้างหน้าเราก็ต้องเก็บเงินให้ได้เดือนละ 50,000/12 = 4,167 บาทต่อเดือน (สมมติว่าไม่ได้นำเงินไปลงทุนจึงไม่มีผลตอบแทนจากการลงทุน) เห็นมั้ยว่าจริงๆ แล้วพอเรามองเป็นเดือนๆ ไป ภาระจะดูไม่หนักมากจนเกินไป แล้วพอเราเก็บเงินได้ก็เก็บเงินไว้ใน “บัญชีเงินฝากธรรมดา” เนี่ยแหละ เพราะระยะสั้นๆ การลงทุนที่เสี่ยงสูง อาจจะทำให้เราขาดทุนจนอดไปเที่ยวเลยก็เป็นไปได้ หรือว่าถ้าใครมีความรู้เรื่องการลงทุนขึ้นมาหน่อยอาจจะไปลงทุนใน “กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น” ก็เป็นอะไรที่น่าสนเหมือนกัน
แต่ถ้าต้องการวางแผนเที่ยวแบบรับความเสี่ยงได้ จริงๆ ก็สามารถนำไปลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงได้ ถ้าการลงทุนไปได้ด้วยดีก็มี pocket money มากขึ้น แต่ถ้าขาดทุนก็อาจจะต้องไปเที่ยวแบบงบต่ำลงหน่อย ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจตามกำลังคนที่ชื่นชอบความเสี่ยง อันนี้ก็แล้วแต่รสนิยมของแต่ละคน
Blue world map with colorful Straight Pin

2. เลือกจังหวะเวลาไปเที่ยวให้ดี

วางแผนยิ่งนานและเลือกช่วงเวลาให้ดีเพราะมีผลต่อราคาทั้งตั๋วเครื่องบินและค่าที่พัก (Low Season) แต่สำหรับมนุษย์เงินเดือนแบบเราๆ อย่างน้อยๆ ก็ 20-30% จากราคาปกติกันเลยทีเดียว แล้วถ้ายิ่งจองล่วงหน้าตั๋วยิ่งมีราคาถูก ถ้าเราลองดูราคาตั๋วช่วง High Season ไปกลับญี่ปุ่นจะอยู่ที่ 18,000 บาทโดยประมาณ (ช่วงปีใหม่) แต่ถ้าเราขยับไปเที่ยวช่วง Low Season ไปญี่ปุ่นราคาตั๋วก็จะอยู่แถวๆ 11,000 บาทเท่านั้นเอง แล้วถ้ายิ่งจองล่วงหน้าราคาตั๋วก็จะยิ่งถูกไปอีก แล้วปัจจุบันตอนนี้บางสายการบินก็มีการจัดโปรโมชั่นออกมาเรื่อยๆ ราคาตั๋วอาจจะได้ราคาหลักพันก็เป็นไปได้เช่นกัน ยิ่งถ้าเราวางแผนได้นานเท่าไหร่ ยิ่งช่วยให้เราประหยัดเท่านั้น


3. Pre-Order ตัวช่วยเรื่องเงิน

อย่าลืมของติดไม้ติดมือ ระหว่างเที่ยวก็เป็นทางเลือกเช่นกัน  “Pre-order สินค้า” เช่นเครื่องสำอางค์แบกกลับง่ายๆ หรือตอนนี้อย่างรองเท้าที่กำลังเป็นกระแสนิยมอยู่ หิ้วกลับมาก็อาจจะได้ค่าตั๋วเครื่องบินก็เป็นไปได้เช่นกัน แต่ตอนนี้ระวังเรื่องการนำเข้าประเทศด้วยก็ดีเหมือนกัน เพราะช่วงนี้เหมือนจะคุมเข้มอยู่เหมือนกัน อย่างที่เค้าว่ากันว่าโอกาสทำธุรกิจ โอกาสทำเงินอยู่รอบตัวเสมอ

การรับ Pre-Order สินค้าก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน เพราะยังไงพื้นที่ในกระเป๋าก็น่าจะมีเหลือกันอยู่แล้ว หรือไม่ก็เอากระเป๋าอีกใบหนึ่งไปเผื่อก็ได้เพราะโดยปกติสายการเครื่องบินจะให้คนละ 2 ใบอยู่แล้วโดยปกติ แต่ถ้าเราซื้อตั๋วพิเศษราคาถูกก็อาจจะได้แค่ 1 ใบ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกซื้อตั๋วแบบไหน

Doing what girls do

สุดท้ายที่อยากฝากไว้ว่า “ห้ามเป็นหนี้” เพราะการไปเที่ยวเด็ดขาด ถึงแม้เดี๋ยวนี้จะมีโปรเที่ยวก่อนจ่ายที่หลังก็ตาม 0% 3 เดือน 6 เดือนก็ตาม เรื่องการเที่ยวเป็นเป้าหมายที่เรียกว่า “เป้าหมายต้องการ (Want)” อย่างแน่นอน ถ้าพูดแบบตรงๆ ถ้าเราไม่ได้ไปเที่ยวเราก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเราไม่มีเงินไปคืนหนี้ที่เราก่อขึ้นมามีปัญหาแน่นอน

ถ้าเราอยากไปเราต้องรู้จักออมเงิน เก็บเงิน มีเงินแล้วถึงไปได้ ถ้าเราอดออมเก็บเงินไม่ได้ เราก็ไม่มีสิทธิ์ใช้เงินด้วยซ้ำไป แล้วยิ่งเราตัดสินใจไปเที่ยวด้วย “เงินคนอื่น” โอกาสที่จะมีปัญหาเรื่องเงินให้อนาคตสูงมากๆ จากประสบการณ์ส่วนตัว ดังนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเด็ดขาด


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon