อยู่ตัวคนเดียวไม่ยาก ถ้าวางแผนพร้อม…

posted: 1 year ago
1,865 views
อยู่ตัวคนเดียวไม่ยาก ถ้าวางแผนพร้อม…

comments

รูปแบบวิถีชีวิตของคนในยุคปัจจุบันเริ่มมีแนวโน้มอยู่คนเดียวเป็นส่วนใหญ่หรือคนโสดนั่นเอง จริงๆ ก็มาจากหลากหลายสาเหตุ อาจจะด้วยจากที่ผู้หญิงใช้ปัจจุบันก็สามารถทำงานหาเงินได้เก่งไม่แพ้ผู้ชาย โอกาสต่างๆ ก็เปิดกว้างไม้แพ้กัน

เห็นได้จากผู้บริหารองค์กรที่เป็นผู้หญิงเริ่มมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ในปัจจุบันผู้หญิงสามารถอยู่ตัวคนเดียวได้ และมีงานวิจัยออกมาว่าการที่โลกเรามีเทคโนโลยีที่ชื่อว่า “Social Media” เป็นเหตุผลต้นๆ ที่ทำให้ชีวิตคู่น่าปวดหัวมากขึ้น ซึ่งการจากที่ได้นั่งคุยกับหลายๆ คนก็วางแผนโสดกันมากขึ้นอย่างนัยยะสำคัญจริงๆ



แล้วทีนี้ถ้าเราเตรียมใจไว้แล้วว่าเราจะเป็น “คนโสด” เราจะดูตัวเองอย่างไรได้บ้างเพราะแน่นอนว่าถ้าอยู่ตัวคนเดียวทั้ง “แผนชีวิต” และ “แผนการเงิน” แตกต่างจากคนที่ตั้งใจมีครอบครัวอยู่พอสมควร

1. เริ่มต้นที่จดรายรับรายจ่าย

เป็นขั้นพื้นฐานสำหรับคนทุกเพศทุกวัยที่อยากมีแผนการเงินเป็นของตัวเอง อย่างแรกต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายให้ดี เพราะบัญชีรายรับรายจ่ายจะสามารถบอกเล่าเรื่องราวได้เยอะมาก ทั้งเรื่องภาระหนี้ที่แบกรับอยู่ ทั้งรายจ่ายที่ไม่พึงประสงค์ รวมไปถึงเราจะไปวางแผนในขั้นตอนอื่นๆได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Overhead View Of Businesswoman Working At Office

2. ตกลงชีวิตหลังเกษียณกับตัวเองให้ดี

ชีวิตหลังเกษียณโดยทั่วไป เมื่อเราแก่ตัวลงก็จะมีลูกๆ หลานมาคอยเลี้ยงดู แต่ถ้าเราจะอยู่คนเดียวเราต้องคิดด้วยว่าตอนแก่ตัวเราจะเอายังไงกับชีวิต จะย้ายไปอยู่บ้านคนชราดีมั้ย? เพราะเวลาเป็นอะไปขึ้นมาก็มีคนช่วยเหลือ มีคนจัดหาข้าวให้ทานด้วย แต่ก็ต้แงทำการบ้านอยู่เหมือนกันว่าถ้าจะย้ายไปบ้านคนชรา จะต้องใช้เงินเท่าไหร่ เพราะค่าใช้จ่ายตอนนี้บอกได้เลยว่าไม่ใช่น้อยๆ เหมือนกัน

หรือถ้าเราจะไม่ไปอยู่บ้านคนชรา เราจะอยู่บ้านตัวเอง ส่วนตัวก็จะแนะนำว่าในใกล้ๆแหล่งช้อปปิ้งไว้ เพื่อความสะดวก และอย่ามองข้ามแหล่งที่ใกล้กับโรงพยาบาลเอาไว้ เพราะเวลามีเรื่องฉุกเฉินจะได้เรียกรถพยาบาลได้ทันท่วงที

Secure investments

หลังจากที่เราเลือกรูปแบบชีวิตได้แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่าลืมแปลงเป้าหมายเหล่านั้น เป็น “เป้าหมายทางการเงิน” แปลงเป็นตัวเลขให้เรารู้ว่าเมื่อเราเกษียณ ในตอนที่รายได้หยุดลง เราจะต้องมีสินทรัพย์ทั้งหมดเท่าไหร่เพื่อใช้ชีวิตหลังเกษียณ และอย่าลืมปรับตัวเลขตัว “อัตราเงินเฟ้อ” ด้วยเพราะถ้าเราไม่ปรับ “ค่าใช้จ่าย” ถึงเวลาเกษียณจริงๆ โอกาสที่จะเกษียณได้จะมีน้อยมากๆ



3. อย่าลืมเรื่องค่ารักษาพยาบาล

อย่างที่เรารู้กันว่าเมื่อเราแก่ตัวลงค่าใช้จ่ายที่จะวิ่งขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งก็คือ ค่าใช้จ่ายเรื่องการรักษาพยาบาล เพราะคนแก่มีโอกาสป่วยสูงกว่าคนวัยเด็กและวัยทำงานมากๆ ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อด้านการรักษาพยาบาลมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6%

เพราะว่าเมื่อเทคโนโลยีทางการแพทย์ปรับตัวดีขึ้น การผ่าไส้ติ่งด้วยการส่องกล้องสามารถนอนพักแค่ 5-6 ชั่วโมงกลับบ้านได้เลย เมื่อเทียบกับแบบเดิมต้องนอนโรงพยาบาลอย่างน้อยๆ ก็ 2 วันขึ้นไป สิ่งที่ตามมาติดๆ ก็คือเรื่อง “ค่ารักษาพยาบาล” ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วอย่าลืมว่าค่ารักษาพยาบาลเป็นสินค้าตัวหนึ่งที่เราไม่สามารถต่อรองอะไรได้เลย ถ้าไม่มีการวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายให้ดี เวลาป่วยโอกาสที่เรามีเงินไม่พอใช้หรือเป็นหนี้หลังเกษียณจะเพิ่มสูงขึ้น

ทั้ง 3 ขั้นตอนเป็น “แผนการเงินที่สำคัญ” อย่างมากและต้องเตรียมการก่อน สำหรับแผนอื่นๆเช่น ซื้อรถยนต์คันใหม่ ไปเที่ยวต่างประเทศ ต่างๆ ถือว่าเป็นเป้าหมายรอง และระลึกไว้อยู่เสมอว่าเราไม่รู้ว่าเราจะมีชีวิตถึงเมื่อไร อาจจะสั้นหรือยาวก็เป็นไปได้ ถ้าวางแผนไว้อย่างดีแล้วเกิดตายก่อนไม่ได้ใช้อย่างมากก็แค่เสียดาย แต่ถ้าเราเงินหมดก่อนตายส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องที่เศร้ามากกว่าแบบแรกเป็นไหนๆ


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon