ผลวิจัยเผย การเสพติดเซลฟี่ อาจเป็นอาการผิดปกติทางจิตอย่างหนึ่ง

posted: 6 months ago
ผลวิจัยเผย การเสพติดเซลฟี่ อาจเป็นอาการผิดปกติทางจิตอย่างหนึ่ง

comments

การเซลฟี่แล้วโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียนั้นเป็นสิ่งที่หลายคนทำกันจนเป็นเรื่องปกติไปแล้วในปัจจุบัน ซึ่งคนที่ได้เห็นรูปเซลฟี่ในโลกโซเชียลนั้นก็คงไม่ได้รู้สึกว่ามันแปลกอะไร แต่ว่ามันอาจจะไม่ได้เป็นเรื่องปกติอีกต่อไป เมื่อมีงานวิจัยได้ออกมาเผยว่า การเซลฟี่อาจเป็นความผิดปกติทางจิตอย่างหนึ่ง



ย้อนไปเมื่อปี 2014 สมาคมจิตเวชอเมริกัน หรือ APA ได้พูดถึงความผิดปกติทางจิตอย่างหนึ่งที่ชื่อว่า Selfitis คือ คนที่ถูกการเซลฟี่เข้าครอบงำ ต่อมาในปี 2017 จึงได้มีงานวิจัยออกมาเพื่อยืนยันและจำแนกประเภทของอาการชนิดนี้



งานวิจัยดังกล่าวถูกตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติที่เกี่ยวกับสุขภาพจิตและการเสพติด เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ปี 2017 ที่ผ่านมา โดยนักวิจัยสองคนจาก Nottingham Trent University ในประเทศอังกฤษ และ Thiagarajar School of Management ในประเทศอินเดีย ซึ่งพวกเขาต้องการยืนยันว่าอาการทางจิตดังกล่าวนั้นมีอยู่จริง และต้องการแบ่งระดับความรุนแรงออกมาให้ทุกคนเห็นภาพกันได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ตามเงื่อนไขต่างๆ ที่ถูกวางเอาไว้



กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้านั้นเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยจำนวนหลายร้อยคน เพื่อทำการสัมภาษณ์แบบกลุ่ม หลังจากนั้นพวกเขาก็แบ่งระดับความรุนแรงของพฤติกรรมการถูกครอบงำจากเซลฟี่ออกมาเป็น 3 ระดับได้แก่ ระดับที่ 1 ขั้นเริ่มต้น หมายถึง คนที่ถ่ายเซลฟี่อย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง แต่ไม่ได้โพสต์รูปเหล่านั้นลงโซเชียล ระดับที่ 2 ขั้นรุนแรง หมายถึง คนที่ถ่ายเซลฟี่อย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง และโพสต์รูปเหล่านั้นลงโซเชียลมีเดีย ระดับที่ 3 ขั้นเสพติดเรื้อรัง หมายถึง คนที่ถูกกระตุ้นให้ถ่ายเซลฟี่อยู่เสมอ จะถ่ายเซลฟี่วันละไม่ต่ำกว่า 6 ครั้ง หรือถ่ายชั่วโมงละภาพ และโพสต์รูปทั้งหมดนั้นลงในโลกโซเชียล



ระดับขั้นความรุนแรงของการเซลฟี่คือสิ่งที่ได้จากงานวิจัยในครั้งนี้ แต่ต้องบอกก่อนว่า Selfitis นั้นยังคงไม่ถือว่าเป็นความผิดปกติจริงๆ แบบ 100% เพราะมันยังไม่สามารถวินิจฉัยออกมาได้อย่างสมบูรณ์หรือมีค่าสถิติที่เห็นเด่นชัดอย่างอาการผิดปกติทางจิตอื่นๆ เช่นโรคซึมเศร้าหรือโรคไบโพลาร์ โดยในเรื่องนี้ Dr. Mark Salter ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันจิตเวช Royal ในประเทศอังกฤษ ได้ออกมาพูดว่า ‘Selfitis คือสิ่งที่ไม่อาจยืนยันได้ และไม่ควรมีตัวตนขึ้นมา’



อย่างไรก็ตามนักจิตวิทยาบำบัด Amy Morin มองว่าการเซลฟี่อาจทำให้เราเกิดปัญหาขึ้นได้ในวันข้างหน้า เพราะแทบทุกอย่างบนโลกมีความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นสิ่งเสพติด ซึ่งเขาบอกว่า ‘มันไม่สำคัญว่าเราเซลฟี่บ่อยมากขนาดไหน แต่ปัญหาคือมันเข้ามากระทบชีวิตของเราหรือเปล่า ยกตัวอย่างเช่น หากเราเซลฟี่มากเกินไปจนไม่ออกไปเจอเพื่อนฝูง หรือทำให้ไปทำงานสาย เพราะมัวแต่สนใจว่าคนในโลกโซเชียลกดไลค์เรามากน้อยแค่ไหนจนแทบไม่ได้ทำอะไรเลย นั่นแหละที่จะทำให้การเซลฟี่กลายเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตของเราขึ้นมาทันที’



ในส่วนของเรื่องอาการทางจิตที่ชื่อ Selfitis นั้นยังคงจะได้รับการศึกษากันต่อไปเรื่อยๆ ส่วนเพื่อนๆ คนไหนที่รู้สึกว่าตัวเองหรือคนรอบข้างดูเหมือนจะเสพติดการเซลฟี่มากๆ ยังไงก็อย่าให้มันมากระทบกับการใช้ชีวิตของตัวเองแล้วกันเนาะ


avatar
by เฟิ้ม
v(^_^)v

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon