งานวิจัยเผย ผู้หญิงขับรถดีกว่าผู้ชายและมีแนวโน้มผิดพลาดน้อยกว่า

posted: 8 months ago
งานวิจัยเผย ผู้หญิงขับรถดีกว่าผู้ชายและมีแนวโน้มผิดพลาดน้อยกว่า

comments

หลายคนอาจมีความเชื่อว่าผู้ชายนั้นขับรถได้ดีกว่าผู้หญิง แต่ความเชื่อดังกล่าวอาจจะต้องเปลี่ยนไป เพราะนักวิทยาศาสตร์ชาวนอร์เวย์ได้ออกมายืนยันแล้วว่าผู้หญิงสามารถขับรถได้ดีกว่าผู้ชายบางคนซะอีก



งานวิจัยของพวกเขาเกิดขึ้นมาจากสถิติขององค์กรอนามัยโลก ซึ่งได้ออกมาบอกว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนนั่นก็คือการเสียสมาธิและความใจลอย ทางนักวิทยาศาสตร์จึงทำการศึกษาว่าช่วงอายุ เพศ และบุคลิกภาพแบบไหนบ้างที่ส่งผลให้เกิดอาการใจลอยหรือถูกดึงดูดความสนใจจากสิ่งอื่นๆ ได้ง่าย โดยกลุ่มตัวอย่างแรกของการศึกษานี้คือเด็กมัธยมปลายจำนวน 1,100 คน ซึ่งในจำนวนนั้นมีอยู่ 208 คนที่มีใบขับขี่แล้ว และอีกกลุ่มตัวอย่างเป็นเหล่าผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไปจำนวน 414 คน



จากนั้นได้มีการสอบถามเกี่ยวกับความถี่และรูปแบบที่ทำให้กลุ่มตัวอย่างเสียสมาธิขณะขับรถว่ามีอะไรบ้าง รวมถึงทัศนคติของพวกเขาที่มีผลต่อการเสียสมาธิหรือใจลอยขณะขับรถ โดยผลลัพธ์ที่ได้คือ การฟังวิทยุเป็นสิ่งที่ทำให้เสียสมาธิขณะขับรถมากที่สุด ซึ่งเมื่อดูในเรื่องของเพศ ช่วงอายุ กับบุคลิกภาพแล้วพบว่า วัยรุ่นชายคือกลุ่มที่มีอาการเสียสมาธิและใจลอยตอนขับรถมากที่สุด ส่วนกลุ่มอื่นๆ ที่มีแนวโน้มขาดสติขณะขับรถก็คือ คนที่ขับรถบ่อยๆ คนที่ใจร้อนหงุดหงิดง่าย และคนที่มีบุคลิกภาพชอบสนใจในสิ่งรอบข้าง



Ole Johansson ผู้วิจัยจากสถาบันเศรษฐศาสตร์การขนส่งอธิบายว่า ‘คนที่อยู่ในกลุ่มขาดสติระหว่างขับรถคือคนที่เชื่อว่าอาการใจลอยเป็นสิ่งที่ทุกคนในสังคมก็เป็นเหมือนๆ กัน ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมและคิดว่าตัวเองไม่สามารถควบคุมสติของตัวเองเอาไว้ได้ ทำให้พวกเขามุ่งความสนใจไปกับสิ่งอื่นขณะขับรถนอกเหนือจากถนนด้านหน้า’ ขณะเดียวกันจากการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ใน Frontiers in Psychology บอกว่ากลุ่มผู้หญิงที่มีอายุนั้นให้ผลในทางตรงกันข้าม เพราะพวกเธอสามารถควบคุมสติของตัวเองไว้ได้อย่างดี ทำให้มีอาการเสียสมาธิและใจลอยน้อยมาก



งานวิจัยก่อนหน้านี้เคยพูดเอาไว้ว่าผู้หญิงสามารถขับรถได้ดีกว่าผู้ชาย เพียงแต่ว่าพวกเธอขาดความมั่นใจที่จะพูดออกมาเท่านั้น และจากการศึกษาเมื่อปี 2015 ผลสรุปของการทดสอบการขับขี่คือผู้หญิงเอาชนะผู้ชายไปได้แบบสบายๆ ซึ่งในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก็เคยมีการทดสอบในลักษณะเดียวกันนี้ โดยพวกเขาได้สังเกตถนนทางแยกอันแสนวุ่นวายที่ชื่อว่า Hyde Park Corner เพื่อดูว่าการขับขี่ของรถแต่ละคันเป็นอย่างไรกันบ้าง



ผลลัพธ์ที่ได้คือผู้ชายชอบขับรถแบบเสี่ยงๆ ไม่รักษาระยะห่างระหว่างคันข้างหน้า เลี้ยวแบบตัดโค้ง พิมพ์หรือคุยโทรศัพท์ขณะขับรถ และเร่งความเร็วขับฝ่าไฟเหลือง ตรงกันข้ามกับผู้หญิงที่ขับรถอย่างสุภาพ มีน้ำใจ รอบคอบ ป้องกันตัวเองจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้น คอยมองกระจกข้างกับกระจกมองหลังอย่างถูกต้องเหมาะสม และหยุดเมื่อเจอสัญญาณไฟสีเหลือง



จากงานวิจัยทั้งหมดนี้น่าจะทำให้หลายคนเข้าใจแล้วว่าผู้หญิงสามารถขับรถได้ดีกว่าผู้ชายจริงๆ เพราะคำว่า ‘ขับรถได้ดี’ ในจุดนี้ไม่ได้หมายถึงการขับรถได้คล่องตัว การมีลีลาขับขี่ที่ผาดโผนเร้าใจ มีความใจกล้าบ้าระห่ำ หรือเรื่องของการตัดสินใจต่างๆ บนท้องถนน แต่มันหมายถึงว่าคุณสามารถขับรถได้อย่างระมัดระวัง มีความรอบครอบ และปลอดภัยหรือไม่นั่นเอง


avatar
by เฟิ้ม
v(^_^)v

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon