วิธีบริหารเงินแบบ 3 ก้อน

posted: 2 years ago
วิธีบริหารเงินแบบ 3 ก้อน

comments

ตามหลักการบริหารการเงิน ‘การบริหารกระแสเงินสด (Cashflow Management)’ คือเรื่องพื้นฐานเลยทีเดียว เพราะสิ่งสำคัญคือ การดูว่าในปัจจุบันเรามี ‘รายรับ’ เข้ามาเท่าไหร่ แล้ว ‘รายจ่าย’ เราประกอบด้วยอะไรบ้าง จุดประสงค์หลักๆ ก็เพื่อให้เราเหลือ ‘เงินออม’ นั่นเอง ประโยชน์ของการบริหารกระแสเงินสดจะทำให้เรารู้ว่าปัจจุบันตอนนี้เรามี ‘รายจ่ายสิ้นเปลือง’ อะไรบ้าง เพื่อที่จะได้ตัดหรือลดรายจ่ายก้อนนั้นลง

ก่อนที่เราจะไปศึกษาดูว่า เราควรจะลงทุนอะไรยังไง สินค้าการเงินตัวไหนดี ควรศึกษา ‘เงินออม’ เสียก่อน เพราะว่าถ้าเราไม่มีเงินออม เราจะไม่สามารถจัดสรรเงินไปลงทุนหรือซื้อสินค้าการเงินอะไรได้เลย นอกจากนั้น การบริหารกระแสเงินสดยังเหมาะกับคนที่มีปัญหา ‘หนี้สิน’ ด้วยนะ เพราะปัญหาของคนที่เป็นหนี้มักจะเกิดจากที่เรา ‘ใช้จ่ายเกินตัว’ หรือว่าเราใช้จ่ายแบบไม่รู้ตัวเองและไม่เคยสนใจ ในที่สุด ‘รายจ่าย’ จะมากกว่า ‘รายรับ’ และเราก็จะเป็น ‘หนี้’

iStock_78085541_MEDIUM-2

ทีนี้หลังจากที่เราบริหารกระแสเงินสดให้เรามี ‘เงินออม’ เรียบร้อยแล้ว คำถามถัดมาที่หลายๆคนเจอก็คือ เราจะบริหาร ‘เงินออม’ ของเราอย่างไรดี จะเอาเงินไปเล่นหุ้น เอาไปทำอสังหาริมทรัพย์แบบที่เค้ากำลังฮิตกัน เอาเงินไปซื้อลดหย่อนให้หมด เพื่อที่จะได้เสียภาษีน้อยๆ หรือว่าจริงๆ แล้วแค่เก็บไว้ในบัญชีธนาคารก็พอแล้ว? วันนี้มีเทคนิคการจัดสรรเงินมาฝากกัน เทคนิคนี้มีชื่อว่า ‘การบริหารเงิน 3 ก้อน’

3 Saving

สมมติเงินที่เราหามาได้คือก้อนสี่เหลี่ยมก้อนใหญ่ แล้วหลังจากที่เราตัดค่าใช้จ่ายต่างๆของเราออกแล้ว เราก็จะเหลือ ‘เงินออม’ ให้เราจัดสรรแบ่ง ‘เงินออม’ ของเราออกเป็น 3 ก้อน

ก้อนแรก คือ เงินสำหรับเป้าหมายการเงินระยะสั้น ระยะเวลาน้อยกว่า 3 ปี

เงินก้อนนี้เราจัดสรรไว้สำหรับเป้าหมายระยะสั้นๆ เช่น เงินสำรองฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แหล่งลงทุนต้องเป็นแหล่งลงทุนที่เน้น ‘สภาพคล่อง’ เป็นหลัก เรื่องผลตอบแทนเรื่องรองเพราะต้องเน้นเบิกง่ายถอนง่ายไว้ก่อน แหล่งลงทุนที่สามารถลงทุนได้ก็จะมีพวก เงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำ หรือถ้าเรามีความรู้เรื่องกองทุนรวมหน่อยก็สามารถไปลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงินหรือกองทุนรวมตราสารหนี้ก็ได้

ก้อนที่สองสำหรับเป้าหมายการเงินระยะกลาง ระยะเวลาตั้งแต่ 3 ปี ไปจนถึง 7 ปี

เป้าหมายระยะกลางโดยทั่วไปก็มี ซื้อรถ ซื้อบ้าน ดาวน์คอนโด ว่ากันไป แหล่งลงทุนที่ระยะกลางสามารถคาดหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้มากกว่าระยะสั้น แหล่งลงทุนที่แนะนำก็อาจจะเป็น กองทุนหุ้นบางตัว กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์หรือว่า REITs LTF หุ้นกู้ ก็เป็นทางเลือกเช่นกัน

ก้อนที่สามสำหรับเป้าหมายการเงินระยะยาว ระยะเวลาตั้งแต่ 7ปี ขึ้นไป

สำหรับเป้าหมายระยะยาว แน่นอนว่าเรื่องหลักก็จะมี เกษียณอายุ ค่าเรียนลูก เป็นต้น ซึ่งการลงทุนระยะยาวเราสามารถคาดหวัง ‘ผลตอบแทน’ ที่สูงขึ้นได้ เพราะตามหลักการลงทุนแล้วยิ่งลงทุนได้ยาวยิ่งมีโอกาสขาดทุนน้อยลง แหล่งลงทุนแน่นอนอยู่แล้วว่าต้องหนีไม่พ้น RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) หุ้น ประกันออมทรัพย์หรือแม้แต่การลงทุนทางตรงในอสังหาริมทรัพย์

iStock_91433541_MEDIUM-2

ซึ่งประโยชน์ของการแบ่งเงินในลักษณะ ‘เงิน 3 ก้อน’ จริงๆ แล้วช่วยลดความเสี่ยงได้ถึง 3 อย่างเลยนะ
1. ลดความเสี่ยงเรื่องการขาดสภาพคล่อง
ลองคิดดูว่าถ้าเราเอาเงินที่ควรวางอยู่ที่ ‘ระยะสั้น’ ไปวาง ‘ระยะยาว’ จะทำให้เราขาดสภาพคล่องได้ ลองคิดถึงว่าถ้าเรากำลังลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้วปล่อยเช่าอยู่ แล้วเราเกิดต้องการใช้เงินขึ้นมาแล้วขายอสังหาริมทรัพย์ไม่ออกก็จะทำให้เรา ‘ขาดสภาพคล่อง’

2. ลดความเสี่ยงเรื่องเงินไม่โต
การที่เป้าหมายการเงินเราเป็น ‘ระยะยาว’ แล้วเอาไปเก็บ ‘ระยะสั้น’ ก็จะทำให้เงินเราไม่โตตรงที่ว่า การลงทุนในระยะสั้นจะเป็นการลงทุนที่เน้นสภาพคล่องมากกว่าซึ่งผลตอบแทนโดยเฉลี่ยปัจจุบันน่าจะได้ประมาณ 1-3% แต่การลงทุนยาวจะเน้นผลตอบแทนมากกว่าสภาพคล่องซึ่งผลตอบแทนคาดหวังเราสามารถคาดวังได้สูงขึ้น

3. ลดความเสี่ยงเรื่องการลงทุนต่อ
ความเสี่ยงข้อนี้เป็นความเสี่ยงที่คนส่วนมากมองข้ามมากที่สุดคือการที่เราเอาเงินที่ควรวาง ‘ระยะยาว’ ไปวาง ‘ระยะกลาง’ แทน เพราะว่าการลงทุนในระยะกลางจริงๆ แล้วก็สามารถคาดหวังผลตอบแทนที่ใกล้เคียงระยะยาวได้เลย แต่ปัญหาจะอยู่ที่ว่าเงินของเราออกมาไม่ตรงช่วงเวลา ลองนึกภาพดูว่าถ้าเราต้องการวางเงินเพื่อเกษียณอายุตอน 55 ปี แล้วปัจจุบันเราอายุ 40 ปี แต่เราดันไปใช้ LTF เพื่อการวางแผนการเงิน พอเวลาผ่านไป LTF เกิดครบกำหนด 7 ปีเรียบร้อยแล้วเราก้สามารถถอนได้ แล้วตอนอายุ 47 ปี เราเกิดอยากได้บ้านใหม่ รถใหม่ คนเราเมื่อมีเงินอยู่ใกล้มือโอกาสที่จะถอนออกไปใช้มีสูงมาก!! สุดท้ายเงินที่เราเตรียมไว้ก็จะถูกนำไปใช้ผิดจุดประสงค์

ลองนำวิธีการบริหารเงิน 3 ก้อนไปใช้กันดูนะ เป็นวิธีการจัดสรรเงินที่ทำให้พอร์ตการเงินของเรานั้นมีระเบียบมากขึ้น และยังช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตเราได้อีกด้วย

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon