10 วิธีง่ายๆที่จะเนรมิตให้คุณดูปิ๊งว้าวและอ่อนกว่าวัย

posted: 1 year ago
1,184 views
10 วิธีง่ายๆที่จะเนรมิตให้คุณดูปิ๊งว้าวและอ่อนกว่าวัย

comments

ใครๆ ก็ต่างใฝ่ฝันอยากที่จะรูปร่างหน้าตาที่ดูอ่อนเยาว์กว่าวัย พูดง่ายๆ ก็คืออยากมี ‘หน้าเด็ก’ นั่นเอง แม้ว่าเราจะรู้กันอยู่แล้วว่ามีพฤติกรรมอะไรบ้างที่บ่อนทำลายสุขภาพและทำให้ใบหน้าของเราดูโทรมและไม่สดใส แต่บางครั้งเราก็ละเลยที่จะหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านั้น เอาเป็นว่า Rabbit Daily มีเคล็ดลับดีๆที่จะทำให้คุณดูร่าเริงสดใสและใบหน้าปิ๊งว้าวแลดูอ่อนกว่าวัยมาแนะนำกัน มาดูกันสิว่าวิธีที่จะทำให้หน้าเด็กแบบง่ายๆ ที่จะทำให้คุณงามสดใสจากภายในเปล่งปลั่งมาสู่ภายนอกนั้นมีอะไรบ้าง ?

1.สูตรอมตะ : พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ออกกำลังกาย

แม้จะเป็นสูตรอมตะที่หลายๆ คนทราบกันดี แต่กลับเป็นสิ่งที่ทำย๊ากยาก แม้ทุกคนจะรู้ว่าการนอนดึกส่งผลต่อสุขภาพแถมยังทำให้หน้าเราโทรมอีก แต่ก็ยังนอนดึกกันอยู่ได้ ส่วนเรื่องการออกกำลังกายเราก็รู้กันมาแต่ไหนแต่ไรว่ากีฬาๆ คือยาวิเศษ เอาล่ะต่อไปนี้ต้องลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง นอนพักผ่อนให้เพียงพอประมาณคืนละ 8 ชั่วโมง และหาเวลาไปออกกำลังกายอย่างน้อยครั้งละครึ่งชั่วโมง ให้เลือดลมเราสูบฉีดหน่อยเนอะ ผิวพรรณจะได้เปล่งปลั่งแถมได้สุขภาพที่แข็งแรงแถมมาอีกด้วย


2. ดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ

Drinking-clean-water

ในต่างประเทศเคยมีการทดสอบโดยให้อาสาสมัครดื่มน้ำวันละ 3 ลิตรเป็นเวลา 1 เดือน ปรากฏว่าใบหน้าของหญิงอาสาสมัครดูอ่อนวัยลงอย่างเห็นได้ชัด แต่คุณไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำรวดเดียวถึง 3 ลิตรหรอกนะ เพียงแค่ดื่มให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย หากเสียเหงื่อเยอะหรือใช้พลังงานเยอะก็ต้องดื่มเยอะหน่อย ที่สำคัญควรดื่มน้ำสะอาดนะ ลดการบริโภคเครื่องดื่มน้ำอัดลมหรือชา กาแฟที่ใส่คาเฟอีนและน้ำตาล น้ำดื่มสะอาดนี่ดีที่สุดแล้วล่ะ


3. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

อาหารมีประโยชน์

เคยได้ยินวลีที่บอกว่า You are what you eat ไหม ? หรือหมายความว่าอาหารก็คือตัวเรานั่นเอง เพราะอาหารทุกอย่างที่คุณรับประทานเข้าไปก็จะกลายเป็นพลังงานหล่อเลี้ยงร่างกายของคุณ เพราะฉะนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราควรเลือกรับประทานแต่ของที่มีประโยชน์ ยิ่งยุคนี้ไม่ว่าสาวๆ หรือหนุ่มก็หันมาใส้ใจอาหารสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารคลีนหรือชีวจิต ทั้งนี้เราควรเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ด้วย และลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือการสูบบุหรี่ เพราะสิ่งเหล่านี้มีแต่จะเผาผลาญสุขภาพของเรา (คนส่วนใหญ่จะทฤษฎีแน่น แต่ปฏิบัติค่อนข้างล้มเหลว…)


4. อย่าลืมทาครีมกันแดดทุกครั้งเมื่อต้องสู้แดด

ครีมกันแดด

ใครๆ ก็รู้ว่าเดี๋ยวนี้แสงแดดอัพเลเวลความรุนแรง เผาจนผิวพวกเราเกรียมปวดแสบปวดร้อนกันเป็นแถวๆ ซึ่งเหตุผลหนึ่งก็มาจากภาวะโลกกร้อนนี่แหละ เพราะฉะนั้นเมื่อเราออกนอกบ้านหรือต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งก็อย่าลืมทาครีมกันแดดป้องกัน เพราะนอกจากปกป้องผิวคุณจากรอยไหม้แล้ว ยังลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนังอีกด้วยนะ ที่สำคัญคือไอ้เจ้าแสงแดดนี่แหละที่กลายเป็นตัวการร้ายทำลายผิวหนังและฝากริ้วรอยไว้บนใบหน้าของพวกเรา เพราะฉะนั้นอย่าละเลยเด็ดขาด นอกจากนี้อาจใช้ครีมบำรุงประทินโฉมอื่นๆ ในการดูแลตัวเองควบคู่ไปด้วย


5. ร้องเพลงผ่อนคลายเมื่อมีเวลาว่าง

zingen-met-microfoon-2

การร้องเพลงเป็นการผ่อนคลายแบบหนึ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ สังเกตสิว่าคนชอบร้องเพลงส่วนใหญ่จะเป็นคนอารมณ์ดีนะ ไม่ว่าเสียงคุณจะไพเราะเสนาะหูหรือร้องแล้วเพื่อนๆ ต้องยกมือไหว้อ้อนวอนก็ตาม ไม่ต้องสนใจจ้ะชีวิตเป็นของเรา ร้องเพลงต่อไป เพราะการร้องเพลงนี้จะช่วยให้เราปลดปล่อยความเครียดและผ่อนคลายอารมณ์บูดบึ้งต่างๆ หากมีเวลาว่างก็อย่าลืมชวนเพื่อนๆ ไปฟังเสียงร้องเพลงคาราโอเกะของคุณนะ


5. เลี้ยงสัตว์เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน

สัตว์เลี้ยง

สัตว์เลี้ยงทุกประเภทนอกจากจะเป็นเพื่อนคลายเหงาให้คุณแล้ว ยังเป็นสัตว์บำบัดให้คุณอีกด้วยนะ โดยเฉพาะน้องหมาและน้องแมวที่มนุษย์อย่างเราๆ ยอมมอบตัวเป็นทาสกันทั่วโลก การเลี้ยงสัตว์มีข้อดีที่เห็นได้ชัดคือ คุณจะกลายเป็นคนที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีจิตใจเมตตา ก็อยู่กับเจ้าพวกนี้แล้วมันอารมณ์ดีนี่นา สังเกตง่ายๆ ทำไมเวลาที่เราอยู่กับพวกเจ้าสี่ขาขนปุยทุกคนจะต้องมี ‘เสียงสอง’ ไว้พูดคุยกับพวกมันใช่ไหมล่ะ ดังนั้นการเลี้ยงสัตว์ก็เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณอารมณ์ดีและดูเด็กกว่าวัย


6. พยายามลดการอยู่หน้าจอเป็นเวลานานๆ

smartphone-addiction

แม้ว่าการทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันในยุคนี้เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงหน้าจอจากสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ได้ แต่เราก็สามารถลดการอยู่หน้าจอเป็นเวลานานๆ ได้นะ โดยหลังการทำงานก็พยายามหากิจกรรมอย่างอื่นทำนอกเหนือจากการเลื่อนจอสมาร์ทโฟน เพราะแสงสีฟ้าจากหน้าจอเหล่านี้แหละเป็นอีกหนึ่งตัวการร้ายทำลายผิวและดวงตาของคุณ ตีนกาอาจมาเยือนคุณเร็วกว่าที่คิดอย่าหาว่าไม่เตือนนะจ๊ะ นอกจากนี้การจ้องหน้าจอนานอาจส่งผลให้วุ้นประสาทตาเสื่อมเร็วขึ้นด้วยนะ หากมีความจำเป็นต้องทำงานหน้าจอเป็นเวลานานๆ ก็หาน้ำตาเทียมมาหยอดตาหรือไม่ก็พยายามกระพริบตาบ่อยๆ และพักสายตาด้วยการมองต้นไม้สีเขียวๆ เพื่อให้เย็นตา


7. หัดเป็นคนมองโลกในแง่ดี

150109123502_1_900x600

คุณต้องรู้จักดึงพลังบวกและทัศนคติดีๆ มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันซะบ้าง เพื่อที่คุณจะได้เป็นคนมองโลกในแง่ดี พยายามมองทุกอย่างด้วยความสร้างสรรค์ และมีความปรารถนาดีมอบให้คนอื่นอย่างจริงใจโดยสม่ำเสมอ และอย่าลืมยินดีในความสำเร็จของผู้อื่นด้วย คุณรู้ไหมเวลาที่คุณมองโลกในแง่ลบหรือมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อผู้อื่นโดยที่ไม่พิจารณาการกระทำของตนเองนั้น ร่างกายของคุณจะปล่อยรังสีและพลังงานที่ไม่น่าเข้าใกล้ออกมา ซึ่งนั่นจะส่งผลให้ใบหน้าของคุณไม่สดใส เพราะเอาแต่คิดร้ายและริษยาคนอื่น ทางที่ดีควรปรับเปลี่ยนทัศนติและใบหน้าคุณจะดูสดใสขึ้น


8. จะเครียดทำไม…หัดเป็นคนอารมณ์ขันซะบ้าง

landscape-1448398700-gettyimages-455167984

รอยยิ้มนี่แหละเป็นการทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ที่ง่ายที่สุด ไม่ต้องกลัวว่าถ้ายิ้มแล้วจะมีรอยตีนกาขึ้น คิดเอาไว้ว่ายิ้มก็ส่วนยิ้ม ตีนกาก็ส่วนตีนกา ใครๆ ก็ต่างบอกว่ารอยยิ้มที่เปื้อนบนใบหน้าทำให้คนๆ นั้นดูอ่ออนเยาว์กว่าปกติ เคยได้ยินคำว่า ‘ยิ้มละลาย’ หรือ ‘ยิ้มแล้วโลกกสดใส’ บ้างไหมล่ะ นี่แหละคือหน้าที่ของรอยยิ้ม มันจะละลายความเคร่งขรึมของเราให้ดูเป็นมิตรและน่าคบหามากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นคุณควรหัดมีอารมณ์ขันซะบ้าง ไม่ว่าคุณจะเป็นคนตลกสายมุขแป๊ก ตลกหน้าตาย ตลกสายรับประทาน หรือตลกท่าทางก็แล้วแต่ ขอเพียงแค่คุณไม่จริงจังกับทุกอย่างเกินไปจนคนรอบข้างอึดอัดก็พอละ


9. เดินทางท่องเที่ยวเปิดหูเปิดตา

travel

การเดินทางท่องเที่ยวคือการเปิดหูเปิดตาและเปิดใจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การได้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ สัมผัสแสงแดด ทักทายภูเขา นอนนับดาว จะทำให้คุณสดชื่นและรู้สึกผ่อนคลายปลอดโปร่งมากขึ้น แน่นอนว่าเมื่อคุณได้ลองเอาใจไปพักผ่อนแล้ว ก็ย่อมส่งผลดีต่อร่างกายและแสดงออกทางสีหน้าของคุณ เวลาที่เราทำงานเหนื่อยๆ จนรู้สึกว่าหน้าแก่จังเลยช่วงนี้ ก็ลองหาเวลาว่างไปเดินทางท่องเที่ยวสถานที่ธรรมชาติสวยๆ วิถีสโลฟ์ไลฟ์เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ให้กับชีวิตบ้างเนอะ


10. สุดยอดเคล็ดลับคือการรู้จัก ‘ให้อภัย’

the-gang-1339281_960_720

สำหรับสุดยอดเคล็ดลับหน้าเด็กที่ดูเหมือนจะทำได้ง่ายๆ แต่กลับเป็นสิ่งที่ทำได้ยากที่สุดนั่นก็คือ ‘การรู้จักให้อภัย’ คุณลองคิดดูสิว่าชีวิตคนเราสูญเสียเวลาไปมากเท่าไหร่กับการยึดมั่นถือมั่นไม่ปล่อยวางต่อความเกลียดชังและความโกรธเคืองต่อใครสักคน ? หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เห็นด้วยกับคำพูดที่หลาย ๆคนบอกว่า ‘ชีวิตคนเราน่ะสั้น’ ถ้าอย่างนั้นเราควรจะปฏิบัติแต่สิ่งดีๆต่อกันใช่ไหมล่ะ เรียนรู้ที่จะให้อภัยผู้อื่น ให้อภัยต่อความผิดพลาดหรือความขุ่นเคืองที่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้แล้ว หากคุณทำได้คุณก็จะเป็นคนไม่อมทุกข์ มีแต่ความเป็นมิตรให้ผู้อื่น เพื่อน ๆก็อยากอยู่ใกล้ๆ คุณ

นอกจากนี้รู้หรือเปล่าว่าที่สุดของการให้อภัยนั่นคือ ‘การรู้จักให้อภัยตัวเอง’ หลายๆ คนใช้ชีวิตทั้งชีวิตวนเวียนกับความรู้สึกผิดต่อการกระทำบางอย่างในอดีต ทั้งนี้หากเรายอมรับและสำนึกผิดได้แล้ว เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะให้อภัยตัวเองและก้าวต่อไปนะจ๊ะ 🙂


แค่ 10 วิธีง่ายๆ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณมีความสดใสจากภายใน และย่อมส่งผลให้คุณอารมณ์แจ่มใส กระฉับกระเฉง มีชีวิตชีวา ใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้ ไม่ว่าคุณจะอายุเพิ่มขึ้นเท่าไหร่แต่หากคุณรู้จักดูแลตัวเองและปรับเปลี่ยนทัศนคติให้เป็นแง่บวกอยู่เสมอ อายุก็เป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น !


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon