ทำความรู้จักกับ ‘พระตำหนักแปรพระราชฐาน’ ทั่วประเทศไทย

posted: 1 year ago
1,169 views
ทำความรู้จักกับ ‘พระตำหนักแปรพระราชฐาน’ ทั่วประเทศไทย

comments

เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เสด็จไปยังพื้นที่ต่างๆ ในภูมิภาคทั่วประเทศไทยเพื่อทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจใกล้ชิดกับราษฎร พระองค์ทรงมีพระตำหนักประจำภาคต่างๆ เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานสำหรับทรงงาน นับว่าเป็นบุญของประชาชนชาวไทยที่ได้อยู่ใต้ร่มพระบารมีของมหากษัตริย์ ผู้ซึ่งห่วงใยปวงชนและทรงงานเพื่อความอยู่ดีกินดีของคนไทยอย่างไม่เคยทรงเหน็ดเหนื่อย

Rabbit Daily ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ โดยการรวมรวม ‘พระตำหนักแปรพระราชฐาน’ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ได้ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นในภาคต่างๆ

พระตำหนักแปรพระราชฐาน


พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน  กรุงเทพมหานคร

http://travel.mthai.com/
http://travel.mthai.com/

พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เป็นพระตำหนักในพระราชวังดุสิต สร้างเป็นตึก 2 ชั้นลักษณะสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2456 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว บริเวณรอบพระตำหนักมีการขุดคูและทำกำแพงรั้วเหล็กโดยรอบ มีประตู 4 ทิศ พระราชทานชื่อตามสวนจิตรลดาของพระอินทร์และท้าวโลกบาล

พระตำหนักจิตรลดารโหฐานเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ภายในพระตำหนัก มีสถานที่ทดลองโครงการส่วนพระองค์เกี่ยวกับการเกษตร เช่น โครงการนาข้าวทดลอง โครงการค้นคว้าวิจัยเชื้อเพลิง โครงการเลี้ยงปลานิล โครงการโคนม โรงนมผงสวนดุสิต โรงผลิตน้ำผลไม้ เป็นต้น


วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

พระราชวังไกลกังวล

วังไกลกังวล เป็นรโหฐานที่ประทับแปรพระราชฐานในต่างจังหวัด สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2469 เพื่อพระราชทานแด่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีพระบรมราชินี โดยสถาปนิกผู้ออกแบบสร้างเพื่อใช้งานในการแปรพระราชฐานในจังหวัดริมทะเล ทั้งนี้ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีพระบรมราชโองการประกาศยกเป็นพระราชวัง ดังนั้นจึงยังคงเรียกว่า วังไกลกังวล

วังไกลกังวลเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานช่วงฤดูร้อนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทั้งนี้หลังจากวันพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระราชินีนาถ ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จไปที่วังไกลกังวลเพื่อพักผ่อนพระราชอิริยาบถอีกด้วย


พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์  จังหวัดนราธิวาส

http://www.thailovetrip.com/
http://www.thailovetrip.com/

พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์เป็นสถานที่แปรพระราชฐานทางภาคใต้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งอยู่ด้านหน้าเขาตันหยง ริมฝั่งทะเลอ่าวไทย จังหวัดนราธิวาส โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2516 ลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นอาคารคอนกรีตก่ออิฐถือปูนทรงปั้นหยา ตัวเรือนประดับด้วยไม้ฉลุเป็นเรือนไม้ยกพื้นใต้ถุนสูง โดยทรงมีพระราชดำริให้สถาปนิกออกแบบให้มีรูปทรงประสานกลมกลืนกับอาคารบ้านเรือนแบบท้องถิ่นที่มีอยู่แต่ดั้งเดิม

ในอดีตนั้นจังหวัดนราธิวาสมีปัญหาด้านเศรษฐกิจและปัญหาความมั่นคง จึงทรงเลือกพื้นที่แห่งนี้สร้างพระตำหนักเพื่อเชื่อมโยงชาวพุทธและชาวมุสลิมเข้าด้วยกัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราษฎรมุสลิมเข้าออกเขตพระราชฐานได้ทุกเมื่อ นอกจากนี้ยังมีศูนย์ศิลปาชีพในพระตำหนักเพื่อจัดแสดงสินค้าซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถและยังเป็นศูนย์ฝึกอาชีพให้ประชาชนอีกด้วย


พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์  จังหวัดสกลนคร

http://esan108.com/
http://esan108.com/

พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ สร้างขึ้นที่บริเวณเทือกเขาภูพาน จังหวัดสกลนคร เมื่อ พ.ศ. 2518 โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเลือกพื้นที่สร้างด้วยพระองค์เองหลังจากทรงใช้แผนที่ทางอากาศและเสด็จสำรวจเส้นทางบริเวณป่าเขาและน้ำตก ภายในพื้นที่พระตำหนักจัดทำโครงการฟื้นฟูสภาพป่าคืนชีวิตสู่ธรรมชาติอีกด้วย มีจุดเด่นด้านงานภูมิทัศน์ที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับสวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมไม่ขาดสาย

ทั้งนี้พระตำหนักได้ใช้เป็นที่ประทับเพื่อเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรในภาคอีสาน ภายหลังทรงทราบความทุกข์ยากของราษฎรจึงได้เกิดโครงการพระราชดำริต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะโครงการหาแหล่งน้ำให้ประชาชนใช้อุปโภคบริโภคและพลิกฟื้นพื้นที่แห้งแล้งให้กลายเป็นพื้นที่ทำเกษตรกรรมแบบยั่งยืน


พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์  จังหวัดเชียงใหม่

http://thai.hotels2thailand.com/
http://thai.hotels2thailand.com/

ตั้งอยู่บนดอยบวกห้า อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,373 เมตร มีเนื้อที่ประมาณ 400 ไร่ พื้นที่บางส่วนเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน ปี พ.ศ. 2504 ใช้เป็นที่ประทับในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรม ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงงาน และเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ

ลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นแบบเรือนไทยภาคกลางที่เรียกว่า เรือนหมู่ ยกพื้นสูงหลังคาทรงไทย ภายในพระตำหนักมีห้องท้องพระโรงสำหรับรองรับพระราชอาคันตุกะ นอกจากนี้ยังมีพลับพลาหอนกเป็นที่ประทับทอดพระเนตรทัศนียภาพของเมืองเชียงใหม่ มักจะปิดห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวมาชมในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคมเนื่องจากเป็นช่วงที่เสด็จแปรพระราชฐาน


ในหลวงเยี่ยมราษฎร

พระตำหนักเหล่านี้นอกจากพระองค์ท่านทรงใช้เป็นสถานที่แปรพระราชฐานเพื่อพักผ่อนพระราชอิริยาบถแล้ว ยังเป็นสถานที่ทรงงานเพื่อใกล้ชิดกับประชาชน ทรงแก้ปัญหาด้านความเป็นอยู่ ที่ทำกินและการประกอบอาชีพให้ราษฎรอีกด้วย


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon