ทำความรู้จัก 10 สังเวียน ฟาดแข้ง ในศึก ยูโร 2016

posted: 2 years ago
ทำความรู้จัก 10 สังเวียน ฟาดแข้ง ในศึก ยูโร 2016

comments

ในศึกฟุตบอลรายการใหญ่อย่างการแข่งขันฟุตบอล ยูโร 2016 ในอีกไม่กี่วันนี้ จะมีการแข่งขันกันหลายนัดในหนึ่งวัน เลยทีเดียว เพราะฉะนั้น จะต้องการมีการสลับสับเปลี่ยนสนาม เพื่อการแข่งขันของแต่ละทีมอย่างเหมาะสม โดยในการแข่งขันครั้งนี้ ประเทศฝรั่งเศสเจ้าภาพ ได้เตรียมสนามไว้ 10 สนาม ซึ่งแต่ละสนามมีอะไรน่าสนใจกันบ้าง เราจะพาเพื่อนๆ ไปดูกัน

1. Stade de France

1
ภาพจาก : www.marca.com

‘สตาด เดอ ฟรองซ์’ สนามกีฬาแห่งชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของประเทศฝรั่งเศส และเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 8 ในทวีปยุโรป มีความจุถึง 81,000 ที่นั่ง ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงปารีส ในเมือง แซ็งเดอนี เคยผ่านการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาระดับโลกมาแล้วหลายรายการ อย่างเช่น การแข่งขันฟุตบอลโลก 1998, รักบี้ เวิลด์คัพ 1999, 2007 และ การแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์โลก 2003 โดยในการแข่งขันฟุตบอล ยูโร 2016 ในครั้งนี้ สตาด เดอ ฟรองซ์ ยังคงเป็นสนามที่ถูกเลือกให้เป็นสังเวียน นัดชิงชนะเลิศ และนัดเปิดสนาม ที่เจ้าภาพ ทีมชาติฝรั่งเศส จะพบกับ ทีมชาติโรมาเนีย ในวันที่ 10 มิถุนายน นี้ด้วย

2. Stade Velodrome

2
‘สตาด เวโลโดรม’
สนามกีฬาขนาดใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ สังเวียนแข้งซึ่งเป็นรังเหย้าของสโมสร ‘โอลิมปิก มาร์กเซย’ ยอดทีมของฝรั่งเศส เจ้าของสถิติ แชมป์ลีกเอิง 10 สมัย ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองมาร์กเซย จุแฟนบอลได้ 67,000 คน และเป็นสังเวียนที่มีความเก่าแก่ เคยผ่านการปรับปรุงมาแล้วถึง 3 ครั้ง ในปี 1984, 1998 และ 2014 หลังจากที่เปิดใช้ครั้งแรกมาตั้งแต่ปี 1937 โดยในรายการ ยูโร 2016 ครั้งนี้ สตาด เวโลโดรม จะเป็นสังเวียนฟาดแข้ง ในรอบแรก 4 นัด และอีก 2 นัด ในรอบควอเตอร์ไฟนอล และรอบรองชนะเลิศ อีกอย่างละนัด

3. Stade de Lyon

ภาพจาก : topimages.org
ภาพจาก : topimages.org

‘สตาด เดอ ลียง’ หรือ ‘Parc Olympique Lyonnais’ สนามกีฬาแห่งใหม่ของวงการกีฬาฝรั่งเศส ที่ถูกสร้างด้วยงบประมาณกว่า 415 ล้านยูโร มีความจุกว่า 59,000 ที่นั่ง เพิ่งเปิดใช้เป็นทางการครั้งแรก เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2016 เพื่อเป็นรังเหย้าแห่งใหม่ของทีม ‘โอลิมปิก ลียง’ เจ้าของแชมป์ลีกเอิง 7 สมัย ด้วยการที่เป็นสนามใหม่ และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสังเวียน ในศึก ยูโร 2016 ถึง 6 นัด ถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อม ก่อนถูกใช้เป็นสังเวียนการแข่งขัน ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก ที่ฝรั่งเศสรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพ ในปี 2019 ด้วย

4. Stade Pierre Mauroy

ภาพจาก : www.losc.fr
ภาพจาก : www.losc.fr

‘สตาด ปิแอร์ โมรัว’ สนามกีฬาอเนกประสงค์ และรังเหย้าของทีม ‘ลีลล์’ สร้างขึ้นในปี 2009 ด้วยความจุ 50,000 ที่นั่ง และเปิดใช้งานครั้งแรกในปี 2012 เป็นต้นมา ซึ่งจากที่เราบอกว่าเป็นสนามกีฬาอเนกประสงค์ ก็เพราะว่า นอกจากจะเป็นสนามฟุตบอลแล้ว ยังสามารถเปลี่ยนเป็นอินดอร์ในร่ม ขนาดความจุ 27,000 คน ได้ด้วย โดยเคยเป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตของ Rihanna นักร้องดัง ในการเดินสายโชว์ทั่วโลก ในปี 2013 มาแล้ว

5. Parc des Princes

ภาพจาก : fifaforums.easports.com
ภาพจาก : fifaforums.easports.com

‘ปาร์ค เดอ แพรงซ์’ นับว่าเป็นสนามที่มีสีสันมากที่สุด ในการแข่งขันฟุตบอลรายการนี้เลยก็ว่าได้ เพราะกลิ่นอายของความสำเร็จ และการเฉลิมฉลองยังคงอบอวลอยู่ทั่วบริเวณ เพราะเป็นสนามรังเหย้าของ ทีมแชมป์ลีกเอิง 4 สมัยติดต่อกัน อย่าง ‘ปารีส แซงต์ แชร์ก-แมง’ ที่ใช้พื้นที่แห่งนี้ เป็นรังรับผู้มาเยือนมาตั้งแต่ปี 1973 ‘ปาร์ค เดอ แพรงซ์’ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงปารีส สามารถรองรับแฟนบอลได้ถึง 48,000 ที่นั่ง และเคยเป็นสังเวียนที่ใช้ฟาดแข้งในการชิงอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 1998 มาแล้วด้วย

6. Stade de Bordeaux

ภาพจาก : www.entreprises.girondins.com
ภาพจาก : www.entreprises.girondins.com

‘สตาด เดอ บอร์กโดซ์’ สนามที่หากมองจากภายนอกจะเป็นสนามฟุตบอลที่มีรูปร่างแปลกตากว่าเพื่อน เพราะจะเห็นสนามเป็นรูปสี่เหลี่ยม อีกทั้งยังเป็นสนามหญ้าเทียมอีกด้วย โดยสนามแห่งนี้ถูกใช้เป็นรังเหย้าแห่งใหม่ของทีม ‘บอร์กโดซ์’ แชมป์ลีกเอิง 6 สมัย ที่เปลี่ยนมาใช้ตั้งแต่ ปี 2015 รองรับแฟนบอลได้ 42,000 ที่นั่ง

7. Stade Geoffroy-Guichard

ภาพจาก : www.stadiumguide.com
ภาพจาก : www.stadiumguide.com

การเว้นที่ว่างระหว่างอัฒจันทร์ทั้งสี่ฝั่ง นับเป็นเอกลักษณ์ของสนามฟุตบอลในประเทศอังกฤษ ซึ่งไม่อาจเห็นมากนักในประเทศอื่น แต่ไม่ใช่ที่ ‘สตาด เชฟฟรัว-กีชาร์’ สนามฟุตบอลในประเทศฝรั่งเศส ที่อยู่ห่างจากกรุงปารีส 500 กิโลเมตรสถานที่ซึ่งเคยเป็นสังเวียนมาแล้วทั้ง ฟุตบอลโลก 1998, ยูโร 1984 และฟุตบอลคอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 สนามแห่งนี้มีความจุ 42,000 ที่นั่ง เป็นสนามที่โดดเด่นไม่เหมือนใครประจำทัวร์นาเมนต์นี้

8. Stade de Nice

ภาพจาก : www.ogcnice.com
ภาพจาก : www.ogcnice.com

‘สตาด เดอ นีซ’ สนามเหย้าของสโมสร ‘นีซ’ หรือ ‘โฮม สเตเดียม’ และ ‘อลิอันซ์ ริเวียรา’ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส มีความจุ 35,000 ที่นั่ง เพิ่งเปิดใช้เป็นทางการในปี 2013 และจะได้ใช้เป็นสังเวียนในศึก ยูโร 2016 ในครั้งนี้ เพียงแค่ 4 นัด เท่านั้น คือ รอบแรก 3 นัด และ รอบ 16 ทีม อีก 1 นัด

9. Stade Bollaert-Delelis

ภาพจาก : www.lexpress.fr
ภาพจาก : www.lexpress.fr

‘สตาด โบลาร์-เดเลลิส’ สนามฟุตบอลรังเหย้าของทีม ‘ล็องส์’ ทีมระดับดิวิชั่น 2 ของฝรั่งเศส ที่ผ่านการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ๆ มามากมายนับตั้งแต่ถูกสร้างในปี 1933 นับตั้งแต่ ยูโร 1984, ฟุตบอลโลก 1998 และรักบี้ ชิงแชมป์โลก 1999, 2000 ก่อนถูกปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อศึก ยูโร 2016 โดยเฉพาะ ด้วยความจุ 38,000 ที่นั่ง

10. Stadium de Toulouse

ภาพจาก : 1img.org
ภาพจาก : 1img.org

‘สเตเดี้ยม เดอ ตูลูส’ หรือ ‘สเตเดี้ยม มูนิซิพัล’ (Stadium Municipal) รังเหย้าประจำของทีม ‘ตูลูส’ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ห่างจากกรุงปารีส 679 กิโลเมตร ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1937 เพื่อใช้ในรายการฟุตบอลโลก 1938 ก่อนปรับปรุงครั้งใหญ่ 2 ครั้ง ในปี 1949 และ 1997 และเป็นสนามแข่งขันรักบี้ประจำทีม สตาด ตูลูส ทีมรักบี้ประจำเมือง ซึ่งจากจุดเด่นในการจัดแข่งรักบี้นี่เอง ทำให้สนามแห่งนี้ไม่มีลู่วิ่ง ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสเกมอย่างใกล้ชิด โดยสนามฟุตบอลที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของฝรั่งเศสแห่งนี้ มีความจุ 33,000 ที่นั่ง

บรรยากาศของกองเชียร์และสภาพสนามเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญมากๆ เลยล่ะ ที่จะช่วยให้เกมฟุตบอลมีความสมบูรณ์แบบได้ ไม่เสียไปซึ่งอรรถรส สมกับที่แฟนบอลทั่วโลกต่างรอคอย


avatar
by bugbug

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon