ผลวิจัยเผย ว่าทำไมการ ‘สบตา’ ระหว่างสนทนากันถึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

posted: 8 months ago
ผลวิจัยเผย ว่าทำไมการ ‘สบตา’ ระหว่างสนทนากันถึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

comments

เพื่อนๆ อาจสงสัยว่าบางครั้งเวลาที่สนทนากับผู้อื่น ทำไมเขาถึงไม่ค่อยสบตาเรา และเลือกมองไปทางอื่นแทน? วันนี้เรามีคำอธิบายให้เพื่อนๆ เข้าใจกันว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นจากอะไร โดยนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ได้ทำการทดสอบกับอาสาสมัครจำนวน 26 คน โดยการให้พวกเขาเล่นเกมต่อคำศัพท์ ซึ่งขณะที่เล่นต้องมองหน้าของคนที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ไปด้วย



ผลที่ได้คือการต้องนั่งสบตากับใบหน้าที่หันมามองเรา ทำให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบใช้เวลาในการคิดคำศัพท์นานกว่าการที่ไม่ต้องสบตา จึงแสดงให้เห็นว่าการมองตากันจะทำให้การคิดคำพูดของเราเป็นเรื่องยากขึ้น โดยเฉพาะกับคำที่เราไม่คุ้นเคย ซึ่งนักวิจัยได้ออกมาบอกว่า ‘แม้กระบวนการการพูดและการสบตาจะไม่เกี่ยวกัน แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะไม่สบตาอีกฝ่ายขณะที่พูด และจากการทดสอบนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าทั้งสองอย่างนั้นมีการรบกวนซึ่งกันและกันอยู่’



เมื่อปี 2016 ก็ได้มีการวิจัยเรื่องของการสบตาของนักจิตวิทยาชาวอิตาเลียนที่ชื่อว่า Giovani Caputo โดยเขาได้ให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบสบตากับคนคนหนึ่งเป็นเวลานานถึง 10 นาที ซึ่งผลที่ได้ก็คือผู้ทดสอบหลายๆ คนถึงกับเห็นภาพหลอนว่าใบหน้าอีกฝ่ายกลายเป็นสัตว์ประหลาด กลายเป็นคนรู้จัก หรือแม้แต่เห็นว่าเป็นใบหน้าของตัวเอง



ผลลัพธ์ของงานวิจัยที่กล่าวไปเมื่อครู่เรียกว่า Neural Adaption หมายถึงการที่สมองเกิดการตอบสนองที่เปลี่ยนไปแม้ว่าสิ่งเร้าตรงหน้าจะยังคงเดิม ยกตัวอย่างเช่น การวางมือเอาไว้บนโต๊ะ เราจะรู้สึกทันทีในตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า เราก็จะลืมความรู้สึกไปว่าเรากำลังเอามือวางไว้อยู่บนโต๊ะ



Neural Adaption อาจเป็นสิ่งที่อธิบายให้กับงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกียวโตครั้งนี้ได้ว่าเป็นการตอบสนองที่ผิดเพี้ยนไปของสมองมนุษย์ แต่ถึงอย่างไรนักวิจัยชุดนี้ก็ตั้งใจว่าจะศึกษาเรื่องของการสบตาต่อไป โดยพวกเขาวางแผนเอาไว้ว่าครั้งต่อไปจะศึกษาในเรื่องของการใช้คำพูดและการใช้ภาษากายหรืออวัจนภาษา และดูว่าการสบตาจะทำให้เกิดผลที่แตกต่างกันหรือเปล่านั่นเอง


avatar
by เฟิ้ม
v(^_^)v

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon