ผู้ถือบัตรทองมีเฮ! สปสช.เพิ่มบริการ สถานพยาบาลรัฐ-เอกชน

posted: 8 months ago
ผู้ถือบัตรทองมีเฮ! สปสช.เพิ่มบริการ สถานพยาบาลรัฐ-เอกชน

comments

ปัจจุบันมีผู้ใช้สิทธิในระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ “บัตรทอง” อยู่ประมาณ 48 ล้านคน หรือกว่า 75% ของประชากรทั้งประเทศ ที่ใช้บริการทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชนที่เข้าร่วม แต่ในช่วงเดือนตุลาคม ปีที่ผ่านมา (2560) ได้มีโรงพยาบาลเอกชนหลายรายตัดสินใจออกจากระบบ ทำให้ผู้รับบริการได้รับความลำบากจากการต้องย้ายโรงพยาบาล โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครที่มีจำนวนผู้ใช้สิทธิบัตรทองสูงสุดในประเทศราวกว่า 2 แสนราย ต้องย้ายสิทธิไปใช้บริการโรงพยาบาลอื่นแทน



ทั้งนี้ ปัจจุบันสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ขณะนี้มีหน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนในระบบทั้งสิ้นจำนวน 12,109 แห่ง เป็นหน่วยบริการของรัฐสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 11,054 แห่ง, หน่วยบริการของรัฐนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 134 แห่ง, หน่วยบริการเอกชน 509 แห่ง, หน่วยบริการรัฐพิเศษ อาทิ สังกัด กทม., เทศบาลเมืองพัทยา 22 แห่ง และหน่วยบริการรัฐสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 390 แห่ง

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ตลอดทั้งปี สปสช.จะมีการปรับปรุงและเพิ่มเติมหน่วยบริการ เพื่อมุ่งดูแลประชาชน ไม่เพียงแต่ให้ได้รับบริการอย่างครอบคลุมและทั่วถึง แต่ยังเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนในการใช้สิทธิ์ด้วย ทั้งนี้หากประชาชนมีข้อสงสัยหรือต้องการรายละเอียดในการรับบริการภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพิ่มเติม สามารถสอบถามผ่านสายด่วนบัตรทอง 1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

โดยการดูแลผู้มีสิทธิ์กว่า 48 ล้านคน ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีหน่วยบริการเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญ เพื่อให้การรักษาพยาบาลและบริการสาธารณสุขเป็นไปอย่างครอบคลุมและทั่วถึง สปสช.จะมีการขยายหน่วยบริการประเภทต่างๆ ทั้งในส่วนภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสังกัดต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิเข้าถึงบริการเพิ่มขึ้น ล่าสุด สปสช.ได้จับมือร่วมกับหน่วยบริการประเภทต่างๆ เพื่อขยายการรองรับดูแลผู้มีสิทธิ์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีหน่วยบริการที่เข้าใหม่ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 ดังนี้

บัตรทอง

• หน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม จำนวน 9 แห่ง ได้แก่

1. ฤทธิเวชสหคลินิก จ.นนทบุรี
2. เอพีเอส คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมไตเทียม จ.นนทบุรี
3. บางใหญ่ไตเทียม คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมอายุรศาสตร์โรคไต จ.นนทบุรี
4. ชลเวช คลินิกเวชกรรมเฉพาะทางไตเทียม จ.ปทุมธานี
5. คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมอายุรศาสตร์โรคไตศาลายา จ.นครปฐม
6. สหคลินิกไตเทียมดีเดย์รีนัลแคร์ จ.มหาสารคาม
7. คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมอายุรศาสตร์โรคไต นพ.พิสิษฐ์ จ.อุบลราชธานี
8. คลินิกเวชกรรมเฉพาะทางอำนาจเจริญไตเทียม จ. อำนาจเจริญ
9.คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมไตเทียมในเมือง จ.ภูเก็ต

• หน่วยบริการปฐมภูมิ จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ รพ.สต.บ้านภูเพ็ก จังหวัดสกลนคร หน่วยบริการภาครัฐ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิภายใต้หน่วยบริการประจำโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้นอาจาโร

• หน่วยบริการร่วมให้บริการด้านทันตกรรม พื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 4 แห่ง ได้แก่

1. ประภัศร์คลินิกทันตกรรม
2. คลินิกทันตกรรมสตอรี่เดนทัลโฮม
3. คลินิกทันตกรรมบ้านหมอเม
4. คลินิกวีระชัยทันตแพทย์

• หน่วยบริการร่วมให้บริการด้านเวชกรรม พื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 แห่ง ได้แก่

1. เอ็มดีสหคลินิก
2. เอกชัยเวชการคลินิก



ขณะที่ ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลนครนนทบุรีที่ 6 จ.นนทบุรี สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เดิมเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอยู่แล้ว และขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมอีกประเภทหนึ่ง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไปเช่นกัน


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon