สวนหินแบบเซน กับความเป็นญี่ปุ่นขนานแท้

posted: 2 years ago
4,555 views
สวนหินแบบเซน กับความเป็นญี่ปุ่นขนานแท้

comments

feature-image

ภาพของมหาสมุทรอันเวิ้งว้างมีระลอกคลื่นแผ่วเบากระจายตัวออกเป็นวงอยู่บนผิวน้ำ ถูกสต๊าฟเอาไว้ในรูปของสวนหินสีขาวสะอาดตา เป็นภาพที่สะท้อนความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างดี แต่จะมีใครรู้บ้างว่า แนวคิดที่อยู่เบื้องหลัง สวนหินญี่ปุ่น นี้คืออะไร ทำไมสวนหินที่ดูธรรมดาเหล่านี้ ถึงได้เป็นที่นิยมนัก วันนี้เลยจะพาไปรู้จักสวนหินแบบ “เซน” กัน

เรื่องที่คุณอาจสนใจ: 4 สาเหตุที่ทำให้คนญี่ปุ่นมีความเอาใจใส่กว่าชนชาติอื่นมินิมาร์ทญี่ปุ่นเจ๋งกว่าไทยตรงไหน ทำไมน่าซื้อไปหมดเลยอิคคิวซัง เณรน้อยเจ้าปัญญา กับสงครามศาสนาพุทธในญี่ปุ่นโบราณ

Viriyah Insurance

สวนหินญี่ปุ่น มาจากไหน

“คะเระซันซุย” หรือที่เรารู้จักกันในนาม สวนหินญี่ปุ่น นี้ เป็นสวนที่ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพุทธนิกายเซน สายรินไซ ซึ่งมุ่งเน้นการเข้าถึงแก่นแท้ด้วยการนั่งสมาธิ

สวนหินญี่ปุ่น
มีการวาดลวดลายเป็นระลอกคลื่นคล้ายผิวน้ำแบบนี้

คำว่า “คะเระซันซุย” มีความหมายอย่างย่อจากบทสวนญี่ปุ่นของพจนานุกรมฉบับบิลิงเกลว่า

“พื้นภูมิแห้งแล้ง (สวน) ; สวนแห้งแล้ง. – เป็นชนิดสวนญี่ปุ่นที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งเริ่มมีขึ้นในยุคมุโรมาจิ (ค.ศ. 1392-1568) และปราศจากบ่อน้ำหรือสายน้ำใดๆ สวนชนิดนี้เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงพื้นภูมิธรรมชาติซึ่งมีองค์ประกอบของการจัดวางก้อนหิน, ทรายขาว, พืชจำพวกมอสและต้นไม้ที่ถูกจัดแต่ง ในหนังสือซาคุเทกิ (Sakuteiki) ซึ่งเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับการจัดแต่งสวนตั้งแต่สมัยเฮอัน (ค.ศ. 794-1185) ถ้อยคำเหล่านั้นบอกเล่าถึงศิลปะในการจัดวางหินในสวนไร้ธาตุน้ำ”

สวนหินญี่ปุ่น
หนังสือที่ว่าด้วยการจัดวางหินและแต่งสวน เขียนขึ้นในสมัยเฮอัน

ซึ่งสวนหินแบบญี่ปุ่นนี้ถือเป็นศิลปะมีชีวิต เพราะต้นไม้และพืชพรรณต่างๆ ในสวนจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยตามฤดูกาล และจะถูกตัดแต่งให้สวยงามเสมอ เปลี่ยนแปลงเรื่อยไปไม่จบสิ้น เช่นเดียวกับการจัดสวนที่ไม่มีวันเสร็จสิ้นสมบูรณ์

สวนหินญี่ปุ่น
ต้นไม้ไม่เคยหยุดเติบโต ทำให้สวนหินต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

รูปแบบการจัดวางของสวนลักษณะนี้จะต้องพิจารณาจากปัจจัยและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ในบริเวณนั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นตัวอาคาร ระเบียง หรือแม้แต่ระดับความสูงต่ำของเนินและพื้นที่ เป็นต้น เพื่อให้เป็นทัศนียภาพอันงดงาม และเอื้อต่อมุมมองของผู้ฝึกสมาธิที่สุด

04
มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับพื้นที่และสิ่งปลูกสร้าง

ความเป็นเซนที่เด่นชัดอีกอย่างหนึ่งในสวนหินนี้ก็คือ การวาดลวดลาย ถึงแม้ว่าจะเป็นสวนหินที่ไม่มีธาตุน้ำ แต่ก็จะมีการกวาดลวดลายให้มีลักษณะคล้ายมหาสมุทร แม่น้ำ หรือทะเลสาบ ในรูปของริ้วคลื่น เปรียบได้กับกับศิลปะการวาดพู่กัน ที่แค่จะวาดวงกลมที่สมบูรณ์แบบออกมาสักวงหนึ่งยังไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจะต้องมีสมาธิและจิตที่ว่างเปล่า ซึ่งนั่นหมายความว่า ในทางเดียวกันนั้น สวนหินแบบเซนก็ไม่ใช่สิ่งที่จะจัดแต่งกันได้ง่ายๆ แต่ผู้บำรุงรักษาจะต้องเข้าใจลักษณะพื้นฐานของสวน และปรัชญาในข้อนี้ด้วย

05
ศิลปะการวาดพู่กันแบบเซน

MuangThai Insurance

สวนหินญี่ปุ่น บอกอะไร

ถึงแม้จะกล่าวว่าสวนหินญี่ปุ่นนั้นมีการวาดลวดลายและจัดวางให้คล้ายกับมหาสมุทร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามีเจตนาจะจำลองภาพของผืนน้ำอันกว้างใหญ่นี้ เพราะสิ่งที่เซนต้องการจะสื่อผ่านสวนหินนั้นก็คือเรื่องของ จิตที่ปรุงแต่ง ดังคำกล่าวของพระไพศาล วิสาโล ที่ได้พูดถึงสวนหินของวัดเรียวอันจิแห่งเมืองเกียวโต ซึ่งยังคงมีความหมายคลุมเครือในสายตาของปุถุชนคนธรรมดา ว่าด้วยกลุ่มหินที่ถูกวางเอาไว้อย่างสมดุล 15 ก้อน ในพื้นที่ 248 ตารางเมตร โดยเชื่อกันว่าหากใครสามารถมองเห็นก้อนหินทั้งหมด 15 ก้อนได้ จะเป็นผู้บรรลุหลักธรรมสูงสุดของเซน

06สวนหินที่มีชื่อเสียงแห่งวัดเรียวอันจิ เมืองเกียวโต
สวนหินที่มีชื่อเสียงแห่งวัดเรียวอันจิ เมืองเกียวโต

“คงไม่มีก้อนหินที่ไหนสามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนได้มากมายเท่ากับ กลุ่มก้อนหินที่วัดเรียวอันจิแห่งเมืองเกียวโต วัดนี้เป็นที่กล่าวขานทั่วโลกว่ามีสวนเซนที่งดงามและลึกซึ้งยิ่ง แต่สวนดังกล่าวหามีต้นไม้ขึ้นสักต้นไม่ ยกเว้นตะไคร่น้ำและมอสแล้ว ในสวนมีแต่ก้อนหินที่จับกันเป็นกลุ่ม ๆ บนลานกรวดล้วน ๆ แต่รูปลักษณ์และตำแหน่งของหิน รวมทั้งลูกคลื่นบนลานกรวดสีขาว กลับมีมนต์ขลัง ตรึงใจผู้คนมานานหลายศตวรรษแล้ว และคงจะต่อไปนานเท่านาน

สวนหินนั้นกำลังบอกอะไรแก่เรา ? ภูเขาทะยานพ้นก้อนเมฆ ? หมู่เกาะกลางสมุทร? ผู้คนในห้วงสังสารวัฏ? หรือโลกสมมติที่กำเนิดจากปรมัตถ์? นี้เป็นปริศนาที่สายตาทุกคู่พยายามหาคำตอบ แต่ไม่เคยมีคำเฉลยจาก “ศิลปิน” ผู้จัดสวนนี้เลย หรือว่าคำตอบที่แท้และถูกต้องที่สุดนั้นหามีไม่ จะมีก็แต่คำตอบจากใจของแต่ละคน เราคิดอย่างไร เรียนรู้มาอย่างไร ก็เห็นอย่างนั้น เด็ก ๆ อาจเห็นเพียงแค่ก้อนหินธรรมดา ขณะที่นักท่องป่าเห็นขุนเขาและเสือทะยาน ส่วนนักพรตเห็นความว่างเปล่าของชีวิต

แต่ไม่ว่าจะเห็นอะไร สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ ไม่เคยมีใครเห็นก้อนหินในสวนแห่งนี้ครบ ๑๕ ก้อนเลย ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนในทิศทั้งสี่ เราจะเห็นก้อนหินได้อย่างมากที่สุดเพียง ๑๔ ก้อน หินหนึ่งหรือสองก้อนจะถูกบังและหลบหนีจากสายตาเราไปได้เสมอ

นี่เป็นปริศนาอีกข้อหนึ่งจากสวนหิน แต่ปริศนาข้อนี้ดูเหมือนจะเฉลยไม่ยาก พุทธศาสนาแบบมหายานนั้นถือว่า หมายเลข ๑๕ เป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์พร้อม สวนหินแห่งนี้อาจกำลังบอกเราว่า ปุถุชนคนเรานั้นไม่มีวันที่จะเห็นความจริงได้ครบถ้วน ไม่ว่าจะพยายามเพียงใด ย่อมมีความจริงบางส่วนบางแง่ที่เรามองไม่เห็น หรือคลาดจากสายตาของเราไป”

07
หรือจะวาดลวดลายเป็นแบบอื่นๆ ก็ได้นะ

 


avatar
by ด.ช.อไทย
มนุษย์

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon