รักลูกอย่างไรให้ถูกทางด้วยการสอนเรื่อง ‘การเงิน’

posted: 1 year ago
รักลูกอย่างไรให้ถูกทางด้วยการสอนเรื่อง ‘การเงิน’

comments

ปัญหาของคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ในยุคนี้ที่เจอกันมากที่สุดก็คือ ไม่ได้สอนลูกเรื่องเงินๆ ทองๆ ตั้งแต่เด็กๆ ทัศนคติที่เกี่ยวกับเงินตอนเด็กๆ จะเป็นปัจจัยหลักๆ ที่กำหนดอนาคตทางการเงินเด็กคนนั้นเลยก็ว่าได้ ดังนั้นเราควรหันมาใส่ใจทัศนคติเรื่องเงินของลูกเรา ของเด็กๆ ตั้งแต่วันนี้เลย เพราะถ้าลูกเราโตขึ้นจะเป็นอะไรที่แก้ไขยากมากๆ เรามาดูกันดีกว่าว่าเราจะสอนลูกเรื่อง ทัศนคติของเงินได้อย่างไรบ้าง

อย่างแรกที่ควรสอนเลยก็คือ “ไม่มีอะไรได้มาโดยง่าย” เราไม่มีทางได้ทุกอย่างที่เราต้องการในทันที การขัดใจลูกในบางครั้งก็เป็นสิ่งที่ “ต้องทำ” ด้วยซ้ำไป เพราะถ้าเวลาที่ลูกอยากได้อะไร แล้วพอเค้าไม่ได้ดั่งใจเด็กๆก็จะร้องไห้ งอแง แล้วสิ่งที่เด็กสามารถทำได้และทำได้ดีด้วยก็คือ การทิ้งตัวลงพื้นแล้วก็ “ร้องไห้”  แล้วถ้าเราสงสารเราก็จะซื้อของที่ลูกอยากได้ให้



แล้วถ้าเป็นแบบนี้บ่อยๆ เค้าก็จะจำไว้ว่าเวลาอยากได้อะไรให้ทิ้งตัวลงพื้นแล้วก็ร้องไห้ จะได้สิ่งที่เค้าต้องการแบบนี้ จะเป็นอะไรที่อันตรายมากๆ เพราะจะกลายเป็นนิสัยของเด็กๆ ไปเลย หรือแม้แต่เวลาที่เด็กๆ มาขออะไร แล้วเราก็ยื่นเงินให้เฉยๆ ไม่ได้สอนไม่ได้บอกอะไร ถ้าเป็นแบบนี้ ส่วนตัวคิดว่าอันนี้เป็นต้นเหตุของการที่ลูกเราจะไม่เห็นค่าของเงิน เพราะได้มาง่ายดายจนเกินไป

แต่สิ่งที่เราควรสอนที่เกี่ยวกับเรื่องของเงินก็คือ เวลาอยากได้อะไรต้องรู้จัก “อดออม” ที่ใช้คำว่า “อดออม” เพราะว่ามาจากกับว่า “อดทน” และ “เก็บออม” เงินเป็นสิ่งที่เราต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อได้มันมา แล้วเมื่อเราได้เงินมาเราก็จะสามารถนำไปซื้อของที่เราต้องการได้ แล้วถ้าในปัจจุบันเงินเรายังไม่เพียงพอในการซื้อของที่เราต้องการ แล้วถ้าลูกเดินมาขอเงินกับเราก็ไม่ควรยื่นให้ลูกทันที แต่สิ่งที่ควรทำก็คือตั้งเงื่อนไขขึ้นมาระหว่างพ่อแม่และลูก เพื่อให้เค้าได้สิ่งที่ต้องการ

Child holding a handful of pennies

เราต้องสอนให้ลูกรู้จัก “อดทน” รู้จักต่อสู้กับความอยาก ต้องรู้จัก “เก็บออม” จาก “ค่าขนม” ที่ได้รับในแต่ละวันต่างหาก แล้วถ้าเราจะให้รางวัลลูกก็อาจจะต้องเงื่อนไขขึ้นมา ถ้าของราคา 1,000 บาท ให้ลูกเก็บเงินให้ได้ 500 บาท แล้วเดี๋ยวพ่อแม่จะช่วยออกอีก 500 บาทก็เป็นทางออกที่ไม่เลวเหมือนกัน เพราะได้ประโยชน์ 2 เด้ง ประโยชน์เด้งแรกก็คือรู้จะเห็นค่าของเงินมากขึ้น เพราะเค้าต้อง “อดออม” มาโดยตลอดและรู้ว่ามันลำบากว่าจะเก็บเงินได้ ประโยชน์เด้งที่สองก็คือ เวลาที่เรารู้สึกลำบากเก็บเงินมากๆ เราต้องคิดเยอะเวลาที่ต้องซื้ออะไร ก็เป็นตัวช่วยที่ทำให้ลูกเราคิดแล้วคิดอีกทุกครั้งก่อนที่จะซื้ออะไรสักอย่าง เราต้องไม่ตามใจลูกไปซะทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่เป็น “การใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อย” เราต้องสอนให้เค้ารู้ว่าเวลาอยากได้อะไรต้องรู้จัก “อดทน” และ “เก็บออม”



และอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน เราควรปลูกฝังเรื่องการเป็น “หนี้” เสมอว่า การเป็นหนี้ “ไม่ใช่ทางออก” แต่การ “อดออม” คือทางออกที่ดีที่สุด ต้องให้เค้าเข้าใจว่าการเป็นหนี้นั้นเป็นง่ายแต่การเลิกเป็นหนี้นั้นยากมาก เพราะการเป็นหนี้ทำให้เรามีความสุขที่รวดเร็ว ความสุขจากการนำเงินที่เรากู้ไปซื้อของที่เราอยากได้ แต่การเป็นหนี้ คือการยืมเงินจากอนาคตมานั่นหมายความว่าเราต้องคืนพร้อม “ดอกเบี้ย” แล้วถ้าเรายืมเงินจากอนาคตมาเพื่อส่งเสริมความสุขในวันนี้ แน่นอนว่าอนาคตเราต้องลำบากต้องเป็นทุกข์จากการใช้จ่ายในวันนี้แน่นอน ตามหลักที่ในหลวงทรงสอนไว้ตลอดเวลาเรื่อง “ความพอเพียง” ถ้าเรารู้จักพอเพียงเราจะไม่มีวันลำบาก เราจะอยู่อย่างสุขสบาย แต่ว่าความพอเพียงไม่ใช่ต้องประหยัด ขี้งก ขนาดที่คนทั่วไปเข้าใจ แต่คือการไม่เป็นหนี้ ใช้จ่ายไม่เกินตัว มีเยอะใช้เยอะ มีน้อยใช้น้อย ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ของมือสอง อดมื้อกินมื้อ

สุดท้ายแล้วลูกเราจะเป็นตัวสะท้อนตัวตนของพ่อแม่เองว่ามีทัศนคติเรื่องเงินเป็นอย่างไร อย่าให้ลูกเราโตมาแล้วต้องมาบอกว่า “พ่อแม่รังแกฉัน” ความรักที่มีให้กับลูกคือสิ่งที่งดงามอยู่แล้ว แต่การรักให้ถูกทางเป็นเรื่องที่พ่อแม่ทุกคนควรใส่ใจกับเรื่องนี้ให้มาก เพราะถ้ารักลูกแต่รักผิดทาง สุดท้ายคนที่ทำร้ายลูกเรามากที่สุดก็คือตัวเราเนี่ยแหละ


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon