5 สัญญาณเตือน ที่บอกว่าคุณควร ‘เปลี่ยนงานใหม่’ ได้แล้ว

posted: 5 months ago
5 สัญญาณเตือน ที่บอกว่าคุณควร ‘เปลี่ยนงานใหม่’ ได้แล้ว

comments

การทำงานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เราใช้เวลาอย่างน้อยวันละ 8-12 ชั่วโมงหมดไปกับการทำงาน แน่นอนว่างานนั้นสร้างเงิน สร้างอนาคต รวมไปถึงสร้างวิสัยทัศน์ที่ดีให้เราในอนาคตด้วย ในเมื่องานสำคัญซะขนาดนี้ก็ย่อมมีอิทธิพลที่ส่งผลต่อสภาพร่างกายและจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากใครที่เจองานที่รักและสภาพแวดล้อมที่ดี ก็แฮปปี้แน่ๆ แต่ขณะเดียวกันอีกหลายคนอาจกำลังอยู่ในช่วงสับสน หรืออาจอยู่ในช่วงหมดไฟ ความคิดอยากเปลี่ยนงานเพื่อมองหาสภาพแวดล้อมใหม่ๆ อาจผุดเข้ามาในหัว rabbit daily จะมีบอก 5 สัญญาณเตือน ที่จะช่วยให้คุณหาคำตอบให้ตัวเองได้ง่ายขึ้นว่าควร ‘เปลี่ยนงานใหม่’ ได้หรือยัง ?



1. เริ่มมีทัศคติด้านลบต่อองค์กร

เปลี่ยนงานใหม่


แน่นอนว่าระหว่างการทำงานนั้นย่อมมีปัญหาเล็กๆ เกิดขึ้นเป็นธรรมดา แต่เมื่อปัญหาเหล่านั้นสะสมมากยิ่งขึ้น จนวันหนึ่งคุณเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีทัศนคติด้านลบต่อองค์กร เริ่มคิดเล็กคิดน้อยเกี่ยวกับปัญหาในที่ทำงาน ลามไปจนถึงรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวมันน่าหงุดหงิด และทำให้คุณอารมณ์เสียบ่อยกว่าปกติ นั่นแหละเริ่มเป็นสัญญาณเตือนข้อแรกที่แสดงให้เห็นว่าคุณไม่ได้รู้สึกภูมิใจในองค์กรของตัวเองอีกต่อไปแล้ว


2. รู้สึกว่ากิจวัตรประจำวันมันซ้ำซากจำเจ

เปลี่ยนงานใหม่


เมื่อคุณตื่นเช้ามาพร้อมกับอาการเบื่อหน่าย ไม่อยากไปทำงาน อาจจะเริ่มจากเช้าวันจันทร์ก่อน หลังจากนั้นก็จะเบื่อหน่ายในทุกๆ วัน เพียงแค่ลืมตาขึ้นคุณก็รู้แล้วว่ากิจวัตรในวันนี้จะเป็นยังไงบ้าง ? ทั้งนี้เป็นเพราะคุณทำกิจวัตรแบบเดิมๆ ซ้ำซากจำเจทุกวัน ตื่นเวลาเดิม เดินทางด้วยวิธีการเดิมๆ ทำงานแบบเดิมๆ เมื่อเป็นอย่างนี้นานๆ ทำให้คุณรู้สึกว่าชีวิตติดแหง่กอยู่กับที่ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น ทางที่ดีลองปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันให้แปลกใหม่ขึ้นบ้าง เช่น ลองตื่นให้เช้าขึ้น ลองเปลี่ยนวิธีเดินทางดูบ้าง และพยายามสร้างสีสันและความสนุกให้เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน น่าจะช่วยลดอาการเบื่อหน่ายลงไปได้เยอะ


3. หมดไฟ ขาดแรงบันดาลใจใหม่ๆ

เปลี่ยนงานใหม่


นอกจากสภาพแวดล้อมจะทำให้คุณเริ่มเบื่อหน่ายแล้ว บางครั้งเมื่อคุณเริ่มอิ่มตัวกับงานที่ทำ ก็อาจทำให้คุณรู้สึกหมดไฟได้เหมือนกัน เมื่องานไม่มีสิ่งใหม่ๆให้เรียนรู้ หรือไม่ได้เปิดโอกาสใหม่ๆสำหรับการเพิ่มพูนประสบการณ์ แน่นอนว่าจะทำให้คุณขาดแรงบันดาลใจที่จะนำมาสร้างสรรค์ผลงาน ยิ่งหากบางคนเริ่มรู้สึกว่าเส้นทางอาชีพของงานนี้ถึงทางตัน ไม่สามารถเติบโตได้อีกแล้ว บางทีก็ถึงเวลาที่คุณอาจจะต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ

4. รู้สึกเหงา โดดเดี่ยว แต่ก็ไม่อยากสุงสิงกับเพื่อนร่วมงาน

เปลี่ยนงานใหม่


สัญญาณที่สี่เป็นสัญญาณแจ้งเตือนระดับสีส้มที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของคุณอย่างชัดเจน เพราะคุณจะเริ่มรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว รู้สึกไว้วางใจใครในที่ทำงานไม่ได้ และกลายเป็นไม่อยากจะสุงสิงหรือทำกิจกรรมต่างๆ กับเพื่อนร่วมงาน จนทำให้ความสัมพันธ์ของคุณกับสังคมที่ทำงานไม่ค่อยจะราบรื่น เมื่อคุณไม่แฮปปี้มากๆ เข้า ก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ ปัญหาโรคต่างๆ ก็จะตามมาในภายหลังอย่างแน่นอน


5. คิดถึงเรื่องลาออกวันละหลายรอบ

เปลี่ยนงานใหม่


สัญญาณเตือนข้อสุดท้ายที่อยู่ในระดับสีแดง ส่งสัญญาณว่าคุณอาจมาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจเลือกว่าจะทำงานนี้ต่อไป หรือหางานอื่นที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิม ซึ่งแน่นอนว่าปัจจัยที่ทำให้คุณคิดถึงเรื่องลาออกวันละหลายรอบนั้นมีหลายสาเหตุด้วยกัน และเมื่อการตัดสินใจครั้งใหญ่มาเผชิญหน้า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ‘คุณต้องฟังเสียงของตัวเอง’ ถ้ามันบอกว่าถึงเวลาที่คุณต้องโยกย้ายเพื่อลองอะไรใหม่ๆ ก็ทำตามเหอะ หัวใจไม่เคยโกหก แม้ว่าบางทีคุณอาจรู้สึกว่ามันยากที่จะเชื่อมั่นในสัญชาติญาณของตัวเองก็ตาม แต่หากที่ทำอยู่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ก็ไม่เสียหายนี่นาที่คุณจะหันมาเชื่อมั่นในตัวเองและลองออกไปหาโอกาสงานใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นในอนาคต


สุดท้ายนี้ การจะเปลี่ยนงานหรือไม่นั้น คนที่จะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดก็คือ ตัวของคุณเอง หากมีสัญญาณเตือนครบทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมา ก็อาจถึงเวลาที่คุณต้องเริ่มตัดสินใจอะไรบางอย่างจริงๆแล้วล่ะ เพราะสัญญาณเหล่านี้ล้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจของคุณ บางครั้งการกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงก็เป็นความกล้าหาญที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งเลยเหมือนกันนะ


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon