10 อันดับ สัตว์กินคน ที่สยองเสียยิ่งกว่าในหนัง (ตอนที่ 2)

posted: 2 years ago
2,464 views
10 อันดับ สัตว์กินคน ที่สยองเสียยิ่งกว่าในหนัง (ตอนที่ 2)

comments

หลังจากที่เราได้ชม 10 อันดับ สัตว์กินคน ที่สยองเสียยิ่งกว่าในหนัง (ตอนที่ 1)  กันไปเมื่อคราวที่แล้ว มาวันนี้ เราจะยังตามติดกับ 5 อันดับ ที่เหลือของเหล่า สัตว์กินคน มาดูกันต่อเลยดีกว่า ว่าอันดับที่เหลือจะน่าสยองแค่ไหนกันเชียว!!

เรื่องที่คุณอาจสนใจ: 10 อันดับ สัตว์กินคน ที่สยองยิ่งกว่าในหนัง (ตอนที่ 1)สยอง! 10 วิธีประหาร ที่โหดเหี้ยมทารุณที่สุดในโลก

Viriyah Insurance

5 The Beast of Gevauden
ภาพวาดจำลอง “สัตว์ร้ายแห่งเชโวดอง” เหตุการณ์ สัตว์กินคน ลึกลับ เมื่อปี ค.ศ.1764 -1767

5. The Beast of Gevauden

“สัตว์ร้ายแห่งเชโวดอง” เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ สัตว์ทำร้ายคน ที่ลึกลับ เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1764 -1767 ที่เมืองเชโวดอง แคว้นโอแวร์ญ ประเทศฝรั่งเศส  จู่ๆ มีสัตว์ประหลาดที่ไม่รู้ว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่ ออกอาละวาดไล่ฆ่าผู้คนตายไปหลายราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและสตรีที่อ่อนแอ ส่วนจำนวนของ “สัตว์ร้าย” ตัวนี้มีจำนวนไม่แน่ชัด แต่คาดว่ามันน่าจะมีตัวเดียว

รูปร่างมันมีลักษณะตามคำบอกเล่าของผู้พบเห็นไม่ตรงกันสักราย แต่ก็พอสรุปว่ามันเหมือนหมาป่าตัวโตๆ เกือบเท่ากับวัว หัวโตมาก จมูกยาวแหลมและยื่น ขนสีเทาหูสั้นและฟันใหญ่ กรงเล็บขนาดใหญ่แหลมคม  และหางยาวดูเผินๆ ดูเหมือนหมาป่าที่ตัวโตมาก แต่พิเศษที่ต่างจากหมาป่าทั่วไปคือ เจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้เดินได้ด้วย 2 ขาหลัง เหมือนมนุษย์ไม่มีผิด!!  

จากรายงานมี 210 คน ถูกทำร้าย 113 คน ตกเป็นเหยื่อเสียชีวิต และ 98 คน ถูกกิน  ทำให้หลายคนเรียกว่าเป็นเป็นปีศาจที่มาจากนรก มีนายพรานหลายรายที่พยายามที่จะล่ามันแต่สุดท้ายก็ล้มเหลวต้องกลับบ้านด้วยมือเปล่า

จนกระทั่งปี 1767  นายพรานท้องถิ่นคนหนึ่งชื่อ จีน ชาลเตล (Jean Chastel) ได้จัดการเป่ามันด้วยปืนคาบศิลา (บางตำนานบอกว่าใช้กระสุนเงินยิง) ก่อนที่นำซาก “สัตว์ร้าย” ไปสตั๊ฟ และไปถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ก่อนที่จะนำซากนั้นไปฝัง และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา “เจ้าสัตว์ร้าย” ก็ไม่มาอาละวาดให้ผู้คนในเชโวดองอีกเลย

4 The Ghost and the Darknes
ภาพหลังจากการล่า “ผีร้าย” และ “ความมืด” ชื่อของสิงโตคู่ สัตว์กินคน ที่ออกอาละวาด ทำร้ายคนงาน

4. The Ghost and the Darknes

“ผีร้าย” และ “ความมืด” เป็นชื่อของสิงโตคู่กินคนที่ออกอาละวาดฆ่าคนงานก่อสร้างแรงงานทางรถไฟจากเคนย่าไปยูกันดา ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงธันวาคม 1898 โดยหลายคนขนานนามเหตุการณ์นี้ว่า “Tsavo maneaters”  เหตุกาณ์นี้เกิดขึ้น เมื่อทางการอังกฤษได้เริ่มต้นสร้างทางรถไฟข้ามแม่น้ำซาโว พวกเขากำลังผจญหน้ากับสิงโตคู่เพศผู้ พันธุ์ซาโว มันลากพวกคนงานจากเต้นท์ในเวลากลางคืน และกลืนพวกเขาเป็นอาหาร  

คนงานพยายามป้องกันสิงโตคู่นี้โดยการทำรั้วหนามรอบๆ ค่าย แต่ก็ไม่สามารถป้องกันมัจจุราชคู่นี้ได้เลย เพราะว่ามันฉลาดพอในการแก้ปัญหานี้ โดยการคลานผ่านรั้วลวดหนาม  หลายครั้งเข้าก็ทวีความรุนแรงและน่ากลัวขึ้น เพราะมันเริ่มล่าทั้งกลางคืน กลางวัน จนทำให้คนงานหวาดกลัว  คนงานหลายคนลังเลที่จะสร้างสะพานต่อ และบางคนหนีออกจากค่ายดีว่าจะรอเป็นเหยื่อของสิงโตปีศาจ

เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลทำให้เริ่มออกล่าสิงโตคู่นี้ชนิดเอาเป็นเอาตาย พวกเขาใช้เวลาเกือบ 9 เดือน กว่าจะก็ก็ฆ่าสิงโตทั้งสองได้ โดยสิงโตทั้งสองตัวมีขนาดใหญ่ถึง 3 เมตร (วัดจากจมูกถึงปลายหาง) นอกจากนี้จอห์นและคณะยังพบถ้ำที่เป็นที่อยู่ของมันซึ่งได้พบซากของผู้ตกเป็นเหยื่อของสิงโตจำนวนมาก มีทั้งกระดูก เสื้อผ้าและเครื่องประดับ เชื่อว่าน่าจะกินเหยื่อน่าสูงถึง 135 -140 คน

หลังจากที่จัดการสิงโตทั้งคู่ได้สำเร็จ เขาก็กลับมาทำสะพานต่อจนสำเร็จลุล่วงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1899 และจอห์นได้เขียนหนังสือที่เล่าเหตุการณ์นี้ในชื่อ “The Man-Eaters of Tsavo(1907)”

3 The Panar Leopard
ภาพหลังจากการล่าเสือดาวแห่งพานาร์ ที่ออกล่ากินคนในช่วงศตวรรษที่ 20 ได้สำเร็จ

Bangkok Insurance

3. The Panar Leopard

เสือดาวนั้น เป็นชนิดที่มีขนาดเล็กในจำนวนสัตว์ตระกูล “แมวใหญ่” และมักไม่ทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่กว่ามัน  หากแต่ที่จริงแล้ว เมื่อพบว่าเนื้อมนุษย์อร่อยมากกว่าอาหารอื่นๆ มันจะกลายเป็นเครื่องจักรสังหารอย่างแท้จริง เหมือนในกรณีเสือดาวแห่งพานาร์ ซึ่งเป็นเสือดาวกินคนที่ออกล่ากินคนในช่วงศตวรรษที่ 20 ในอำเภอคามาออน (Kamaon) ทางภาคเหนือของอินเดีย

ว่ากันว่า เจ้าเสือดาวนั้น ฆ่าและกินคนถึง 400 คน แต่สุดท้ายวลีที่ว่า “สุดท้ายมนุษย์ก็ยังเป็นสัตว์ที่น่ากลัว” นั้น คงจะจริง เพราะเจ้าเสือดาวนั้นได้พลาดท่า ถูกกระสุนนายพรานจนได้รับบาดเจ็บ มันหนีเข้าป่า และไม่ล่ามนุษย์อีกเลย แต่ในช่วงชีวิตสุดท้าย มันทำได้เพียงหนีนักล่าที่ไล่ล่ามัน

และผลสุดท้ายมันก็จบชีวิตในปี 1910 โดยนักล่าในตำนานอย่าง จิม คอร์เบ็ตต์ (Jim Corbett) นายพรานชาวอังกฤษ นักล่า นักอนุรักษ์ และนักธรรมชาติวิทยา ที่มีชื่อเสียงในการฆ่าเสือ และเสือดาวกินคนในประเทศอินเดีย  เขาได้เขียนหนังสือ Man-Eaters of Kumaon ที่เล่าประสบการณ์ของเขาในการล่าเสือดาวแห่งพานาร์จนโด่งดัง และอินเดียได้ตั้งชื่อเขตอุทยานแห่งชาติในคามาออนเป็นชื่อของเขา เพื่อเกียรติต่อเขาในปี 1957

2 The Champawat Tigress
ภาพหลังการล่า “เสือร้ายแห่งซัมพาวัต” ซึ่งได้รับการถูกจารึกชื่อว่า สัตว์ที่ฆ่ามนุษย์มากที่สุดในโลก

2. The Champawat Tigress

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชายแดนประเทศเนปาล และเมืองคาเมออน ประเทศอินเดีย ได้เกิดเหตุเสือเบงกอลไล่ล่าคนจำนวนมาก มันจะซุ่มทำร้ายคนกลางป่าเขา มีชายหญิง และเด็กตกเป็นเหยื่อมากมาย หลายคนเริ่มออกมากล่าวขนานมันว่ามันเป็นปีศาจหรือสิ่งที่ลงมาจากเบื้องบนเพื่อลงโทษพวกเขา มันชื่อ “เสือร้ายแห่งซัมพาวัต” และที่น่าสนใจคือ “มันเป็นเสือตัวเมีย”

เสือร้ายแห่งซัมพาวัต ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเสือที่ฆ่าคนกว่า 436 คน ถูกจารึกชื่อว่าเป็นสัตว์ตัวเดียวที่ฆ่ามนุษย์มากที่สุดในโลก หลังจากที่มันฆ่าคนกว่า 200 คน ในเนปาล ส่งผลทำให้ทางรายการไม่อยู่เฉย พวกเขาจัดการส่งกองทัพแห่งชาติเนปาลข้ามพรมแดนอินเดียเพื่อไปฆ่ามัน  นี้คงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ที่มีการใช้ทหารจำนวนมากในการฆ่าสัตว์เพียงตัวเดียว แต่ปรากฏว่าล้มเหลว กลับกลายเป็นว่ามันกลับเพิ่มชื่อเสียงให้แก่เสือตัวนี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

มันเพิ่มความกล้าหาญถึงขั้นข้ามพรมแดนเข้าสู่หมู่บ้านชัมพาวัต ประเทศอินเดีย โจมตีกลางวันแสกๆ และหากินรอบๆ หมู่บ้าน จนทำให้ชาวบ้านไม่กล้าออกจากกระท่อม และพวกเขามักหวาดกลัวทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงคำรามของมัน

ช่วงเวลานั้น ทางการอินเดียถึงขั้นเขียนป้ายเตือนหากมีผู้เดินทางมา ให้หลีกเลี่ยงเส้นทางอื่น และรัฐบาลอินเดียติดประกาศหานายพรานมือฉมังไปจัดการอย่างเร่งด่วน  สุดท้ายเจ้าเสือตัวนี้ก็ถูกยิง โดยจิม คอร์เบ็ตต์ (คนเดียวกับอันดับ 3) ในปี 1911 ซึ่งการกระทำครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านยกย่องเขาจนเปรียบเสมือนพราหมณ์ที่เบื้องบนส่งมาโปรด (นอกจากนั้นเขายังไม่เอาเงินรางวัล) และเรื่องราวประสบการณ์เหล่านี้ได้ถูกเขียนในหนังสือ Maneaters of Kumaon (1944)  

Gustave ตำนาน สัตว์กินคน ที่ยังคงมีลมหายใจอยู่
Gustave ตำนาน สัตว์กินคน ที่ยังคงมีลมหายใจอยู่

1. Gustave

“กุสตาฟ” จระเข้ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาและของโลก มันอาศัยและอาละวาดคนในบริเวณแม่น้ำลูซิซิและชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาปแทนแกนยิกา ประเทศบุรุนดี ทวีปแอฟริกา ด้วยความยาวกว่า 6 เมตร ฆ่าคนกว่า 300 คน และอาจมากขึ้นในอนาคต เพราะจนบัดนี้มันยังคงมีชีวิตอยู่ ถือเป็นสัตว์ฆ่ามนุษย์เพียงตัวเดียวที่ยังเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจ

ชาวบ้านในท้องถิ่นต่างบอกว่าสาเหตุที่มันล่ามนุษย์นั้น เพื่อความสนุกสนานของมันเท่านั้น หลักฐานคือเอกลักษณ์ประจำตัวมันคือ เมื่อมันฆ่าเหยื่อที่เป็นมนุษย์แล้ว มันจะเหลือซากทิ้งไว้ไม่ได้กินหมดแต่อย่างใด อีกทั้งมันฉลาดมาก เพราะเมื่อมันฆ่าคนแล้วมันจะหายไปอาจนานเป็นเดือน หรือเป็นปีมันจะออกมาอีกครั้งในสถานที่แตกต่างกันเพื่อฆ่าอีกครั้ง จนไม่สามารถคาดการได้ว่ามันจะปรากฏที่ใด  

นอกจากนี้ เจ้าจระเข้สุดเจ้าเล่ห์ยังมีความต้องการอาหารมากกว่าปกติ มันเคยถึงขั้นฆ่าช้างน้ำฮิปโปโปเตมัสตัวเต็มวัย และมันยังสามารถเอาชีวิตได้!!

แน่นอนว่าจนถึงกระทั่งปัจจุบัน แม้ว่าจะมีนายพราน หรือทหารติดอาวุธมาล่ามันก็ตาม แต่ก้ไม่มีใครสามารถตามล่าเจ้ากุสตาฟสำเร็จเลยสักคน!!

ตำนานของมันได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง  Primeval (ชื่อไทย โคตรเคี่ยมสะพรึงโลก) อีกด้วย 

 

จบไปเรียบร้อยแล้ว กับทั้ง 10 อันดับ เหล่าสัตว์ที่ลุกขึ้นมาไล่ล่ามนุษย์ บรื๋อ ก็ขออย่าให้มี 10 อันดับ สัตว์กินคน ยุคใหม่เลยก็แล้วกันนะ !!


avatar
by เฟิ้ม
v(^_^)v

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon