จริงหรือไม่? แค่เลี้ยงสัตว์ก็ช่วยบำบัดโรคได้

posted: 1 year ago
จริงหรือไม่? แค่เลี้ยงสัตว์ก็ช่วยบำบัดโรคได้

comments

“การบำบัดจิตใจด้วยสัตว์เลี้ยง” ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถช่วยในการบำบัดจิตใจให้กับผู้ที่มีอาการเหงาหรือซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันถือเป็นศาสตร์ที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากและมีความนิยมแพร่หลายเพิ่มมากขึ้นๆ โดยได้รับการยอมรับว่าสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์เพื่อใช้บำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยของมนุษย์ได้อย่างเป็นผลดี โดยสัตว์ที่นิยมนำมาใช้ในการบำบัดรักษามีทั้งสัตว์เลี้ยงและสัตว์ใช้งานทั่วไปได้แก่สุนัข แมว ปลา ม้า ซึ่งสัตว์แต่ละตัวสามารถใช้บำบัดรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของคนเราได้ ดังนี้



1. สุนัขบำบัด (Dog Therapy)

Man and his dog doing renovation work at home

สุนัขถือเป็นสัตว์เลี้ยงที่ใกล้ชิดกับคนมากที่สุด ดังนั้น จึงเป็นสัตว์ในลำดับต้นๆ ที่ถูกเลือกนำมาฝึกเพื่อใช้ในการบำบัดรักษาผู้ป่วย โดยสุนัขสายพันธุ์ที่นิยมนำมาใช้ได้แก่สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์, โกลเด้นรีทรีฟเวอร์,ชิสุ หรือพุดเดิ้ล เพราะมีพื้นฐานนิสัยไม่ดุร้าย เชื่องอารมณ์ดีช่างเอาอกเอาใจเจ้าของ ฉลาด กระตือรือร้นและรักสนุก นักกายภาพบำบัดจะนำสุนัขเข้ามาฝึกเพื่อช่วยผู้ป่วยที่เป็นโรคอัมพาตและอัมพฤกษ์ โดยการให้ได้ออกกำลังบริหารกล้ามเนื้อแขนและขาที่อ่อนแรง เช่น การเดินจูงสุนัขเดินไปรอบๆ สนาม การโยนไม้หรือลูกบอลออกไปให้ห่างตัวแล้วให้สุนัขคาบกลับมาให้ หรือการให้แปรงขนสุนัขก็เป็นการออกกำลังแขนได้ดีอีกวิธีหนึ่ง ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้าหรือมีอารมณ์ก้าวร้าวก็สามารถใช้สุนัขเข้ามาบำบัดได้โดยการให้เล่นกับสุนัข นั่งดูสุนัขที่วิ่งเล่นไปมาหรือดูการแสดงความสามารถของสุนัข ก็ช่วยทำให้เกิดความเพลิดเพลินใจและปรับอารมณ์ให้อ่อนโยนลงได้ดี


2. แมวบำบัด (Cat Therapy)

Cheerful woman lying on sofa holding a gringer cat

แมวเป็นสัตว์เลี้ยงอีกชนิดหนึ่งที่ใกล้ชิดกับคนมากพอๆ กันกับสุนัข ด้วยอุปนิสัยขี้อ้อน นุ่มนวลตัวเล็ก และน่ารัก จึงมักมีการนำแมวมาช่วยในการบำบัดรักษาผู้ป่วยด้วยเช่นกัน โดยมีการนำแมวมาฝึกให้นวดคนชราที่มีความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อร่างกายและผู้มีความผิดปกติของระบบการเคลื่อนไหวอย่างที่บ้านของผู้เขียนก็มีแมวตัวหนึ่งที่มีความสามารถในการนวดที่ช่วยนวดให้คุณแม่ของผู้เขียนอยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ การได้เล่นกับแมวหรือการลูบขนแมวยังช่วยทำให้ผ่อนคลายความเครียด และฝึกการใช้กล้ามเนื้อมือได้อีกด้วย แต่การเลือกแมวที่จะนำมาใช้บำบัดนั้นอาจต้องเลือกแมวบ้านหรือแมวที่ถูกเลี้ยงโดยคนมาตั้งแต่เกิดเพราะโดยสัญชาตญาณของแมวแล้วจะไม่เชื่องง่ายเหมือนสุนัข ดังนั้น หากนำแมวที่ไม่คุ้นเคยมาใช้อาจถูกทำร้ายโดยการถูกข่วนหรือถูกกัดได้


3. ปลาบำบัด (Fish Therapy)

Couple choosing aquarium fish

ปลานับเป็นสัตว์อีกชนิดหนึ่งที่ใกล้ชิดกับคนมาช้านาน ทั้งเป็นอาหารและเป็นสัตว์ที่เลี้ยงไว้เพื่อความสวยงามช่วยในการผ่อนคลายความเครียด การบำบัดด้วยปลามักใช้ปลามาทำสปาโดยมีจุดประสงค์ช่วยให้ผู้ป่วยได้ผ่อนคลายและกำจัดสิ่งสกปรกที่เท้าที่เป็นบ่อเกิดแห่งเชื้อโรคทั้งหลาย การบำบัดโรคโดยนิยมนำปลาการ่า ปลาเอสพี มาใช้ ปลาเหล่านี้สามารถดูดเอาเซลล์ผิวหนังที่ตาย แบคทีเรียและเชื้อราที่ก่อให้เกิดกลิ่นอับที่เท้าออกไปได้ อีกทั้งน้ำลายของปลายังปล่อย Enzyme Diathanol ออกมาซึ่งเอนไซม์นี้ทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นผิวให้เกิดเซลล์ใหม่และช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวเก่าที่สึกหรอ ทำให้ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื่นขึ้นจึงลดรอยแตกที่ส้นเท้าได้เป็นอย่างดี แต่การบำบัดโดยใช้สปาปลาไม่ควรซื้อปลามาทำเองแต่ควรรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ดำเนินการหรือให้แพทย์เป็นผู้แนะนำ เพราะปลาแต่ละชนิดมีคุณสมบัติไม่เหมือนกันจึงอาจเป็นอันตราย และบ่อน้ำที่ใช้นั้นต้องอยู่ในระบบที่ควบคุมความสะอาดและกำจัดเชื้อได้ด้วย จึงควรอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น


4. ม้าบำบัด (Hippotherapy)

Young woman riding horse

ม้าเป็นสัตว์ที่คนเลี้ยงไว้ใช้งานตั้งแต่สมัยโบราณ ในการเป็นพาหนะในการเดินทางและในการทำศึกสงคราม เพราะฉะนั้นม้าจึงเป็นสัตว์ที่ใกล้ชิดกับคนมากและสามารถฝึกให้ใช้ประโยชน์ได้ ปัจจุบันมีการนำม้ามาฝึกในการช่วยบำบัดเด็กที่สมาธิสั้นและเด็กออทิสติก การบำบัดด้วยม้าจะช่วยในเรื่องของการทรงตัวบนหลังม้า จึงช่วยควบคุมในเรื่องการเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างดี เพราะเด็กออทิสติกส่วนใหญ่มักอยู่ไม่ค่อยนิ่งการให้เขาได้อยู่บนหลังม้าจะช่วยลดความวุ่นวาย ความก้าวร้าวและช่วยฝึกจิตใจให้สงบ มีสมาธิได้มากยิ่งขึ้น เมื่อทำได้จะทำให้มีความเชื่อมั่นในตนเองและมีความภาคภูมิใจในตนเองเพิ่มมากขึ้น



นอกจากสุนัข แมว ปลาและม้าแล้ว ยังมีสัตว์ชนิดอื่นๆอีกหลายชนิดที่มีผู้นำมาช่วยในการบำบัดรักษาผู้ป่วย เช่น กระต่าย หนู ปลาโลมา แต่สิ่งที่สำคัญในการนำสัตว์มาใช้ในการบำบัดนั้น คือสัตว์ทุกตัวต้องผ่านการฝึกมาแล้วอย่างดีจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจเกิดอันตรายจากการที่ถูกสัตว์ทำร้าย นอกจากนี้ สัตว์ที่เลือกใช้ต้องมีสุขภาพอนามัยที่ดี เช่น เป็นสุนัขและแมวที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วอีกทั้งต้องเป็นสัตว์ที่มีนิสัยเชื่องไม่ดุร้าย

baby rabbit in a field of green wheat


สำหรับประเทศไทยได้มีการนำม้ามาใช้บำบัดอย่างจริงจังแล้วในบางหน่วยงาน เช่นที่กรมการสัตว์ทหารบกได้จัดให้มีโครงการอาชาบำบัด เพื่อช่วยบำบัดเยาวชนที่มีความผิดปกติพิการทางร่างกายจิตใจและอารมณ์หรือเยาวชนที่มีปัญหาด้านสุขภาพอื่นๆ เช่น โครงสร้างร่างกายผิดปกติ สมาธิสั้น เด็กออทิสติก โดยนำม้าของชมรมนักกีฬาขี่ม้ากรมการสัตว์ทหารบกมาใช้ในการบำบัดโรคต่างๆ ดังกล่าว

iStock-583997452


หรืออย่างที่สถาบันราชานุกูลและบ้านพักคนชราบางแห่ง ได้มีการทดลองใช้สัตว์เลี้ยงบำบัดกับผู้ป่วยทางจิตและคนชรา ที่โรงพยาบาลกล้วยน้ำไทและโรงพยาบาลกรุงเทพเลือกใช้สุนัขในการบำบัดคนชรา รักษาผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต

Senior women stroking a dog


การใช้สัตว์บำบัดเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษา ฟื้นฟูและเยียวยาผู้มีอาการเจ็บป่วยหรือมีปัญหาเกี่ยวกับร่างกาย จิตใจอารมณ์ แต่สำหรับคนปกติที่มีความแข็งแรงดี ไม่ได้เป็นโรคภัยไข้เจ็บอะไร ก็สามารถใช้สัตว์มาช่วยทำให้เกิดประโยชน์มากมายได้อย่างน้อยการที่เราเลี้ยงสุนัขหรือแมวซักตัวไว้เป็นเพื่อนก็ช่วยทำให้เราหายเหงา ผ่อนคลายความเครียด สร้างสมาธิให้สงบ ทำให้อารมณ์ดี อีกทั้งการที่เราให้ความรักและความเมตตากับสัตว์ที่เราเลี้ยง เราก็จะได้เพื่อนที่ซื่อสัตย์ที่รักเรา แค่นี้ก็ดีมากพอแล้ว


ขอบคุณบทความจาก ดร.แพง ชินพงศ์


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon