สินเชื่อบ้าน กับความเชื่อผิดๆ 5 ข้อ

posted: 4 years ago
สินเชื่อบ้าน กับความเชื่อผิดๆ 5 ข้อ

comments

สินเชื่อบ้าน

การจะซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัยสักหลังนั้น ถือเป็นเรื่องที่ใหญ่ และหมายถึงภาระอันหนักอึ้งที่จะตามมา เพราะหากคุณไม่ได้มีเงินถุงเงินถัง หรือครอบครองมรดกร้อยล้านแล้ว คุณอาจจะต้องมองหาตัวช่วยอื่น อย่าง สินเชื่อบ้าน ที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปอย่างเราๆ ได้มีโอกาสเป็นเจ้าของเคหะสถานในฝันได้ด้วยการผ่อนชำระกับหน่วยงานหรือองค์กรผู้ให้กู้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเราพบว่าหลายคนยังมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องการขอ สินเชื่อเพื่อบ้าน อยู่ไม่น้อย ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างต่อไปนี้

Viriyah Insurance

1. เก็บเงินเพียงแค่ให้พอดาวน์

จริงอยู่ว่าขั้นตอนแรกสู่การกู้ สินเชื่อบ้าน คือเงินดาวน์ ซึ่งส่วนใหญ่คือเงิน 10% จากราคาบ้านเท่านั้น แต่อย่าลืมว่า นอกจากเงินดาวน์แล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายยิบย่อยอื่นๆ ที่คุณต้องรับผิดชอบด้วย อาทิ ค่าอากรแสตมป์ ค่าธรรมเนียนในการดำเนินการ ค่าธรรมเนียมในการประเมินราคา ค่าที่ปรึกษากฎหมาย และการประกัน สินเชื่อที่อยู่อาศัย เป็นต้น

สินเชื่อเพื่อบ้าน

2. ยิ่งดาวน์สูงยิ่งดี

การวางเงินดาวน์สูงๆ (โดยเฉพาะการวางเงินดาวน์สูงกว่าที่หน่วยงานที่ให้กู้ต้องการ) อาจหมายถึงเงินที่ต้องชำระในแต่ละงวดที่ลดน้อยลง แต่ในขณะเดียวกันก็หมายถึงภาระเกี่ยวกับค่าซ่อมบำรุงต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากคุณไม่ได้มีเงินสำรองมากพอ ขอให้เก็บเงินส่วนนี้ไว้ใช้ในยามฉุกเฉินจะดีกว่า

3. ผ่อนชำระมากๆ จะได้ได้สิทธิ์ครอบครองบ้านไวๆ

การผ่อนชำระมากกว่าที่ทางหน่วยงานผู้ให้กู้เรียก อาจช่วยอะไรคุณไม่ได้มาก เว้นเสียแต่คุณจะคุณใช้บริการ สินเชื่อบ้าน แบบยืดหยุ่นได้ที่คุณสามารถปรับ หรือโปะเงินที่ชำระในแต่ละงวดได้ตามความคล่องตัวของสภาพการเงินในแต่ละเดือน

Bangkok Insurance

4. การรีไฟแนนซ์ สินเชื่อบ้าน เป็นความคิดที่ผิด

ในการพิจารณาเพื่อรีไฟแนนซ์ จะต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง อัตราดอกเบี้ยที่ต้องชำระให้แก่ผู้ให้กู้เจ้าปัจจุบันกับเจ้าที่ต้องการรีไฟแนนซ์ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจตามมาในการรีไฟแนนซ์ด้วย ดังนั้นจึงควรศึกษาเรื่องการรีไฟแนนซ์ สินเชื่อเพื่อบ้าน ให้ดีก่อนตัดสินใจกระทำการใดๆ

สินเชื่อที่อยู่อาศัย

5. รอให้ถึงอายุที่เหมาะสมสำหรับการถือครองกรรมสิทธิ์ที่อยู่

ผู้ใหญ่หลายคนมักแนะนำผู้ที่มีอายุน้อยกว่าว่าอย่าเพิ่งเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวพันกับการกู้ยืมเงิน เพราะนั่นอาจหมายถึงภาระในอีกหลายสิบปีเลยทีเดียว แต่ในขณะเดียวกันก็ว่ากันว่า ธนาคารผู้ให้กู้บางแห่งก็ไม่ปล่อย สินเชื่อบ้าน ให้แก่ผู้กู้ที่อายุมากกว่า 35 ปีเสียแล้ว ดังนั้นถ้าหากเรามีกำลังมากพอที่จะผ่อนชำระ จะมีเวลาไหนที่เหมาะแก่การครอบครองบ้านไปมากกว่านี้ล่ะ

หลังจากได้ปรับความเข้าใจและทัศนะคติที่มีต่อ สินเชื่อเพื่อบ้าน ใหม่แล้ว หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ และสามารถนำไปปรับใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ตัวคุณเองในอนาคตได้ไม่มากก็น้อย


avatar
by admin

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon