หนังเด่นจากการจัดอันดับของ BBC ที่คุณต้องดูสักครั้งในชีวิต (Part 1)

posted: 2 years ago
1,258 views
หนังเด่นจากการจัดอันดับของ BBC ที่คุณต้องดูสักครั้งในชีวิต (Part 1)

comments

เมื่อไม่นานมานี้ทาง BBC ได้มีการออกประกาศที่สำคัญต่อวงการภาพยนตร์พอสมควรเลยล่ะครับเกี่ยวกับอันดับหนังทั้ง 100 เรื่องที่เรียกได้ว่าดีที่สุดในยุคศตวรรษที่ 21 ผ่านทัศนะของผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาพยนตร์หลายต่อหลายท่านที่ได้ลงคะแนนเสียงอย่างเป็นเอกฉันท์ว่านี่แหละคือสุดยอดภาพยนตร์ที่เจ๋งจริงๆ เรามาดูกันเลยดีกว่าครับว่ามีเรื่องอะไรบ้าง และเป็นเรื่องในดวงใจของคุณด้วยรึเปล่า

A.I. Artificial Intelligence (Steven Spielberg, 2001)

หนังโลกอนาคตในแบบเศร้าๆ ที่เรียกน้ำตาผู้ชมไปได้หลายคนเลยทีเดียวกับเรื่องราวความรักของหุ่นยนต์เด็กนามว่า เดวิด ที่ถูกรับมาเลี้ยง โดย โมนิก้าและเฮนรี่ สวินตั้น เยี่ยงเด็กธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่แล้วเรื่องราวที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับตัวเดวิดและเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาออกผจญภัยเพียงเพื่อที่จะได้กลับมาอยู่กับแม่ของตนอีกครั้งโดยมีเพื่อนเป็นเจ้าหมีซุปเปอร์ทอยมาร่วมผจญภัยไปด้วยกันในโลกอนาคตที่เต็มไปด้วย หุ่นยนต์ การทรยศ และ สิ่งต่างๆ มากมายให้เด็กน้อยจักรกลได้เรียนรู้

ภาพยนตร์เรื่อง A.I. (เริ่มถ่ายทำในปี 2000) กำกับโดย Steven Spielberg สุดยอดผู้กำกับแห่งวงการฮอลลีวูด ตัวหนังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Osacar ถึง 2 สาขาด้วยกันด้าน Visual Effect และ Original Score และยังได้รับเกียรติให้เข้าเป็นหนึ่งในสุดยอดภาพยนตร์ 100 อันดับที่ดีที่สุดในศตวรรษที่ 21 ผ่านการโหวตของผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาพยนตร์ ซึ่งผมขอแนะนำให้ทุกๆ ท่านไปติดตามภาพยนตร์เรื่องนี้กันรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

The Wolf of Wall Street (Martin Scorsese, 2013)

ภาพยนตร์ที่แสดงนำโดย ลีโอนาโด ดิคาปริโอ (Leonardo DiCaprio) เรื่องราวของมหาเศรษฐีนาม จอร์เดน เบลฟอร์ต ที่ได้รับสมยานามว่าเป็นหมาป่าแห่ง Wall Street กับเรื่องราวชีวิตของเขาตั้งแต่เริ่มต้นเข้าสู่โลกแห่งการเงินมาจนถึงตกต่ำที่สุด ถือเป็นหนังอีกเรื่องที่ดูแล้วได้ความคิดอะไรใหม่ๆ รวมทั้งแรงบันดาลใจเยอะเลยทีเดียว

ตัวภาพยนตร์ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม,เอ็มทีวีมูวีอวอดส์ สาขานักแสดงตลกยอดเยี่ยม,เอ็มทีวีมูวีอะวอดส์สาขาฉากสุดฮา และ คริติกส์ชอยส์มูฟวี่อวอร์ด สาขานักแสดงชายแนวตลกยอดเยี่ยม

Before Sunset (Richard Linklater, 2004)

ภาพยนตร์โรแมนติคที่ควรหามาดูให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต (ตัวเรื่องมีทั้งหมด 3 ภาคด้วยกันคือ before sunset, before sunrise และ before midnight) ตัวหนังบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคนแปลกหน้าคู่หนึ่งที่บังเอิญได้มาเจอกันที่กรุงเวียนนาโดยพวกเขาสัญญากันว่าจะมาเจอกันในอีก 6 เดือนให้หลัง แต่แล้วเมื่อถึงเวลาทั้งคู่ก็ไม่สามาถมาเจอกันได้ดังเช่นที่ได้พูดคุยกันเอาไว้ แต่กลับมาพบกันหลังจากผ่านไป 9 ปีโดยที่พวกเขามีเวลาอยู่ด้วยกันเพียงแค่ 1 วันเท่านั้นก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน

ตัวภาพยนตร์เรื่องนี้ค่อนข้างจะเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันไปในวงกว้างอย่างแพร่หลายมากๆ ในหมู่นักวิจารณ์หนังจากสำนักต่างๆ  และได้รับรางวัล สมาคมนักวิจารณ์หนังแห่งเมืองบอสตัน, รางวัลออสการ์สาขาบทยอดเยี่ยม และ รางวัลจากสถาบันต่างๆ อีกมากมาย

The Hurt Locker (Kathryn Bigelow, 2008)

ภาพยนตร์แนวสงครามดราม่าเกี่ยวกับทหารกล้าที่เข้าไปสู้รบในสมรภูมิที่อิรัก สิ่งที่พิเศษสำหรับหนังเรื่องนี้นอกจากจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสงครามแล้ว มันยังได้สร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมาบนเวทีออสการ์ด้วยการที่ผู้กำกับหญิงอย่าง แคทริน บิเกโลว์  ก้าวขึ้นมาคว้ารางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมในฐานะของผู้หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ไปอย่างสมเกียรติ

Inception (Christopher Nolan, 2010)

ถ้าหากพูดถึงหนึ่งในภาพยนตร์ชั้นแนวหน้าของโลกที่ปัจจุบันนี้ยังคงมีคนพูดถึงมากที่สุดในโลกแล้วล่ะก็ ภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องติดอันดับมาแน่ๆ ครับโดยเฉพาะภาพของลีโอนาโด ที่คนยังคงตัดต่อเอาไปทำเป็น Meme (ภาพตลก) เรื่องราวดังที่ใครหลายๆ น่าจะพอทราบกันอยู่แล้วเกี่ยวกับการเจาะเข้าไปสู่โลกแห่งความฝันที่แฝงไปด้วยปรัชญามากมายตามภาษาของ คริสโตเฟอร์ โนแลนด์

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับเสียงวิจารณ์ในแง่บวกเป็นอย่างมากแถมยังได้รับรางวัลออสการ์ในสาขาต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม, สาขาถ่ายภาพยอดเยี่ยม, สาขาลำดับเสียงยอดเยี่ยม,สาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยม และ ยังได้รับรางวัลจากสถาบันต่างๆ อีกด้วย

Inside Out (Pete Docter, 2015)

ภาพยนตร์ Animation สุดน่ารักของ Pixar ที่เรียกน้ำตาคนดูได้แบบเต็มๆ กับเรื่องราวของอารมณ์ต่างๆ ที่แอบซ่อนอยู่ภายในตัวตนของเรา ไม่ว่าจะเป็น สุข เศร้า โกรธ กลัว และ อิจฉา ซึ่งอารมณ์ทั้งหมดนี่แหละครับที่หนังเรื่องนี้พยายามจะนำเสนอให้คนดูได้เห็นว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตและคนเราไม่สามารถอยู่ได้โดยที่ไม่มีวันรู้สึกเศร้า

ด้วยความที่ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถเข้าถึงผู้คนได้ทุกเพศทุกวัยและยังมีเนื้อหาที่ชวนให้ประทับใจไม่ใช่น้อยเลยทำให้มันสามารถกวาดรางวัลภาพยนตร์ในสาขา Best Animated ไปได้อย่างงดงามจากหลายๆ สถาบันไม่ว่าจะเป็น ออสการ์,แอนนี่อวอด และอีกมากมาย

WALL-E (Andrew Stanton, 2008)

เรื่องราวของเจ้าหุ่นกระป๋องนาม Wall-E หุ่นเก็บขยะบนโลกมนุษย์ที่ยังคงทำหน้าที่ของตนเองได้เป็นอย่างดีในยุคที่มนุษย์ได้ทอดทิ้งโลกใบนี้ไปแล้ว จนกระทั่งมันได้พบกับอีฟหุ่นยนต์สาวแสนสวย (ในสายตาของมันน่ะนะ) ที่จะเข้ามาทำให้โลกใบเล็กๆ ของหุ่นยนต์ตัวนี้เปลี่ยนไปตลอดกาล

ตัวหนังได้รับรางวัลภาพยนตร์สาขา Best Animated ฟิล์มไปครองเช่นเดียวกันกับภาพยนตร์เรื่อง Inside Out แถมยังส่งผลให้ค่ายที่ทำภาพยนตร์เรื่องนี้อย่าง Pixar ได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในค่ายที่สามารถผลิตภาพยนตร์แนว Animation ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย

Mulholland Drive (David Lynch, 2001)

ภาพยนตร์ที่ควรค่าแก่การรับชมเป็นอย่างยิ่งเพราะหนังเรื่องนี้ถูกนักวิจารณ์ภาพยนตร์เลือกขึ้นมาให้กลายเป็นอันดับ 1 จากทั้งหมด 100 เรื่องของสุดยอดหนังชั้นเยี่ยมแห่งศตวรรษที่ 21 เรื่องราวเกี่ยวกับหญิงสาวทั้งสองคนที่ต้องออกเดินทางข้ามนครลอสแองเจลิสเพื่อตามหาความจริงอะไรบางอย่างที่อยู่เหนือยิ่งกว่าความฝันขึ้นไป

ภาพยนตร์แนว Surreal เรื่องนี้กวาดเสียงตอบรับจากสถาบันภาพยนตร์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดีจนสามารถคว้ารางวัลจากสถาบันต่างๆ ไปครองได้สำเร็จไม่ว่าจะเป็น คานส์, สถาบันภาพยนตร์นานาชาติ, ลูกโลกทองคำ และ ออสการ์ไปได้อย่างสมภาคภูมิ

เป็นยังไงบ้างครับกับหนังทั้ง 8 เรื่องที่ผมได้คัดเลือกมาให้กับคุณผู้อ่านได้ติดตามกันในวันนี้เรียกได้ว่าหลากหลายสุดๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะสำหรับใน Part 1 ของเรา พาร์ทหน้าผมจะเอาหนังจากทางฝั่งเอเชียร์มาให้ได้ติดตามกันบ้าง (ใบ้ไว้นิดหนึ่งว่ามีหนังของคนไทยติดด้วยนะครับ) ขอบอกว่าต้องห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ


avatar
by A.J.Style
A.J.Style นักเขียนหนุ่มอารมณ์ดี อายุ 23 ปี อดีตนักกีฬา MMA (ที่ชื่นชอบเรื่องราวลึกลับและซุปเปอร์ฮีโร่เป็นพิเศษ) ปัจจุบันนี้รับหน้าที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับ ภาพยนตร์,เคล็ดลับน่ารู้ และ ดวง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon