กูรูชี้ส่งออกดันเศรษฐกิจปีจอโตต่อเนื่อง

posted: 11 months ago
กูรูชี้ส่งออกดันเศรษฐกิจปีจอโตต่อเนื่อง

comments

โค้งสุดท้ายของปีนี้ (2560) หลายหน่วยงานต่างออกมาวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยในปีหน้าว่าจะมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน จากขับเคลื่อนโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ รวมถึงการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก (EEC) และพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน หรือแม้แต่กระทั่งภาคการส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัวตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก



ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงขาขึ้นและปีหน้าคาดว่าจะดียิ่งขึ้น โดยนายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การใช้จ่ายภาครัฐเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ตามกรอบรายจ่ายลงทุนภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2561 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงการลงทุนภาครัฐที่เพิ่มขึ้น และความชัดเจนเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งยังจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและช่วยกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนในประเทศได้มากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องที่ 3.8% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2561 จะอยู่ที่ 1.4% โดยก่อนหน้านี้ได้คาดการณ์ไว้ที่ 0.9 – 1.9%

ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ทิศทางอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยในปี 2561 คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1.1% (กรอบประมาณการที่ 0.6-1.5%) ตามทิศทางราคาพลังงานและต้นทุนแรงงานที่ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีผลของปัจจัยฐานจากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตในช่วงปลายปี 2560 ที่ยังสะท้อนเข้ามาในดัชนีราคาสินค้าผู้บริโภคในช่วงปี 2561

นายนริศ สถาผลเดชา เจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics

ด้านนายนริศ สถาผลเดชา เจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics ระบุว่า มีทิศทางดีขึ้นต่อเนื่อง คาดขยายตัว 3.8% จากการเติบโตในทุกด้านบนโครงสร้างแบบเล็กๆ ไม่โต แต่ใหญ่ๆ โต เริ่มจากการส่งออก ซึ่งเราคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องที่ 4.8% สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยการขยายตัวมาจากบริษัทขนาดใหญ่ 4.3% เหลือเป็นส่วนบริษัทขนาดเล็กเพียง 0.5% ทั้งนี้ อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มส่งออกดีจากบริษัทใหญ่ ๆ ได้แก่ กลุ่มเคมีภัณฑ์ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานยนต์

อย่างไรก็ดี ในปีหน้าภาพรวมการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัว 3.8% มาจากการลงทุนของบริษัทใหญ่ 3% ซึ่งมีความพร้อมที่จะขยายการลงทุน เมื่อพิจารณาจากอัตราผลตอบแทนการลงทุน และกระแสเงินสด รวมทั้งได้รับปัจจัยหนุนจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนทั้ง BOI, โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ตลอดจนเป็นบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตดี ในหมวดบริการ ได้แก่ การสื่อสารและโทรคมนาคม การก่อสร้างของโครงการใหญ่ และหมวดอุตสาหกรรม ได้แก่ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี

ส่วน ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการเศรษฐกิจมหภาค Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ (จำกัด) มหาชน ให้ข้อมูลว่า จากการลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของภาครัฐแล้ว นอกจากนี้ภาคเอกชนน่าจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปี 2561 ทั้งจากภาคอุตสาหกรรมส่งออกที่มีอัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความสนใจของต่างชาติที่จะลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และจากการเข้าบุกตลาดผู้บริโภคไทยของกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่จะนำไปสู่ความต้องการการลงทุนในด้านต่างๆ เช่น การขนส่ง การเก็บและกระจายสินค้า การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล เป็นต้น จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3.5%

ขณะที่นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ปีทองของเศรษฐกิจไทยน่าจะอยู่ในช่วงปี 2562 มากกว่าปีหน้า เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเป็นเทฟลอน ไทยแลนด์ คือมีความลื่นไหลมากขึ้น และมีการขยายตัวเฉลี่ยใกล้เคียงตามศักยภาพ แต่อาจไม่ได้ร้อนแรงนัก จึงคาดว่าการเติบโตไม่น่าจะต่ำกว่า 3.5% เช่นกัน

ทั้งนี้ ซีไอเอ็มบี ไทย ได้ประเมินเศรษฐกิจไทยในปีหน้า ออกเป็น 3 สถานการณ์ต่อปัจจัยเรื่องการเลือกตั้งทั่วไปในประเทศที่จะเข้ามามีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ดังนี้คือ

1. หากมีการเลื่อนการเลือกตั้ง ย่อมส่งผลให้การลงทุน การบริโภคชะลอตัวไป จีดีพีจะโตเพียง 3.5-3.8%

2. มีการเลือกตั้ง โดยพรรคการเมืองรายใดรายหนึ่งสนับสนุนให้ คสช. บริหารประเทศต่อไป เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของนโยบาย จะมีผลให้จีดีพีขยายตัว 3.7-4.0%

3. มีการเลือกตั้งอย่างเสรี โดยมีวุฒิสภา 250 เสียงมีบทบาทกำกับดูแลเสถียรภาพการเมือง ทำให้นักการเมืองเดินตามกรอบแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ก็คาดว่า จีดีพีจะโต 3.9-4.5%



สำหรับแนวโน้มค่าเงินในปีหน้า เงินบาทมีแนวโน้มผันผวน หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ซึ่งจะมีการประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย และส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยทั้งหมดอีก 3 ครั้ง


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon