ย้อนอดีตแบบเรียนในตำนานที่เด็กน้อยในวันวานจะต้องคิดถึง

posted: 2 years ago
4,423 views
ย้อนอดีตแบบเรียนในตำนานที่เด็กน้อยในวันวานจะต้องคิดถึง

comments

ย้อนกลับไปยังอดีตอันไกลโพ้น วันวานแห่งความสนุกสนานในรั้วโรงเรียน ความหวาดกลัวไม้เรียว และความง่วงงุนเบื้องหน้ากระดานดำในยามบ่าย หลายความทรงจำผุดขึ้นมาในทันใดเมื่อพูดถึงคำว่า “โรงเรียน”

คุณยังจำได้ไหมว่ามีหนังสือเล่มใดบ้างที่เคยวางอยู่บนโต๊ะซึ่งเต็มไปด้วยรอยขีดเขียนและรอยลิควิดเบื้องหน้าคุณ หนึ่งใน หนังสือเรียนภาษาไทย สุดคลาสสิคสักเล่มหนึ่งคงปรากฏเด่นชัดในความคิดคุณแล้วตอนนี้ วันนี้เราลองมาย้อนดูกันว่า ยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่าน ได้พัดพาหนังสือแบบเรียนเล่มใดให้ปลิวหายไปจากความทรงจำของคุณบ้าง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ: 100 เรื่องเกรียนโรงเรียนชายล้วนเลอค่าขึ้นหิ้ง กับ 10 อันดับหนังสือขายดีที่สุดในโลก10 เคล็ดลับเรียนภาษา จากชายผู้พูดได้ถึง 9 ภาษา

Viriyah Insurance

1. จินดามณี

เริ่มต้นกันที่แบบเรียนภาษาไทยที่คงไม่มีใครเกิดทันได้เรียนเล่มนี้ เด็กไทยทุกคนต้องเคยได้ยินชื่อ “จิณดามณี” ซึ่งเป็นหนังสือแบบเรียนเล่มแรกและมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการศึกษาของไทยในอดีต ถูกเขียนขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลางในรัชสมัยพระนารายณ์มหาราชโดยพระโหราธิบดี มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งการใช้สระ พยัญชนะ วรรณยุกต์ ตลอดจนวิธีการแต่งกลบทชนิดต่างๆ อาทิ โคลง ฉันท์ กาพย์ และกลอน

หนังสือเรียนภาษาไทย
จินดามณี

จากการถูกบังคับใช้เป็นตำราเรียนจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ก็ได้ทำให้จินดามณีเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของแบบเรียนไทย ในยุคต่อมาจึงเกิด “จินดามณี” ตามมาอีกหลายฉบับ อาทิ จินดามณีครั้งแผ่นดินพระเจ้าบรมโกศ จินดามณีฉบับกรมหลวงวงษาธิราชสนิท ตินดามณีฉบับพิมพ์ของหมอสมิท และจินดามณีฉบับหมอบรัดเล

2. แบบเรียนหลวง 6 เล่ม

ประพันธ์โดยพระยาศรีสุนทรโวหาร หรือ น้อย อาจารยางกูร มี 6 เล่มได้แก่ มูลบทบรรพกิจ วาหนิต์ติกร อักษรประโยค สังโยคพิธาน ไวพจน์พิจารณ์ และพิศาลการันต์ โดยในปีพ.ศ. 2414 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร. 5) ทรงก่อตั้งโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบขึ้น พระยาศรีสุนทรซึ่งเป็นอาจารย์ใหญ่ในขณะนั้นจึงได้เริ่มประพันธ์แบบเรียนภาษาไทยชุดนี้ขึ้น เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนภาษาไทยในสมัยนั้นนั่นเอง

หนังสือเรียนภาษาไทย
แบบเรียนหลวง 6 เล่ม

3. ดรุณศึกษา

ถูกแต่งขึ้นในปีพ.ศ. 2454 โดย ฟ.ฮีแลร์ นักบวชคณะภราดาเซนต์คาเบรียล เจ้าของสมญาณาม “ปราชญ์แห่งอัสสัมชัญ” และเป็นผู้ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้แตกฉานในภาษาไทย เดิมทีดรุณศึกษาถูกแต่งขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนในโรงเรียนอัสสัมชัญ ภายหลังเมื่อความทราบถึงกรมพระยาดำรงราชานุภาพ จึงทรงเรียกตรวจต้นฉบับ และช่วยกันตรวจแก้จนออกมาเป็นดรุณศึกษาฉบับสมบูรณ์ที่มีภาพประกอบสวยงามและบทเรียนเข้าใจง่าย

หนังสือเรียนภาษาไทย
ดรุณศึกษา

4. “พ่อหลี พี่หนูหล่อ”

ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2464 การศึกษาไทยเริ่มเข้ามีระบบระเบียบมากขึ้น มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษา และกำหนดให้เด็กอายุ 7-14 ปีต้องเข้ารับการศึกษาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย จึงเป็นยุคที่มีแบบเรียนใหม่ๆ ถูกประพันธ์ขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หนังสือเรียนภาษาไทย
พ่อหลี พี่หนูหล่อ

“พ่อหลี พี่หนูหล่อ” เป็นวลีที่ปรากฏอยู่ในแบบเรียนสำหรับชั้น ป.1 ฉบับที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสมั้ยนั้น ถึงแม้จะผ่านมานานเกือบศตวรรษ แต่วลีคลาสสิคนี้ก็ยังคงเด่นชัดอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์การศึกษาไทย ในฐานะสัญลักษณ์แห่งย่างก้าวสำคัญของสื่อการเรียนการสอนภาษาไทย

Bangkok Insurance

5. นิทานร้อยบรรทัด

ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2501 เป็นแบบเรียนสำหรับเด็กประถมที่มีลักษณะเป็นนิทาน ช่วยให้เด็กอ่านได้ง่ายมากขึ้น หนังสือชุดนี้แบ่งออกเป็น 6 เล่ม ได้แก่

เล่มที่ 1 เรื่อง บ้านที่น่าอยู่ ตอนที่ 1 สำหรับชั้น ป.2

เล่มที่ 2 เรื่อง บ้านที่น่าอยู่ ตอนที่ 2 สำหรับชั้น ป.3

เล่มที่ 3 เรื่อง ครูที่รักเด็ก สำรัหบชั้น ป.4

เล่มที่ 4 เรื่อง ประเทศเล็กที่สมบูรณ์ สำหรับชั้น ป.5

เล่มที่ 5 เรื่อง ตระกูลไทยที่คงไทย สำหรับชั้น ป.6

เล่มที่ 6 เรื่อง ประชาธิปไตยที่ถาวร สำหรับชั้น ป.7

หนังสือเรียนภาษาไทย
นิทานร้อยบรรทัด

6. มานี มานะ ปิติ ชูใจ

หลายคนคงมีประสบการณ์ร่วมกับพวกเขาเหล่านี้เมื่อตอนยังเด็ก หรืออาจเรียกได้ว่าเติบโตมาพร้อมกับพวกเขาเลยก็ว่าได้ แบบเรียนภาษาไทยสำหรับระดับประถมศึกษาชุดนี้ถูกใช้ในช่วงปีพ.ศ. 2521-2537 มีทั้งหมด 12 เล่มด้วยกัน และด้วยเทคนิคการเขียนที่ยอดเยี่ยมของอาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ จึงทำให้มานี มานะ ปิติ และชูใจ มีความผูกพันกับผู้เรียนเป็นอย่างมาก

หนังสือเรียนภาษาไทย
มานี มานะ ปิติ ชูใจ

ถึงแม้ว่าแบบเรียนชุดนี้จะถูกยกเลิกไปแล้ว แต่ภาพความผูกพันของตัวละครท่ามกลางฉากหมู่บ้านในชนบทอันสวยงามตามอุดมคติก็ยังคงเป็นที่กล่าวถึงในปัจจุบัน นอกจากแบบการเรียนภาษาไทยจะถูกจัดวางในเนื้อหาอย่างแนบเนียนไม่น่าเบื่อแล้ว ยังสอดแทรกศีลธรรมอันดีในด้านต่างๆ ไว้มากมาย ถือเป็นการปลูกค่านิยมไปในตัว จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มานี มานะ ปิติ และชูใจ เป็นประสบการณ์ร่วมของคนไทยทั้งชาติที่เกิดในยุค 80’

หนังสือเรียนภาษาไทย
มานี มานะ ปิติ ชูใจ

7. แก้ว กล้า

หลังจากมานี มานะ ปิติ ชูใจ บอกลาเด็กไทยไปพร้อมกับหลักสูตรเก่าในปีพ.ศ. 2537 แก้วกับกล้าก็ได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวัยเรียนในชั้นประถมของเด็กไทยทุกคน โดยยังคงมีเนื้อหาคล้ายกับหลักสูตรเก่าที่เน้นให้เด็กอ่านเข้าใจง่าย ได้ความรู้ มีภาพประกอบสีสันสวยงามและตัวหนังสือขนาดใหญ่ แต่ต่างกันที่มีแก้วกับกล้ามาเป็นตัวละครหลักแทนรุ่นพี่มานีและมานะที่จบการศึกษาไป ปัจจุบัน แบบเรียนชุดแก้วกับกล้าก็ถูกยกเลิกใช้ไปแล้วเมื่อปีพ.ศ. 2550

หนังสือเรียนภาษาไทย
แก้ว กล้า

8. ภาษาพาที ใบบัว ใบโบก และเด็กชายภูผา

ในปีพ.ศ. 2551 แก้วกับกล้าก็ได้จบการศึกษาไปจากโรงเรียนประถม กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หนังสือแบบเรียนภาษาไทยชุดใหม่ชื่อ “ภาษาพาที” โดยมีตัวละครหลักเป็นเด็กชายภูผา กับช้างเพื่อนรักอีก 2 ตัวคือใบโบกและใบบัว นอกจากนี้ ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า จึงมีการพัฒนาแบบเรียนชุดนี้ให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยมีการพัฒนาสื่อการเรียนรู้แบบดิจิตอลให้เด็กๆ สามารถดูการ์ตูนอนิเมชั่นประกอบบทเรียนในแต่ละบทได้

หนังสือเรียนภาษาไทย
ภาษาพาที ใบบัว ใบโบก และเด็กชายภูผา

เวลาอาจนำพาความเป็นผู้ใหญ่มาทับถมคุณจนหนักอึ้ง แต่ไม่อาจพรากความสดใสเริงร่าแบบเด็กๆ ในจิตใจเราไปได้ ความเป็นเด็กไม่มีวันหายไปจากจิตใจเหมือนกับที่มานี มานะ ปิติ ชูใจ แก้วกับกล้า และตัวละครในแบบเรียนอื่นๆ จะยังคงมีชีวิตโลดแล่นอยู่ในความทรงจำของเด็กไทยทุกคนที่เคยเรียนแบบเรียนภาษาไทยเหล่านี้ตราบชั่วกาลนาน


avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon