หนี้ไม่ได้แย่เสมอไป มาทำความเข้าใจกันใหม่นะ

posted: 2 years ago
หนี้ไม่ได้แย่เสมอไป มาทำความเข้าใจกันใหม่นะ

comments

ตอนนี้โลกทั้งโลกใช้ระบบเศรษฐกิจที่เรียกว่า “ทุนนิยม” เมื่อเราอยู่ในโลกของทุนนิยมแน่นอนว่าหนีไม่พ้นเรื่องของ “หนี้” เพราะว่าทุนนิยมจะขยับขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่าน “การบริโภค” อย่างรุนแรง ถ้าไม่มีการบริโภคเศรษฐกิจก็จะไม่โตนั้นเอง

คำถามต่อมาถ้าเราเป็นรัฐบาลแล้วอยากจะกระตุ้น “การบริโภค” แต่คนในระบบเศรษฐกิจของเราไม่มีเงินในการบริโภคล่ะจะทำอย่างไร เพราะโดยธรรมชาติคนในระบบเศรษฐกิจจะมีกำลังซื้อที่ค่อนข้างกำจัด….. ทางออกทางเดียวก็คือเอาเงินยัดใส่มือคนในระบบหรือว่าให้คนในระบบเป็น “หนี้”



ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเดี๋ยวเดินไปทางไหนก็เห็นคนเป็นหนี้ จากที่เมื่อก่อนคนเป็นหนี้ดูไม่ดี แต่เดี๋ยวนี้ก็ดูใครๆ ก็อยากเป็นหนี้กันซะแบบนั้น เรียกได้ว่าเป็นหนี้กันจนเป็นปกติกันเลยทีเดียว

แต่ในความเป็นจริงแล้วการเป็นหนี้ก็ไม่ได้แย่ไปซะทีเดียว ถ้าใครมีโอกาสได้อ่านหนังสือ “พ่อรวยสอนลูก” ที่เป็นหนังสือขายดีระดับโลกแล้วล่ะก็ จะเข้าใจว่าหนี้จริงๆ แล้วเราสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท นั้นก็คือ “หนี้ดี” และ “หนี้เลว”

หนี้ดีก็คือ หนี้ที่ก่อให้เกิด “รายได้” เช่นการกู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อไปปล่อยเช่าหรือสำหรับนักลงทุนบางคนที่ใช้การกู้ยืมเพื่อการลงทุน (Leverage) ต่างๆ

หนี้เลวก็คือ หนี้ที่ก่อให้เกิด “รายจ่าย” เป็นหนี้ที่คนส่วนใหญ่มักจะเป็นกันเช่น หนี้ผ่อน 0% หลายๆ รายการ หนี้บัตรเครดิตต่างๆ ที่ค้างชำระ หรือแม้แต่หนี้บัตรกดเงินสดที่ดอกเบี้ยสูงอย่างกับตึกใบหยก

หนี้

ดังนั้นวิธีการบริหาร “หนี้สิน” ที่ดีอย่างแรกเลยเราต้องแยกให้ได้ว่าหนี้สินของเราในปัจจุบันอะไรบ้างที่เป็นหนี้ดีและอะไรบ้างที่เป็นหนี้เลว ตัวอย่างเช่น รถยนต์สำหรับบางคนอาจจะเป็นหนี้ดี เพราะการกู้ซื้อรถยนต์มาทำให้เราสามารถประกอบธุรกิจรับส่งสินค้าได้ เป็นต้น

แต่ถ้าสำหรับใครที่ซื้อมาเพื่อความสะดวกเพียงอย่างเดียวไม่ได้เอามาสร้างรายได้แต่อย่างใดในรายการหนี้สิน หนี้รถยนต์ก็จะเป็นหนี้เลวไป ปัจจัยสำคัญอยู่ที่ว่าเราห้ามหลอกตัวเองให้แยกแยะอย่างตรงไปตรงมา โดยทั่วไปสำหรับคนที่มีปัญหาหนี้สินมักจะเจอกับหนี้เสียเป็นส่วนใหญ่หรืออาจจะทั้งหมดเลยก็ว่าได้



ทีนี้หลังจากที่เราสามารถแยกหนี้ดี และหนี้เลวออกจากกันได้แล้ว ให้เรามาสำรวจที่ “หนี้เลว” ก่อนเพราะโดยธรรมชาติแล้วหนี้เลวมักจะมีดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูงกว่าหนี้ที่ดี จากนั้นให้ทำลิสต์ขึ้นมาว่าหนี้ก้อนไหน “ดอกเบี้ย” อยู่ที่เท่าไหร่บ้าง ให้ทยอยปิดหนี้สินที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก แต่ถ้ามีหนี้ดีบางรายการที่โดนดอกเบี้ยที่สูงกว่าปกติก็ควรนำเข้ามาพิจารณาด้วยเช่นกัน

เราลองมาดูตัวอย่างรายการหนี้สินกัน
– บัตรกดเงินสด ดอกเบี้ย 28% ต่อปี
– ผ่อนโทรศัพท์มือถือ ดอกเบี้ย 0% ต่อปี
– ผ่อนรถยนต์ ดอกเบี้ย 3% ต่อปี
– หนี้นอกระบบ ดอกเบี้ย 36% ต่อปี

จากตัวอย่างเราควรจะจัดการ “หนี้นอกระบบ” ก่อนเพราะเสียดอกเบี้ยสูงที่สุดสูงถึง 36% ต่อปี วิธีการจัดการก็คือการเอาเงินไปปิดหนี้ก้อนนั้นซะ แล้วก็ทยอยจัดการหนี้ “บัตรกดเงินสด” แต่ข้อระวังก็คือหนี้สินบางรายการถูกคิดดอกเบี้ยไปตั้งแต่วันแรกแล้วตัวอย่างเช่น รถยนต์

 

หนี้

 

โดยปกติการคิดดอกเบี้ยรถยนต์จะคิดแบบ Flat Rate ราคารถ 500,000 บาท ดอกเบี้ย 3% ผ่อน 5 ปี เราจะถูกคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันแรกที่ซื้อก็คือ 500,000 x 3% x 5 = 75,000 บาท แล้วนำดอกเบี้ยไปรวมกับเงินต้นจะเท่ากับ 575,000 บาท จากนั้นก็นำไปหาร 60 เดือน (5ปี) จะเท่ากับ 9,853,33 บาท นั่นคือจำนวนเงินที่ต้องผ่อนต่อเดือนซึ่งถ้าเป็นหนี้ลักษณะแบบนี้ไม่จำเป็นต้องไปปิดหนี้แต่อย่างใดเพราะทยอยจ่ายย่อมดีกว่า รวมไปถึงรายการผ่อน 0% ต่างๆด้วย

เพราะหนี้เลวจะก่อให้เกิด “รายจ่าย” การลดรายจ่ายลงจะช่วยทำให้เราบริหารเงินได้ดีขึ้น มีเงินเก็บเยอะขึ้น ทางที่ดีทุกการก่อหนี้ถ้าจะให้ดี เราควรก่อหนี้เฉพาะ “หนี้ดี” เท่านั้นเพราะเป็นหนี้ที่ช่วยก่อให้เกิดรายได้ เมื่อเรามีรายได้ที่มากขึ้น สถานทางการเงินก็จะดีขึ้น โอกาสต่างๆในชีวิตทั้งเรื่องการนำเงินไปต่อยอดลงทุนทำธุรกิจเปิดกิจการต่างๆ หรือการลงทุนเพื่อเอามาสร้างรายได้อีกต่อหนึ่งก็จะเปิดมากขึ้นด้วย

 


avatar
by JK, CFP®

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon