ศาสตร์แห่งการ หมดไฟทำงาน เมื่อการหยุดยาวไม่ช่วยเติมไฟ ?

posted: 6 months ago
ศาสตร์แห่งการ หมดไฟทำงาน เมื่อการหยุดยาวไม่ช่วยเติมไฟ ?

comments

หลังจากที่หยุดยาวกันไปหลายวัน ในเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา หลายคนน่าจะมีโอกาสได้กลับไปพักผ่อน ชาร์จแบต พบปะครอบครัว อยู่กับคนที่คุณรัก ได้มีโอกาสท่องเที่ยว หรือทำงานอดิเรกตามที่ใจอยากกันไปบ้าง  แต่แทนที่ร่างกายจะกลับมากระปรี้กระเปร่า พร้อมทำงาน หลายคนกลับพบว่าตัวเองหมดไฟไปเสียเฉยๆ ?

ทำไมเราถึงหมดไฟกันนะ ทั้งๆ ที่พักผ่อนมาอย่างเต็มที่แท้ๆ แบบนี้ต้องเติมไฟยังไง วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก!


หมดไฟทำงาน มาจากอะไร ทำไมคนเราต้องหมดไฟ

การหมดไฟนั้น ไม่ใช่แค่อาการอุปทานอย่างที่บางคนคิด ในแง่วิทยาศาสตร์นั้นสามารถอธิบายได้ว่าการหมดไฟนั้นมาจากอะไร

หากให้เข้าใจกันง่ายๆ อาการหมดไฟทำงาน คืออาการที่ไม่อยากทำงาน ไม่มีแรงใจที่จะคิด สร้างสรรค์ หรือทำงานใหม่ๆ บางคนมีอาการเบื่อหน่ายงานที่เคยรักอย่างชัดเจน ทำให้การทำงานในแต่ละวัน ทำแบบให้หมดไปเป็นวันๆ เท่านั้น  


ผู้หมดไฟหลายคนจะเหมือนกับนาฬิกาที่ถูกถอนถ่าน ไม่มีการเดินต่อ ไม่มีการกระตือรือร้นสนใจจะพัฒนางาน บางรายเป็นหนักถึงขนาดไม่อยากทำงานเลยเสียด้วยซ้ำ

อาหารหมดไฟเหล่านี้ มีทฤษฎีในเชิงวิทยาศาสตร์ อธิบายโดย สตีเฟน ฮอบฟอล (Stevan E. Hobfoll) นักจิตวิทยาได้ให้คำอธิบายไว้ว่า การที่มนุษย์พยายามที่จะทำให้ได้มา หรือรักษาระดับทรัพยากรของตน เช่น สิ่งของ ทรัพย์สิน หรือรวมไปถึงลักษณะนิสัย ความสัมพันธ์ต่างๆ ให้อยู่กับตนไปเรื่อยๆ แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ หรือมีการสูญเสียสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น มนุษย์จะเกิดความเครียดขึ้น


หมดไฟทำงาน


ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ จะเกี่ยวข้องกับ อาการหมดไฟ เมื่อเราทำงานหนักต่อเนื่อง ไม่ได้พักเป็นเวลานานๆ ก็เหมือนกับการที่เราใช้พลังงานส่วนตัว ทรัพย์สินต่างๆ ไป อย่างไม่มีการหยุดพัก หยุดเติมฟืนเข้ากองไฟ ทำให้ความมุ่งมั่นเหล่านั้น ค่อยๆ มอดลง

เราต้องเข้าใจว่า ทุกสิ่งมีชีวิต ไม่เว้นแม้แต่พีชนั้น ไม่ได้เป็นเครื่องจักรแต่อย่างใด และไม่ได้ถูกสร้างมาให้ทำงานได้อย่างเต็มร้อยตลอดเวลา ทำให้สิ่งมีชีวิตฝืนทำงานตลอดเวลาไม่ได้ และเมื่อเราฝืนมากขึ้นเรื่อยๆ จะนำผลไปสู่อาการหมดไฟอย่างเต็มรูปแบบ


หมดไฟทำงาน


เหนื่อยก็พัก แต่พักแล้วทำไมยังหมดไฟอยู่กันนะ ?

หลายคนอาจจะรู้ตัวเรื่องการหมดไฟไว จึงเลือกที่จะลาหยุดพักผ่อน แต่จนแล้วจนรอดอาการหมดไฟที่ว่าก็ไม่หายไป ทั้งๆ ที่มั่นใจแล้วว่าได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

สำหรับอาการนี้ ปัจจัยนั้นมีได้หลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การที่ยังพักผ่อนไม่จริง  วันหยุดคุณอาจยังแอบรับงานฟรีแลนซ์ข้างนอก หรือการที่บริษัทยังคงโทรมาถามเรื่องการงานกับคุณในวันหยุด ก็อาจทำให้คุณไม่ได้พักผ่อนเท่าที่ควร  บางคนอาจจะโหมปาร์ตี้ โหมท่องเที่ยว จนกลายเป็นเหนื่อยสะสมแทนก็ได้

แต่บางคนก็อาจจะแย้ง และยืนยันเต็มที่ว่าทั้งวันหยุด ใช้เวลาไปกับการกิน เล่น เที่ยว พักผ่อนจนเก็บแบตเต็มแน่นอน  ทว่าเมื่อวันทำงานจริงก็ยังรู้สึกหมดไฟกับงานอยู่ดี



กรณีแบบนี้ เป็นอาการที่คุณมีความสุขมากๆ ได้คอมพลีทกับทุกอย่างในการพักผ่อน ได้พบเจอสิ่งใหม่ๆ จนเมื่อต้องกลับมาอยู่กับอะไรเดิมๆ ซ้ำซากนี่แหละ ทำให้ร่างกาย จิตใจต่อต้านขึ้นมา เพราะเกิดการเปรียบเทียบช่วงที่มีความสุขมากๆ ในวันหยุด กับช่วงที่ทำงาน ซ้ำซาก ไม่สนุก ไม่มีความสุข และอาจจะด้วยเหตุผลนี้แหละ ส่งเริ่มส่งผลเสีย ทำให้การพัก ไม่ช่วยเติมไฟทำงานได้

เราเรียกภาวะนี้ว่า Post-Vacation Blues หรือ ภาวะหดหู่หลังหยุดยาว ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องปรกติ หากคุณจะอยู่ในภาวะนี้สัก 2 – 3 วัน แต่คุณจะมีภาวะนี้ยาวนานมากขึ้น หากวันหยุดยาวนั้นที่ผ่านมามีความสุขมากๆ  บางรายอาการหนัก กินเวลายาวนานไปถึง 2 – 3 อาทิตย์ หรือซึมกินระยาวนานกว่านั้น


หมดไฟทำงาน


หรือในอีกแง่หนึ่ง นอกจากสัญญาณว่า งานที่ทำอยู่ไม่เหมาะกับตัวคุณเองอีกต่อไปแล้ว  ยัง อาจเป็นสัญญาณ เกี่ยวกับโรคจิตเวทต่างๆ เช่น โรคซึมเศร้า ไบโพลาร์ ในส่วนนี้หากมีอาการมากๆ เราจะแนะนำให้คุณได้ลองไปพบจิตแพทย์ดู

ซึ่งการพบจิตแพทย์ในที่นี้ ไม่ได้หมายความ ฟันธงว่าคุณเป็นโรคอะไรแต่อย่างใด  แต่การหมั่นไปพูดคุยกับจิตแพทย์ เพื่อเช็กอาการ หาทางแก้ไขตั้งแต่ต้นลม จะช่วยให้เห็นถึงสาเหตุที่แท้จริงของอาการหมดไฟก็ได้นะ!



เติมไฟยังไงดี ในเมื่อพักแล้วก็ยังหมดไฟอยู่ดี

อย่างที่หลายคนประสบปัญหากับ ภาวะหดหู่หลังหยุดยาว ไปกันไม่มากก็น้อย และแน่นอนว่าอยากจะลองแก้ปัญหาเองดูเสียก่อนที่จะเลือกไปพบจิตแพทย์  เราก็มีทริคดีๆ มาฝากกัน


  • เริ่มต้นหาอะไรใหม่ๆ ทำ

ภาวะหดหู่หลังหยุดยาว นั้น อย่างที่เราได้พุดถึงไปว่า เป็นผลต่อเนื่องจากการที่เราได้ไปเที่ยว ทำสิ่งใหม่ๆ มีความสุขมากๆ แต่เมื่อกลับมาเจอชีวิตประจำวันที่มีแต่อะไรเดิมๆ ซ้ำซาก จะทำให้ใจของคุณคิดกลับไปถึงช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา

แน่นอนว่า การแก้ปัญหาเหล่านี้ก็ง่ายมาก เพียงแค่คุณลองหาอะไรใหม่ๆ ที่ทำควบคู่ในชีวิตประจำวันได้ดูสิ! ไม่ว่ากิจกรรมนั้นจะเป็น การเรียนภาษาที่สาม ภาษาที่สี่  บางคนอาจจะลองทำกิจกรรมที่ไม่เคยทำมาก่อน เช่น ใครไม่เคยออกกำลังกาย ก็ลองลงคอร์สออกกำลังกายดูบ้าง ไม่เคยตัดเย็บเสื้อผ้าอาจจะลองทำดูบ้าง กิจกรรมเหล่านี่แหละที่จะช่วยให้ชีวิตของคุณไม่ซ้ำซาก ไม่น่าเบื่อยอย่างที่เคยเป็นมายังไงล่ะ


หมดไฟทำงาน


  • มองหาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

เพราะความสุข เกิดขึ้นได้รอบตัว ไม่ใช่แค่คำโฆษณาของประกันชีวิต  แต่นี่เป็นอีกหนึ่งวิธี ที่จะช่วยให้คุณมองเห็นว่า ความสุขนั้นอยู่รอบตัวคุณ  ความสุขไม่ได้มีตัวตนอยู่แค่ตอนที่คุณท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ในชีวิตประจำวันของคุณยังมีเรื่องดีๆ ความสุขเล็กๆ แอบซ่อนอยู่เสมอ

การเริ่มต้นคิดว่า เที่ยวก็สนุกดี แตชีวิตประจำวันก็ไม่ใช่ว่าจะแย่  จะช่วยลดภาวะหดหู่ หมดไฟ หลังการหยุดยาวลงได้


หมดไฟทำงาน


  • สร้างบรรยากาศ เสมือนว่ายังท่องเที่ยวอยู่

เป็นใครก็อาจจะช็อค เที่ยวมาแฮปปี้ทั้งทริป แต่อยู่ๆ พรุ่งนี้เช้าต้องกลับไปสู่โลกแห่งความเป็นจริง ก็อาจจะส่งผลให้เกิดอาการเมหือคนอกหัก  ตามมาด้วย ภาวะหดหู่หลังหยุดยาวทำงาน แถมพาลทำให้คุณหมดไฟ ไม่มีอารมณ์ทำงานได้ แบบนี้ลองสร้างบรรยากาศว่ายังท่องเที่ยวลองดูสิ

ไม่ว่าจะเป็น การตกแต่งโต๊ะทำงาน บ้าน แบบใหม่ ให้ดูแปลกตาไปจากเดิม การเปิดเพลงคลอระหว่างทำงานเสมือนว่าคุณนั่งอยู่ร้านริมทะเล จะช่วยให้จิตใจของคุณเบิกบาน ไม่หักดิบความสุขมากจนเกินพอดี เมื่อรู้สึกดีขึ้นก็ค่อยๆ ลดทุกอย่างลงเป็นปรกติ คิดถึงการท่องเที่ยวครั้งหน้า ก็เป็นอีกทางที่ทำให้คุณดีขึ้นได้!


เคล็ดลับในการทำงาน


แน่นอนว่า หากลองทำทุกอย่างแล้วอาการไม่ดีขึ้น ยังคงเบื่อ ซึม หมดไฟ ไม่มีกระจิตกระใจจะทำงาน การไปพบจิตแพทย์ อาจจะเป็นอีกทางออกที่น่าสนใจ อย่ายึดติดกับภาพลักษณ์ว่าการไปพบจิตแพทย์ เป็นการฟันธงว่าคุณไม่ใช่คนปรกติ

แหม สุขภาพกายยังป่วย ยังเป็นไข้ได้ ทำไมสุขภาพใจจะป่วยบ้างจนต้องพบแพทย์ไม่ได้ละ จริงไหม ?


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon